Share
![cover art for ศาสดาที่ไม่สมควรถูกทักท้วง - โลหิจจสูตร ตอนที่ ๒ [6911-4s]](https://open-images.acast.com/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg?height=750)
4 คลังพระสูตร
ศาสดาที่ไม่สมควรถูกทักท้วง - โลหิจจสูตร ตอนที่ ๒ [6911-4s]
Season 69, Ep. 11
•
โลหิจจสูตร ตอนที่ ๒ ทรงแสดงศาสดาซึ่งไม่สมควรถูกทักท้วง คือผู้ที่บรรลุธรรมแล้วและสอนผู้อื่นจนบรรลุธรรมตามได้ เมื่อทรงแสดงจบ โลหิจจพราหมณ์เข้าใจความจริงและประกาศตนเป็นอุบาสกผู้ถึงรัตนตรัยตลอดชีวิต
More episodes
View all episodes

20. ธรรมสำหรับผู้ป่วย - มหานามสูตร, คิลานสูตร, ปฐมอุปัฏฐากสูตร, ปฐมอนายุสสาสูตร และธนัญชานิสูตร [6920-4s]
57:47||Season 69, Ep. 20สูตร#1 มหานามสูตร (เล่มที่ ๒๓ ข้อที่ ๒๕) ทรงแสดงแก่เจ้าศากยะพระนามว่ามหานามะซึ่งได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคถึงเหตุให้ได้ชื่อว่าอุบาสก เหตุอะไรทำให้อุบาสกได้ถือว่ามีศีล เหตุอะไรทำให้อุบาสกได้ชื่อว่าปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลตนเอง แต่ไม่เกื้อกูลผู้อื่น เหตุอะไรทำให้อุบาสกได้ชื่อว่าปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลตนเองและเกื้อกูลผู้อื่น ทรงตรัสแสดงในรายละเอียดสูตร#2 คิลานสูตร (เล่มที่ ๒๐ ข้อที่ ๒๒) ว่าด้วยคนไข้ ๓ จำพวก เปรียบเทียบกับบุคคลในโลก ๓ จำพวกสูตร#3 คิลานสูตร (เล่มที่ ๑๙ ข้อที่ ๓๗๕) ว่าด้วยพระผู้มีพระภาคทรงพระประชวร ขณะเข้าจำพรรษาอยู่ ณ เวฬุวคาม เขตกรุงเวสาลี ทรงประชวรอย่างรุนแรง ท่านพระอานนท์เห็นแล้วกราบทูลว่า รู้สึกหนักใจแต่มาเบาใจอยู่หน่อยหนึ่งว่า พระองค์ยังไม่ตรัสพุทธพจน์อย่างใดอย่างหนึ่งกับภิกษุสงฆ์ก็คงจักไม่ปรินิพพานเป็นแน่ ทรงตรัสตอบว่า ไม่ควรหวังอะไรในพระองค์เพราะทรงแสดงธรรมไว้แจ่มแจ้งแล้วและทรงสอนให้มีตนเป็นที่พึ่ง มีธรรมเป็นที่พึ่งด้วยการเจริญสติปัฏฐาน ๔ ประการสูตร#4 คิลานสูตร (เล่มที่ ๒๒ ข้อที่ ๑๒๑) ว่าด้วยธรรมสำหรับภิกษุไข้ หมายถึงธรรมที่มีผลให้ภิกษุบรรลุเจโตวิมุตติในเวลาไม่นาน มี ๕ ประการสูตร#5 ปฐมอุปัฏฐากสูตร (เล่มที่ ๒๒ ข้อที่ ๑๒๓) ว่าด้วยภิกษุไข้ที่พยาบาลได้ยากและง่าย แต่ละอย่างประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ซึ่งมีนัยตรงข้ามกันสูตร#6 ทุติยอุปัฏฐากสูตร (เล่มที่ ๒๒ ข้อที่๑๒๔) ว่าด้วยภิกษุผู้ควรและไม่ควรพยาบาลภิกษุไข้ แต่ละอย่างประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ซึ่งมีนัยตรงข้ามกันสูตร#7 ปฐมอนายุสสาสูตร (เล่มที่ ๒๒ ข้อที่๑๒๕) ว่าด้วยธรรมที่เป็นเหตุให้อายุสั้นและอายุยืน แต่ละอย่างประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ซึ่งมีนัยตรงข้ามกัน (ในทุติยอนายุสสาสูตร เหตุให้อายุยืนเพิ่ม มีศีล และมีกัลยาณมิตรสูตร#8 คิลานสูตร (เล่มที่ ๑๙ ข้อที่๑๐๕๐) ว่าด้วยอุบาสกป่วย ทรงแสดงแก่เจ้าศากยะพระนามว่ามหานามะ ที่ได้เขาไปทูลถามว่า อุบาสกผู้มีปัญญา (พระโสดาบัน) จะกล่าวสอนอุบาสกผู้มีปัญญาซึ่งเจ็บป่วยได้หรือไม่ ตรัสตอบว่า สามารถปลอบใจได้ด้วยธรรม ๔ ประการสูตร#9 ธนัญชานิสูตร ว่าด้วยพราหมณ์ชื่อธนัญชานิ ผู้ประพฤติมิชอบด้วยการเบียดบังพระราชาและเบียดเบียนประชาชน เมื่อท่านพระสารีบุตรทราบว่าธนัญชานิพราหมณ์เป็นผู้ประมาท ท่านได้ไปโปรดเตือนสติและแสดงธรรมให้ฟังโดยยกธรรมขึ้นมาให้เห็นว่า ไม่ว่าจะด้วยเหตุเงื่อนไขปัจจัยใดในการดำเนินชีวิตก็ตาม ผู้ประพฤติธรรมและประพฤติสม่ำเสมอย่อมประเสริฐกว่าผู้ประพฤติอธรรมและประพฤติไม่สม่ำเสมอ และในตอนจบธนัญชานิพราหมณ์ตายไป สถิตย์ในสวรรค์ชั้นพรหม
19. พึ่งตน พึ่งธรรม -จักกวัตติสูตร [6919-4s]
58:05||Season 69, Ep. 19จักกวัตติสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุ ตรัสสอนให้ พึ่งตนพึ่งธรรม ไม่พึ่งสิ่งอื่น ด้วยการเจริญสติปัฏฐาน 4 เพราะการพึ่งตนพึ่งธรรม ทำให้เจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ โภคะ และพละ และให้ประพฤติธรรมอันเป็นโคจรที่สืบเนื่องมาจากบิดา (พระองค์เอง) บุญกุศลจะเจริญยิ่งขึ้น มารจะขัดขวางไม่ได้ และได้ตรัสอธิบายถึง การที่จะมาเป็นพระเจ้าจักรพรรดิและความเสื่อมไปของพระเจ้าจักรพรรดิ เหตุความเสื่อมไปของอายุขัยของมนุษย์ถึงสมัยหนึ่งที่มนุษย์มีอายุขัยแค่10 ปี จนกระทั่งถึงคราวที่มนุษย์กลับเจริญรุ่งเรืองขึ้นอีกครั้งมีอายุมากขึ้นอีก มีพระพุทธเจ้านามว่า เมตไตรย เสด็จอุบัติขึ้นในโลก จะทรงสั่งสอนธรรมอย่างเดียวกับพระองค์ในบัดนี้
18. เครื่องอยู่ของจิต - ปฐมมหานามสูตร, ทุติยมหานามสูตร, นันทิยสูตร, คิลานสูตร และธัมมทินสูตร [6918-4s]
59:40||Season 69, Ep. 18สูตร#1 ปฐมมหานามสูตร (เล่มที่ ๒๔) ทรงแสดงแก่เจ้าศากยะชื่อมหานามะ ได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค และทรงตรัสถามพระผู้มีพระภาคว่า พระองค์จะต้องมีธรรมอะไรเป็นเครื่องอยู่ ทรงตรัสตอบว่า ให้ตั้งอยู่ในธรรม ๕ ประการ คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา แล้วเจริญธรรม ๖ ประการคือ อนุสสติ ๖ ให้ยิ่งขึ้นไปสูตร#2 ทุติยมหานามสูตร มีหมวดธรรมเดียวกับปฐมมหานามสูตรสูตร#3 นันทิยสูตร (เล่มที่ ๒๔) ทรงแสดงแก่เจ้าศากยะพระนามว่านันทิยะ ซึ่งได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค และตรัสถามว่า พระองค์จะต้องมีธรรมอะไรเป็นเครื่องอยู่ ทรงตรัสตอบว่า พึงตั้งอยู่ในธรรม ๖ ประการ คือ ศรัทธา ศีล