Share

cover art for โทษของความโกรธ [6749-3d]

3 ใต้ร่มโพธิบท

โทษของความโกรธ [6749-3d]

Season 67, Ep. 49
•

ในมุมมองของคนที่มักโกรธ พอโกรธหรือไม่พอใจใครแล้ว ก็จะมองคน ๆ นั้นด้วยความเป็นศัตรูทันที เขาจึงเห็นว่าความโกรธมีเพื่อที่จะทำให้ตนเองรู้สึกดี เพราะเขาจะมีความมุ่งหมาย 7 ประการนี้แก่ผู้เป็นศัตรู คือ 1) หวังให้เขามีผิวพรรณทราม 2) หวังให้เขาเป็นทุกข์ 3) หวังให้เขาไม่มีความเจริญ 4) หวังให้เขาปราศจากโภคทรัพย์ 5) หวังให้เขาปราศจากยศตำแหน่ง 6) หวังให้เขาปราศจากเพื่อน และ 7) หวังให้เขาตกนรกโดยเร็ว


ก็แล้วทำไมคนที่มักโกรธจึงจะมีทุกข์มีปัญหา? พระพุทธเจ้าตรัสไว้ชัดเจนใน “โกธนสูตร” ว่า บุคคลผู้มักโกรธนั้น มีผิวพรรณทราม นอนเป็นทุกข์ ได้ความเจริญแล้วก็ยังถึงความเสื่อม บุคคลผู้มักโกรธ ถูกความโกรธครอบงำ ทำการเข่นฆ่าทางกาย วาจา ย่อมประสบความเสื่อมทรัพย์ บุคคลผู้มัวเมาด้วยความมัวเมาเพราะโกรธ ย่อมถึงความเสื่อมยศ ญาติมิตรและสหาย ย่อมหลีกเว้นบุคคลผู้มักโกรธความโกรธก่อความเสียหาย ความโกรธทำจิตให้กำเริบ บุคคลผู้มักโกรธย่อมไม่รู้ภัยที่เกิดจากภายใน บุคคลผู้โกรธย่อมไม่รู้อรรถ บุคคลผู้โกรธย่อมไม่เห็นธรรม ความโกรธครอบงำนรชนในกาลใด ความมืดย่อมมีในกาลนั้น บุคคลผู้โกรธย่อมก่อกรรมที่ทำได้ยากเหมือนทำได้ง่าย ภายหลังเมื่อหายโกรธแล้ว เขาย่อมเดือดร้อนเหมือนถูกไฟไหม้ บุคคลผู้โกรธย่อมแสดงความเก้อยากก่อนเหมือนไฟแสดงควันก่อน ความโกรธเกิดขึ้นในกาลใด คนทั้งหลายย่อมโกรธในกาลนั้น บุคคลผู้โกรธไม่มีหิริ ไม่มีโอตตัปปะ ไม่มีคำพูดที่น่าเคารพ บุคคลผู้ถูกความโกรธครอบงำไม่มีความสว่างแม้แต่น้อยฯ


เพื่อไม่ให้ได้รับโทษจากความโกรธนั้น เราก็ไม่ควรโกรธใคร ๆ เลย แม้จะมีเหตุผลที่น่าโกรธจริง ๆ ก็ไม่ควรโกรธอยู่ดี พระพุทธเจ้าท่านได้ทำเป็นตัวอย่างแล้ว ในจิตใจของท่านมองเห็นทุกคนด้วยความไม่เป็นศัตรู มองเห็นทุกคนด้วยความเป็นมิตร ไม่โกรธใครเลย แม้เขาจะทำไม่ดีก็ตาม ดังเช่น พระพุทธองค์ไม่โกรธพระเทวทัต แต่บอกอานิสงส์ที่ทำดีแล้วจะได้ผลดีอย่างนี้ ๆ บอกโทษของการทำไม่ดีแล้วจะได้ผลไม่ดีอย่างนี้ ๆ ท่านก็แสดงไปตามเหตุผล


