Share
![cover art for นาถกรณธรรม 10 ประการ [6743-3d]](https://open-images.acast.com/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg?height=750)
3 ใต้ร่มโพธิบท
นาถกรณธรรม 10 ประการ [6743-3d]
Season 67, Ep. 43
•
ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสไว้ว่าให้พึ่งตน พึ่งธรรมนั้น หมายถึง พึ่งธรรมของพระองค์
ในตอนนี้จึงจะยกธรรมเป็นที่พึ่ง หรือคุณธรรมที่ทำให้ตนเป็นที่พึ่งของตนได้
คือนาถกรณธรรม 10 ประการ มากล่าว ดังนี้
- ศีล คือ ความประพฤติดีงามสุจริต รักษาระเบียบวินัย ผู้มีศีลถือว่าเป็นผู้มีที่พึ่งแล้ว
- พาหุสัจจะ คือ ความเป็นผู้ได้ศึกษาเล่าเรียนมาก มีความรู้ความเข้าใจลึกซึ้งในธรรม
- กัลยาณมิตตตา คือ ความมีกัลยาณมิตร, การคบเพื่อนดี หากแม้หาเพื่อนที่ดีไม่ได้ มรรค8 เป็นกัลยาณมิตรได้
- โสวจัสสตา ความเป็นผู้ว่าง่ายสอนง่าย รับฟังเหตุผล
- กิงกรณีเยสุ ทักขตา ความเอาใจใส่ช่วยขวนขวายในกิจใหญ่น้อยทุกอย่างของเพื่อนร่วมหมู่คณะ รู้จักพิจารณาไตร่ตรอง สามารถจัดทำให้สำเร็จเรียบร้อย
- ธัมมกามตา ความเป็นผู้ใคร่ธรรม คือ รักธรรม ใฝ่ความรู้ใฝ่ความจริง รู้จักพูดรู้จักฟัง ทำให้เกิดความพอใจ น่าร่วมปรึกษาสนทนา ชอบศึกษา ยินดีพอใจมีความปราโมทย์ในหลักธรรมหลักวินัยที่ละเอียดลึกซึ้งยิ่งๆ ขึ้นไป
- วิริยารัมภะ ความขยันหมั่นเพียร คือ เพียรละความชั่ว ประกอบความดีมีใจแกล้วกล้าที่จะทำความดี กล้าที่จะลงมือทำในสิ่งดีๆ ปรารภความเพียรและไม่ทอดทิ้งธุระ
- สันตุฏฐี ความสันโดษ คือ ยินดี มีความสุขความพอใจด้วยปัจจัย 4 ที่หามาได้ด้วยความเพียรอันชอบธรรมของตน มีลักษณะ 3 อย่างคือ ยถาลาภสันโดษ คือความสันโดษตามมีตามได้ ได้มาอย่างไรก็พอใจอย่างนั้น , ยถาพลสันโดษคือความสันโดษตามกำลังในสิ่งที่ควรจะใช้, ยถาสารุปปสันโดษคือ รู้จักพอเป็น อิ่มเป็น และแบ่งปันส่วนที่เกินเลยไปเอื้อเฟื้อผู้อื่นตามสมควร
- สติ คือเป็นผู้ความมีสติ เป็นผู้ระลึกการที่ทำคำที่พูดไว้แม้นานได้ คือไม่ให้เพลินไป ไม่ให้เผลอไป ไม่ประมาทไป ตามผัสสะต่างๆที่มากระทบ
- ปัญญา ความมีปัญญาหยั่งรู้เหตุผล รู้จักคิดพิจารณา มีปัญญาที่จะกำจัดกิเลส เข้าใจภาวะของสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง
นาถกรณธรรมนี้ เป็นธรรมมีอุปการะมาก เพราะเป็นกำลังหนุนในการบำเพ็ญคุณธรรมต่างๆ ยังประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้สำเร็จได้อย่างกว้างขวาง
Time stamp 6743-3d:
(00:34) ปฏิบัติภาวนา เจริญอานาปานสติ
(05:10) นาถกรณธรรม 10 ประการ