วิริยะ สติ สมาธิและปัญญา แล้วตั้งสติมั่นไว้ภายในตนในธรรม ๕ ประการ คือ พุทธานุสสติ ธรรมานุสสติ กัลยาณมิตตานุสสติ จาคานุสสติ และเทวตานุสสติ ให้ยิ่งขึ้นไปสูตร#4 คิลานสูตร (เล่มที่๑๙) ว่าด้วยอุบาสกป่วย ทรงแสดงแก่เจ้าศากยะพระนามว่ามหานามะ ที่ได้เขาไปทูลถามว่า อุบาสกผู้มีปัญญา (พระโสดาบัน) จะกล่าวสอนอุบาสกผู้มีปัญญาซึ่งเจ็บป่วยได้หรือไม่ ตรัสตอบว่า สามารถปลอบใจได้ด้วยธรรม ๔ ประการสูตร#5 ธัมมทินสูตร (เล่มที่๑๙) ทรงแสดงแก่ธัมมทินนอุบาสก พร้อมด้วยอุบาสก ๕๐๐ คน ให้พิจารณาพระสูตรให้ลึกซึ้ง ลุ่มลึก ระดับโลกุตตระ เมื่อธัมมทินอุบาสกกราบทูลว่า พวกตนอยู่ครองเรือน นอนเบียดเสียดบุตร ใช้เครื่องประดับและเงินทองคงจะทำได้ยาก พระองค์จึงทรงแสดงธรรม ๔ ประการสูตร#6 มหานามสูตร (เล่มที่๒๓) ทรงแสดงแก่เจ้าศากยะพระนามว่ามหานามะ ซึ่งได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคถึงเหตุให้ได้ชื่อว่าอุบาสก เหตุอะไรทำให้อุบาสกได้ถือว่ามีศีลเหตุอะไรทำให้อุบาสกได้ชื่อว่าปฏิบัติเพื่อเกื้อกลตนเอง แต่ไม่เกื้อกูลผู้อื่น เหตุอะไรทำให้อุบาสกได้ชื่อว่าปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลตนเองและเกื้อกูลผู้อื่น ทรงตรัสแสดงในรายละเอียดสูตร#7 คิลานสูตร (เล่มที่๒๐)ว่าด้วยคนไข้ ๓ จำพวก เปรียบเทียบกับบุคคลในโลก ๓ จำพวก
17. การข้ามพ้นภัย - สัมโพธิสูตร, นิสยสูตร, เมฆิยสูตร, นันทกสูตร, พลสูตร, เสวนาสูตร [6917-4s]
58:18||Season 69, Ep. 17สูตร#1 สัมโพธิสูตร ทรงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่ ณ พระเชตวัน เขตกรุงสาวัตถี ทรงปรารภเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดการตรัสรู้ (สัมโพธิ) ๕ ประการ ซึ่งการมีกัลยาณมิตร เป็นข้อที่สำคัญที่สุด และทรงตรัสอานิสงส์ของการมีกัลยาณมิตร ที่เมื่อมี "มิตรดี" แล้ว ข้อธรรมอื่นๆ จะตามมาเองโดยธรรมชาติ เพราะมิตรดีจะเป็นแรงผลักดันให้ปฏิบัติในข้อต่อๆ ไปได้ง่ายขึ้น และเมื่อตั้งมั่นในธรรม ๕ ประการข้างต้นแล้ว ควรฝึกฝนเพิ่มเติมอีก ๔ ด้านเพื่อแก้ทางกิเลสสูตร#2 นิสยสูตร ว่าด้วยคุณสมบัติของภิกษุที่ได้ชื่อว่าเป็น "ผู้ถึงพร้อมด้วยนิสสัย" ทรงตรัสแก่ภิกษุรูปหนึ่งที่เข้าไปเฝ้าและทูลถามว่าผู้ถึงพร้อมด้วยนิสสัย ด้วยเหตุเพียงเท่าไร ทรงแสดงธรรม ๕ ประการที่เมื่อภิกษุอาศัยธรรมเหล่านี้แล้ว จะละอกุศล และเจริญกุศลได้ และเมื่อภิกษุสามารถดำรงอยู่ในธรรม ๕ ประการนี้ได้มั่นคงแล้ว ให้เจริญธรรม ๔ ประการเพื่อไม่ให้กิเลสใหม่เกิดขึ้น ผู้ที่ทำได้ครบถ้วนเช่นนี้ จึงจะได้ชื่อว่าเป็น "ผู้ถึงพร้อมด้วยนิสสัย"สูตร#3 เมฆิยสูตร ทรงแสดงแก่พระเมฆิยะ ว่าด้วย ธรรมะที่เป็นไปเพื่อความแก่กล้าแห่งเจโตวิมุตติ พระเมฆิยะ (ซึ่งขณะนั้นเป็นพุทธอุปัฏฐาก) ได้พบป่ามะม่วงริมฝั่งแม่น้ำกิมิกาฬาที่รื่นรมย์ จึงอยากไปบำเพ็ญเพียรที่นั่นเพียงลำพัง เมื่อพระเมฆิยะไปบำเพ็ญเพียรในป่ามะม่วงตามลำพัง กลับถูก "อกุศลวิตก" (ความนึกคิดที่ไม่ดี) รุมเร้าจิตใจ จึงได้กลับไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ทรงแสดงธรรม๕ประการที่จะช่วยให้เจโตวิมุตติแก่กล้าขึ้น เมื่อตั้งมั่นในธรรม ๕ ประการข้างต้นแล้ว ควรเจริญธรรมอีก ๔ ประการเพื่อกำจัดกิเลสเฉพาะหน้าสูตร#4 นันทกสูตร ทรงแสดงแก่พระนันทกะ ณ พระเชตวัน ปรารภท่านพระนันทกะกำลังแสดงธรรมให้เหล่าภิกษุฟังในหอฉันอย่างตั้งใจและยาวนาน ทรงชมเชยและตรัสว่านี่คือ "กิจ ๒ อย่างของบรรพชิต" คือ การสนทนาธรรม หรือ การนิ่งอย่างพระอริยะและทรงตรัสองค์ประกอบ ๔ ประการสู่ความสำเร็จ (ความสมบูรณ์ของภิกษุ) ทรงเปรียบเทียบว่า ภิกษุที่ขาดคุณธรรมข้อใดข้อหนึ่ง เหมือนสัตว์สี่เท้าที่เท้าข้างหนึ่งพิการ ย่อมไม่สง่างามและไม่สมบูรณ์ หลังจากทรงเสด็จกลับ ท่านพระนันทกะได้ขยายความต่อถึงอานิสงส์ที่ภิกษุจะได้รับจากการฟังธรรมและสนทนาธรรม ซึ่งนำไปสู่การหลุดพ้นสูตร#5 พลสูตร ทรงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ถึงกำลัง ๔ ประการที่ช่วยให้พระอริยสาวกสามารถข้ามพ้น "ภัย ๕ ประการ" ได้สูตร#6 เสวนาสูตร ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วย "เกณฑ์ในการเลือกเสพหรือเลือกคบ" ว่า มีคน ๔ ประเภทที่เราควรหรือไม่ควรคบ และมีการแบ่งแยกที่คล้ายกันนี้ในเรื่องของเครื่องแต่งกาย อาหาร ที่พัก เมือง และประเทศ โดยวัดจาก กุศล/อกุศลธรรม เจริญขึ้นหรือเสื่อมลง
16. คุณธรรมแห่งความสำเร็จ-สังขารูปปัตติสูตร,ทักขิณาวิภังคสูตร,อิฏฐสูตร [6916-4s]
56:17||Season 69, Ep. 16สูตร#1 สังขารูปปัตติสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ทรงตรัสว่าการที่ภิกษุประกอบด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา ซึ่งเมื่อเจริญและทำให้มากแล้ว เมื่อปรารถนาจะไปเกิดในสิ่งที่ดี ๆ อย่างไร ให้ตั้งจิต อธิษฐานจิต และเจริญจิตนั้น ก็จะเกิดในฐานะนั้น ๆ ได้ตามปรารถนา ตั้งแต่ความเป็นกษัตริย์มหาศาล พราหมณ์มหาศาล จนถึงเทพ พรหม ทั้งรูปพรหมและอรูปพรหม และในที่สุดถึงทำอาสวะให้สิ้นได้สูตร#2 ทักขิณาวิภังคสูตร ทรงแสดงแก่พระอานนท์ โดยปรารภการถวายทานของพระนางปชาบดีโคตมี โดยทรงแสดงทาน ๒ ประเภท และความบริสุทธิ์แห่งทักษิณา ๔ ประการ และทรงยกย่องอานิสงส์ของการให้กับหมู่สงฆ์มีมากกว่าให้กับบุคคลสูตร#3 อิฏฐสูตร ทรงแสดงแก่อนาถบิณฑิกคฤหบดี ว่าด้วยธรรมที่น่าปรารถนา ๕ ประการ ที่หาได้ยากในโลก ที่จะได้ด้วยการกระทำ การปฏิบัติ และปฏิปทาที่ถูกต้องไม่ได้ด้วยการอ้อนวอนร้องขอ เพราะเหตุแห่งความปรารถนานั้น