ความโกรธเกิดขึ้นมาได้อย่างไร? พระพุทธเจ้าตรัสบอกเอาไว้ใน “มหานิทานสูตร” ว่า ที่เรามาถึงจุดที่ลงมือลงไม้ด่าว่ากัน คิดประทุษร้ายกันได้ เหล่านี้ทั้งหมดนั้นเรียกว่า “เรื่องราวที่เกิดจากการหวงกั้น” ซึ่งอาศัยความตระหนี่จึงทำให้เกิดการหวงกั้น เพราะมีความยินดี รักใคร่ จับอกจับใจคือยึดติดแล้ว จึงมีความตระหนี่ได้ และเพราะความสยบมัวเมา ลุ่มหลง ปลงใจรัก ในสิ่งที่แสวงหา (ความอยากคือตัณหา) จิตเราจึงเป็นทาสของสิ่งนั้น ความกำหนัดด้วยอำนาจความเพลินคือโมหะ จึงเป็นรากฐานของโทสะ ราคะ นั่นเอง สิ่งนี้จึงต้องระวัง แม้แต่ความดี เรายังโกรธเพราะการแสวงหาความดีได้ เป็นอุปัทวะ (อันตราย) คือถ้ามีคนทำไม่ดี ยังยึดติดในความดีนี้อยู่ไหม ในนามของความดี ฉันขอทำชั่ว ไปโกรธคนทำไม่ดีนั้น มันก็ไม่ได้เรื่อง


ไล่ลำดับขั้นของความโกรธในทางจิตใจ เริ่มจาก มีความยินดี (รติ) ความไม่ยินดี (อรติ) ---> ความไม่พอใจ ความขัดเคือง (ปฏิฆะ)---> แต่ถ้ายังหยุดไม่ได้ก็จะกลายเป็น ความโกรธ (โกธะ) ---> และเมื่อเพลินไปในความโกรธนั้น ก็จะนำไปสู่ โทสะ มันจึงเริ่มออกมาภายนอกเป็นการกระทำทางวาจา ทางกาย คิดประทุษร้ายลงมือลงไม้ เริ่มเป็นกรรมแล้ว ที่จะทำให้เกิดอาสวะ เป็นการผูกพยาบาทข้ามภพข้ามชาติได้ ดังนั้นถ้าเรามีเงื่อนไขของความสุขมาก มันก็จะทุกข์ทันที

More episodes

View all episodes

  • 45. รุ่งอรุณแห่งอริยมรรคมีองค์แปด [6945-3d]

    55:57||Season 69, Ep. 45
    การเกิดขึ้นของธรรม 7 ประการเปรียบดั่งรุ่งอรุณที่มีแสงเงินแสงทองก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น ธรรม 7 ประการนี้ ได้แก่ การมีกัลยาณมิตร, ศีลสัมปทา, ฉันทสัมปทา, อัตตสัมปทา, ทิฏฐิสัมปทา, อัปปมาทสัมปทา และโยนิโสมนสิการ เป็นนิมิตหมายอันประเสริฐที่นำพาจิตใจให้ก้าวเข้าสู่อริยมรรคมีองค์แปดอย่างมั่นคง หากผู้ใดมีธรรมเหล่านี้และปฏิบัติอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง ย่อมมั่นใจได้ว่าจะไม่เดินออกนอกเส้นทาง และสามารถบรรลุเป้าหมายคือนิพพานได้ในเวลาอันรวดเร็ว
  • 44. ปัจฉิมวัยใจสงบ [6944-3d]