(10:34) ศีล ความประพฤติดีงามสุจริต
(12:36) พาหุสัจจะ
(18:35) กัลยาณมิตตตา
(22:17) โสวจัสสตา
(28:40) กิงกรณีเยสุ ทักขตา
(29:32) วิริยารัมภะ
(35:30) ธัมมกาโม
(39:38) สันตุฏฐี
(48:15) สติ
(50:54) ปัญญา
More episodes
View all episodes

35. ธรรมสมาธิ 5 ประการ [6935-3d]
53:14||Season 69, Ep. 35ธรรมสมาธิ 5 ประการ คือเส้นทางหล่อหลอมจิตใจให้ตั้งมั่นและหมดความสงสัยในการปฏิบัติธรรม เริ่มจาก ปราโมทย์ ความเบิกบานร่าเริงใจ นำไปสู่ ปีติ ความอิ่มเอมซาบซึ้ง ก่อเกิด ปัสสัทธิ ความสงบเย็นผ่อนคลาย พัฒนาเป็น โสมนัส ความสุขสบายไร้กังวล และบรรลุสู่ สมาธิ ความแน่วแน่ของจิตที่ไร้สิ่งรบกวน ธรรมทั้งห้านี้คือกระบวนการอันงดงามที่เกื้อหนุนให้ผู้ปฏิบัติเกิดความมั่นใจและประสบความสำเร็จในการภาวนา ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเจริญรอยตามมาได้ก็ต่อเมื่อเราหมั่นพิจารณาธรรมอย่างแยบคายหรือมีโยนิโสมนสิการนั่นเอง
34. ธรรมเครื่องระงับความอาฆาต 6934-3d]
58:15||Season 69, Ep. 34ความอาฆาตเกิดจากการยึดติดว่าผู้อื่นสร้างความเสียหายแก่เรา แก่คนที่เรารัก หรือเห็นศัตรูได้ดี ไม่ว่าจะในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต วิธีดับไฟแค้นคือการยอมรับและปล่อยวางอดีต ปัจจุบัน อนาคตที่ล้วนควบคุมไม่ได้ ควบคู่กับการใช้หลักธรรม 5 ประการ ได้แก่ การเจริญเมตตา ปลูกความกรุณา วางใจเป็นอุเบกขา หันไปสนใจสิ่งอื่น และพิจารณากฎแห่งกรรมว่าทุกคนมีกรรมเป็นของตน รวมถึงการฝึกมองข้ามข้อเสียและใส่ใจเฉพาะส่วนดีของบุคคลนั้น การหล่อเลี้ยงจิตใจด้วยหลักธรรมเหล่านี้จะช่วยระงับความโกรธ ไม่ผูกเวร และคืนความสงบสุขให้ใจได้อย่างแท้จริง
33. กิจญาณ - กิจที่ควรทำในอริยสัจ 4 [6933-3d]
55:27||Season 69, Ep. 33อริยสัจ 4 คือสัจธรรมความจริงเหนือกาลเวลาที่เราต้องอาศัย "กิจญาณ" หรือการรู้หน้าที่ที่ควรทำต่ออริยสัจแต่ละข้ออย่างถูกต้อง ได้แก่ "ทุกข์" (ขันธ์ 5) เราควรรอบรู้และทำความเข้าใจ "สมุทัย" (ตัณหา) เราควรละทิ้ง "นิโรธ" เราควรทำให้แจ้ง และ "มรรค" เราควรเจริญให้มาก ดังนั้น เมื่อเผชิญสิ่งใดในชีวิต หากเราหมั่นแยกแยะและทำกิจต่อสิ่งเหล่านั้นตามหลักอริยสัจ 4 ได้อย่างถูกต้อง กระบวนการนี้จะช่วยพัฒนาจิตใจจนนำไปสู่การเกิดญาณหยั่งรู้ที่แท้จริงได้ในที่สุด
32. พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ [6932-3d]
58:10||Season 69, Ep. 32พระรัตนตรัยคือที่พึ่งสูงสุดของชาวพุทธ นำโดย พระพุทธคุณ ซึ่งเปี่ยมด้วยพระปัญญาตรัสรู้แจ้ง บริสุทธิ์จากกิเลส และมีพระมหากรุณาธิคุณชี้ทางพ้นทุกข์แก่สัตว์โลก ผสานด้วย พระธรรมคุณ คำสอนอันประเสริฐที่เน้นให้ละเว้นความชั่ว ทำความดี และชำระจิตใจให้ผ่องใสผ่านการศึกษาและลงมือปฏิบัติ ตลอดจน พระสังฆคุณ คือหมู่สาวกผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตามคำสอนจนสามารถละกิเลสและบรรลุธรรม หากเรามีศรัทธาตั้งมั่นและดำเนินชีวิตตามแนวทางแห่งพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ย่อมนำพาชีวิตไปสู่ความสงบและหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวงได้อย่างแท้จริง
31. การภาวนา 4 ประการ [6931-3d]
57:59||Season 69, Ep. 31การภาวนาคือ การเจริญ การพัฒนาตนเอง ประกอบด้วย กาย สีล จิต และปัญญา คือการสำรวมกายให้อยู่ในระเบียบวินัย ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ฝึกจิตให้มั่นคง และเจริญปัญญาเพื่อรู้แจ้งดับทุกข์หากไม่เจริญภาวนาจะก่อให้เกิด อนาคตภัย 5 ประการ ได้แก่ พระธรรมวินัยเลอะเลือนจนศรัทธาเสื่อมถอย, ไม่สามารถอบรมสั่งสอนคนรุ่นหลังได้ถูกต้อง, หลงผิดถลำลงสู่ธรรมดำโดยไม่รู้ตัว, ละทิ้งธรรมะอันลึกซึ้ง หันไปสนใจคำกวีแต่งใหม่, ผู้ใหญ่ย่อหย่อน ไม่เพียรบรรลุธรรม และกลายเป็นแบบอย่างที่ผิดการเจริญภาวนาอย่างต่อเนื่องจึงเกิดประโยชน์มหาศาล ทั้งช่วยสืบทอดพระศาสนาให้ยั่งยืน และนำพาตนให้เป็นผู้รู้แจ้งในธรรมได้อย่างแท้จริง
30. หลักธรรมสู่ความเจริญรุ่งเรือง [6930-3d]
56:55||Season 69, Ep. 30การรักษาความมั่งคั่งของตระกูลให้ยั่งยืน เริ่มต้นได้ด้วย "กุลจิรัฏฐิติธรรม" 4 ประการ ได้แก่ ของหายต้องตามหา, ของชำรุดรู้จักซ่อมแซม, ใช้จ่ายอย่างพอประมาณให้สมฐานะ (สมชีวิตา) และมอบหมายให้คนดีมีศีลธรรมดูแลทรัพย์สินเพื่อยกระดับชีวิตให้เจริญก้าวหน้า ควรเชื่อมโยงกับ "จักร 4" คือ การเลือกพาตัวเองไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี, คบหาคนดี (กัลยาณมิตร), ตั้งตนไว้ในความดี และเป็นผู้มีความดีที่บำเพ็ญไว้กาลก่อนเพื่อพร้อมพัฒนาตนเองอยู่เสมอเมื่อนำธรรมะเหล่านี้มาผสานกับการขยันทำงานและรู้จักรักษาทรัพย์ ย่อมนำพาครอบครัวและชีวิตไปสู่ความมั่นคงมีคและมีความสุขอย่างยั่งยืน
29. การใช้งาน “พรหมวิหาร 4” [6929-3d]
53:10||Season 69, Ep. 29ความขัดแย้งวุ่นวายในโลกล้วนมีจุดเริ่มต้นจาก "ตัณหา" ที่นำไปสู่การยึดติด ความตระหนี่ และการหวงกั้นในที่สุด ทางออกของปัญหาเหล่านี้คือการใช้หลัก "พรหมวิหาร 4" คือ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา เข้ามาแก้ไข โดยมีหัวใจสำคัญ 3 ประการ คือ ต้องปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไม่มีเงื่อนไข ไร้ขอบเขต และไม่ผูกเวรหรือละเว้นใคร นอกจากนี้ การนำไปใช้ในชีวิตประจำวันต้องแสดงออกให้ผู้อื่นรับรู้ได้ประจักษ์ชัด ทั้งทางการกระทำ (กาย) คำพูด (วาจา) และความคิด (ใจ)