15. ภัยคือความแก่ ความเจ็บ และความตาย - ปัพพโตปมสูตร, ภยสูตร , ฐานสูตร และจุนทสูตร[6915-4s]
57:09||Season 69, Ep. 15สูตร#1 ปัพพโตปมสูตร พระเจ้าปเสนทิโกศลเสด็จเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ตรัสถามถึงกิจที่พระราชาพึงขวนขวาย พระผู้มีพระภาคตรัสถามพระเจ้าปเสนทิโกศลว่า เมื่อมหาภัยอันร้ายกาจที่ทำให้มนุษย์พินาศบังเกิดขึ้น อะไรที่พระองค์จะพึงทรงกระทำในภาวะแห่งมนุษย์ที่ได้แสนยาก พระเจ้าปเสนทิโกศลตอบว่า สิ่งที่ควรทำคือการประพฤติธรรม การประพฤติสม่ำเสมอ การสร้างกุศล การทำบุญสูตร#2 ภยสูตร ว่าด้วยเรื่องภัยใหญ่ คือ ภัยที่ปุถุชนเรียกว่า อมาตาปุตติกภัย ได้แก่ ภัยจากไฟไหม้ใหญ่ ภัยจากน้ำท่วมใหญ่ และภัยจากโจรปล้นใหญ่ ซึ่งเป็นเหตุให้บุตรพลัดพรากจากมารดา แต่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภัยใหญ่ดังกล่าวยังเป็น สมาตาปุตติกภัย คือ ภัยที่ยังพอมีโอกาสให้บุตรพบกับมารดาได้บ้าง แต่ภัยใหญ่ต่อไปนี้ มารดาและบุตรไม่สามารถจะห้ามมิให้เกิดขึ้นแก่กันและกันได้เลยคือ ความแก่ ความเจ็บ และความตาย จึงตรัสเรียกว่า อมาตาปุตติกภัย หนทางที่จะให้ล่วงพ้นภัย 2 อย่างนี้ คือ อริยมรรคมีองค์ 8สูตร#3 ฐานสูตร พระพุทธเจ้าตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้ มี 5 ประการ คือ อย่าแก่ อย่าเจ็บไข้ อย่าตาย อย่าสิ้นไป และอย่าฉิบหาย ทรงแสดงว่า ฐานะแต่ละอย่างเกิดขึ้นทั้งแก่ปุถุชนและอริยสาวก แต่ปุถุชนไม่มีปัญญาพิจารณาเห็นสิ่งเหล่านี้ตามความเป็นจริงตรงกันข้ามกลับถูกสิ่งเหล่านี้ครอบงำจนเกิดทุกข์กายและทุกข์ใจ ส่วนอริยสาวกมีนัยตรงกันข้ามกับปุถุชนสูตร#4 โกสลสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระเจ้าปเสนทิโกศลผู้ทรงเกิดทุกขโทมนัสเพราะพระนางมัลลิกาเทวีสวรรคต ทรงแสดงฐานะ 5 ประการที่ใครๆไม่พึงได้สูตร#5 นารทสูตร ท่านพระนารทะทรงแสดงฐานะ 5 ประการที่ใครๆไม่พึงได้แก่พระราชานามว่า มุณฑะ ผู้ทรงเกิดทุกขโทมนัสเพราะนางภัททาราชเทวีสวรรคตสูตร#6 จุนทสูตร ท่านจุนทะ สมณุทเทสผู้เป็นน้องชายคนเล็กของท่านพระสารีบุตร เข้าไปบอกข่าวการปรินิพพานของท่านพระสารีบุตรแก่ท่านพระอานนท์ ท่านจึงนำเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้ากราบทูลข่าวการปรินิพพานนั้นพร้อมกับแสดงความรู้สึกของตน พระองค์จึงตรัสสอนให้มีตนเป็นที่พึ่งมีธรรมเป็นที่พึ่ง ด้วยการเจริญสติปัฏฐาน 4 ประการสูตร#7 อุกกเจลสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ปรารภการปรินิพพานของท่านพระสารีบุตรและท่านพระโมคคัลลานะซึ่งเป็นคู่อัครสาวก ทรงสอนให้ภิกษุมีตนเป็นที่พึ่ง มีธรรมเป็นที่พึ่งด้วยการเจริญสติปัฏฐาน 4 ประการ