    59:22||Season 69, Ep. 44
    เมื่อเข้าสู่ปัจฉิมวัยร่างกายเริ่มก็เจ็บป่วยและกระสับกระส่าย แต่เราสามารถรักษาใจให้สงบได้ด้วยหลักธรรม 5 ประการ ได้แก่ การประกอบสัมมาอาชีวะ การตั้งมั่นในพระรัตนตรัยและศีล 5 การวางใจปล่อยวางความห่วงหาอาทรต่อคนรอบข้าง การคลายความยึดติดในทรัพย์สิน และการมองเห็นขันธ์ 5 ตามความเป็นจริงด้วยสัมมาทิฏฐิ เมื่อฝึกฝนจิตใจให้เข้าใจสัจธรรมและละวางความยึดมั่นถือมั่นเหล่านี้ได้ แม้สังขารจะเจ็บป่วยเพียงใด จิตใจก็จะสงบเยือกเย็น ไม่ฟุ้งซ่าน สามารถก้าวผ่านช่วงวัยนี้ไปได้อย่างร่มเย็นและเป็นสุข
  • 43. วิชชาดับอวิชชา [6943-3d]

    51:49||Season 69, Ep. 43
    อวิชชา คือความไม่รู้แจ้งในอริยสัจ 4 ซึ่งเปรียบเสมือนรากเหง้าของความทุกข์และความเข้าใจคลาดเคลื่อนในชีวิต การจะดับอวิชชาทำได้โดยการตัด "อาหารของอวิชชา" เช่น นิวรณ์ 5 ด้วยการเจริญ "วิชชา" ผ่านการมีสติปัฏฐาน 4 โยนิโสมนสิการ และการปฏิบัติ "อริยมรรคมีองค์ 8" อันเป็นเส้นทางสายเอกที่จะนำพาจิตใจหลุดพ้นจากวัฏสงสารและเข้าสู่ความสงบเย็นอย่างแท้จริง
  • 42. ปณิธาน:การตั้งมั่น [6942-3d]

    56:30||Season 69, Ep. 42
    ปณิธาน คือความตั้งใจอันแน่วแน่ในการพัฒนาตนเอง ซึ่งไม่ใช่การอ้อนวอนขอแต่เป็นการสร้างเหตุและปัจจัย เส้นทางสู่ความสำเร็จต้องอาศัยหลัก "อิทธิบาท 4" ได้แก่ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ และวิมังสา ควบคู่กับการประธานสังขารเพื่อขับเคลื่อนการลงมือทำ รวมถึงการมีกัลยาณมิตรคอยช่วยเหลือ เมื่อผสานความตั้งมั่นกับการปฏิบัติที่ถูกต้องและสม่ำเสมอ จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดในชีวิตได้อย่างยั่งยืน
  • 41. ปัจจัย 24 ประการ [6941-3d]

    59:15||Season 69, Ep. 41
    บทสวดมหาปัฏฐานได้แสดงหลักธรรมอันลึกซึ้งผ่าน "ปัจจัย 24 ประการ" ซึ่งเปรียบเสมือนเครือข่ายความสัมพันธ์อันยิ่งใหญ่ที่คอยเกื้อหนุน ค้ำจุน และเป็นเงื่อนไขให้สรรพสิ่ง สภาวธรรม ทั้งรูปและนาม เกิดขึ้น ดำรงอยู่ หรือดำเนินไปอย่างเป็นเหตุเป็นผลแก่กัน ตั้งแต่เรื่องของเหตุ กรรม จิต ไปจนถึงความมีอยู่และไม่มีอยู่ สะท้อนให้เห็นว่าทุกสิ่งในจักรวาลล้วนมีความเกี่ยวโยงและพึ่งพาอาศัยกันอย่างแยกไม่ออก
  • 40. เรื่องของภพภูมิ [6940-3d]