28. ฆราวาสธรรม 4 ประการ [6928-3d]
59:21||Season 69, Ep. 28การเผชิญโลกที่มีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกัน เราสามารถนำหลัก "ฆราวาสธรรม 4 ประการ" มาใช้เพื่อสร้างความสำเร็จและความสุขในชีวิตได้ดังนี้1. สัจจะ (ความจริงใจ): มีความซื่อตรงทั้งต่อหน้าและลับหลัง ตรงไปตรงมาทั้งความคิดและการกระทำ2. ทมะ (การข่มใจ): รู้จักปรับตัวและฝึกควบคุมจิตใจให้เลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องและดีงาม3. ขันติ (ความอดทน): เผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างเข้าใจโดยไม่เก็บกด แต่ใช้สติรักษาใจไม่ให้ขุ่นมัว4. จาคะ (การเสียสละ): รู้จักการให้ แบ่งปัน และสละทิ้งกิเลสหรือนิสัยที่ไม่ดีออกจากใจเมื่อเรานำหลักธรรมเหล่านี้มาปรับใช้ด้วยปัญญา จะช่วยให้ก้าวผ่านทุกสถานการณ์ได้อย่างมั่นคงและมีความสุขอย่างแท้จริง
27. ประสงค์เพื่อให้สมความปรารถนา [6927-3d]
56:30||Season 69, Ep. 27ได้นำเอา ขัตติยสูตร ที่ว่าด้วยความประสงค์ 5 อย่างของบุคคล 6 ประเภท มาอธิบายขยายความ เพื่อให้ทราบถึงความต้องการที่เหมือนกัน หรือแตกต่างกันของบุคคลแต่ละประเภท เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาความเข้าใจ และสานสัมพันธภาพที่ดีในระหว่างบุคคลเริ่มจากความประสงค์เพื่อให้สมตามสิ่งที่ปรารถนา ในบุคคลแต่ละประเภทนั้น ย่อมมีความประสงค์ต้องการเพื่อให้สมความปรารถนาสูงสุด อย่างเช่นกษัตริย์ พราหมณ์ คหบดี มีความประสงค์โภคทรัพย์ และนิยมปัญญาเหมือนกัน แต่สิ่งที่เสริมกำลังความมั่นใจเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการ และให้ถึงความเป็นที่สุดแตกต่างกันสตรี นิยมประดับตกแต่งเพื่อประสงค์บุรุษ มีบุตรเป็นกำลัง และไม่ต้องการหญิงอื่นร่วมสามี มีความเป็นใหญ่ในบ้านเป็นที่สุดโจร นิยมที่เร้นลับเพื่อประสงค์ลักทรัพย์ มีอาวุธเป็นกำลัง และต้องการที่มืด ไม่ปรารถนาให้ผู้อื่นล่วงรู้สมณะ นิยมปัญญา มีความประสงค์ขันติ และโสรัจจะ มีศีลเป็นกำลัง และต้องการความไม่มีกิเลสเครื่องกังวล มีนิพพานเป็นที่สุดข้อสังเกต ความต้องการที่เป็นไปเพื่อดับความต้องการ มีความเป็นอิสระพ้นจากอำนาจกิเลสเครื่องร้อยรัดมีในบุคคลผู้ที่มีปัญญาเห็นตามความเป็นจริง