    58:48||Season 69, Ep. 40
    ภพภูมิ ในพระพุทธศาสนาเปรียบเสมือนแผนผังการเดินทางของจิตที่ขับเคลื่อนด้วยตัณหาและกรรม ซึ่งถูกจัดหมวดหมู่อย่างเป็นระบบผ่าน "สัตตาวาส 9" (ที่อยู่อาศัยของสัตว์ 9 ภูมิ) สอดคล้องกับ "วิญญาณฐิติ 7" (ฐานที่ตั้งของวิญญาณตามปกติ 7 ภูมิ) และ "อายตนะ 2" (ขอบเขตสุดโต่ง 2 ภูมิที่วิญญาณไม่ได้ตั้งอยู่ตามปกติ คืออสัญญีสัตว์และเนวสัญญานาสัญญายตนะ) ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนความหลากหลายของสภาวะจิตในสังสารวัฏที่สัตว์ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดจนกว่าจะหลุดพ้นด้วยอริยมรรคมีองค์ 8
  • 39. การใช้งาน “พรหมวิหาร 4” [6939-3d]

    52:18||Season 69, Ep. 39
    ท่ามกลางความขัดแย้งและปัญหาความวุ่นวายในปัจจุบันที่มีจุดเริ่มต้นจากตัณหาและการหวงกั้น เราสามารถคลี่คลายได้ด้วยการน้อมนำ “พรหมวิหาร 4” อันได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา มาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน โดยเป็นการแสดงออกผ่านทางกาย วาจา และใจอย่างแท้จริง ที่สำคัญต้องประกอบด้วยคุณลักษณะ 3 ประการ คือ ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีประมาณ และไม่มีการผูกเวรกับผู้ใด เพื่อสร้างความสงบสุขที่ยั่งยืนแก่จิตใจและสังคม
  • 38. โกลาหล 5 ประการ [6938-3d]

    58:51||Season 69, Ep. 38
    "โกลาหล 5 ประการ" คือความแตกตื่นโกลาหลของเหล่าเทวดาและพรหม ที่ปรากฏกายบอกข่าวหรือเตือนเรื่องสำคัญที่จะเกิดขึ้นในโลกมนุษย์ ได้แก่ กัปปโกลาหลเตือนเรื่องโลกาวินาศ จักกวัตติโกลาหลเตือนการอุบัติของพระเจ้าจักรพรรดิ พุทธโกลาหลเตือนการบังเกิดของพระพุทธเจ้า มงคลโกลาหลเตือนการแสดงมงคลสูตร 38 ประการ และโมเนยยโกลาหลเตือนวิถีปฏิบัติเพื่อความสงบ   เรื่องราวเหล่านี้เตือนสติให้เราดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท ไม่หลงมงคลตื่นข่าวหรือเครื่องรางโชคลาง แต่ให้เชื่อในผลแห่งการกระทำของตนเอง และน้อมนำหลักธรรมมาปฏิบัติในชีวิตประจำวันอย่างมีสติ เพื่อพัฒนาตนเองสู่ความเจริญและหลุดพ้นจากความทุกข์ในที่สุด
  • 37. โอกาส 8 ที่ทำให้ได้ประพฤติพรหมจรรย์ [6937-3d]

    56:38||Season 69, Ep. 37
     โอกาสที่ทำให้ได้ประพฤติพรหมจรรย์นั้นหาได้ยากยิ่ง เพราะต้องหลุดพ้นจากสภาวะอับโชคทั้ง 8 ประการ (อาทิ การเกิดในนรก เดรัจฉาน เปรต อรูปพรหม หรือเป็นมนุษย์ที่ไร้ปัญญา มิจฉาทิฏฐิ และไร้พระธรรมคำสอน) ) การที่เราได้เกิดเป็นมนุษย์ผู้มีปัญญาและสัมมาทิฏฐิ ในยุคที่พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นพร้อมคำสอนที่ละเอียดครบถ้วน จึงถือเป็นสุดยอดแห่งโอกาสทอง เมื่อได้รับช่วงเวลาอันประเสริฐที่ทุกอย่างประจวบเหมาะนี้แล้ว เราจึงควรเร่งทำความเพียรและปฏิบัติตามหนทางอันประเสริฐ 8 อย่างให้แน่วแน่ เพื่อไม่ให้ต้องมาทุกข์ร้อนใจในภายหลัง