14. อินทรีย์ ๕ - พาหิยสูตร,นันทสูตร,ปุพพโกฏฐกสูตร, อาปณสูตร, ฐานสูตร[6913-4s]
45:55||Season 69, Ep. 14สูตร#1 พาหิยสูตร ทรงแสดงแก่ บุรุษชื่อ พาหิยะ ทารุจีริยะ ขณะกำลังเสด็จเที่ยวบิณฑบาตในกรุงสาวัตถี ท่านพาหิยะได้เข้าไปเฝ้า และกราบทูลขอให้ทรงแสดงธรรมถึง ๓ ครั้ง แม้พระองค์จะทรงทัดทานว่ายังไม่ใช่เวลา แต่ด้วยความตระหนักว่าชีวิตเป็นของไม่แน่นอน ท่านจึงขอฟังธรรมอย่างเร่งด่วน จึงทรงแสดงธรรมโดยย่อ จิตของท่านก็หลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลายเพราะไม่ถือมั่น หลังจากบรรลุธรรมได้ไม่นาน ท่านพาหิยะถูกวัวแม่ลูกอ่อนขวิดจนเสียชีวิตก่อนที่จะได้อุปสมบท พระพุทธเจ้าจึงทรงให้ภิกษุช่วยกันจัดการสรีระของท่านและประกาศว่าท่านได้ปรินิพพานแล้วสูตร#2 นันทสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ปรารภหลักปฏิบัติ ๔ ประการที่ทำให้พระนันทะบรรลุธรรม คือ การคุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย การรู้จักประมาณในการบริโภค การประกอบอยู่ในธรรมอันเป็นเครื่องตื่น และการมีสติสัมปชัญญะ: รู้เท่าทันการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปของ เวทนา, สัญญา และวิตก อยู่เสมอ ไม่ปล่อยให้จิตหลงไปกับสภาวะเหล่านั้น ซึ่งบุคคลที่มีราคะจัดอย่างพระนันทะ หากมีความตั้งใจจริงและปฏิบัติตามหลักปฏิบัตินี้ ก็สามารถเปลี่ยนตนเองจนบรรลุถึงความบริสุทธิ์ในธรรมได้สูตร#3 ปุพพโกฏฐกสูตร เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้าและพระสารีบุตร ณ ปุพพโกฏฐกะ เขตกรุงสาวัตถีทรงตรัสถามท่านพระสารีบุตรว่า เชื่อหรือไม่ว่า อินทรีย์ ๕ ที่บุคคลเจริญและทำให้มากแล้ว จะหยั่งลงสู่อมตะ (นิพพาน) มีอมตะเป็นที่สุด ท่านสารีบุตรตอบว่า ท่านไม่ได้เชื่อเพียงเพราะพระพุทธเจ้าทรงบอก แต่ท่านได้ รู้ เห็น เข้าใจ ทำให้แจ้ง และสัมผัสได้ด้วยปัญญาของตนเองสูตร#4 อาปณสูตร เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้าและพระสารีบุตร ณ นิคมของชาวอังคะชื่อ อาปณะ แคว้นอังคะ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของอินทรีย์ ๕ โดยมีศรัทธาเป็นรากฐาน พระอริยสาวกที่มีศรัทธามั่นคงในพระองค์ ย่อมไม่มีความสงสัยเคลือบแคลงในพระองค์หรือในพระธรรมคำสอน และศรัทธาที่ถูกต้องไม่ใช่เพียงความเชื่อลอย ๆ แต่เป็นแรงจูงใจให้เกิดความเพียร สติ สมาธิ และปัญญา จนกระทั่งเห็นแจ้งในพระนิพพานด้วยตนเองสูตร#5 ฐานสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ฐานะ ๔ ประการอันบุคคลพึงรู้ได้ คือ ๑) ศีลพึงรู้ได้ด้วยการอยู่ร่วมกัน ๒) ความบริสุทธิ์พึงรู้ได้ด้วยถ้อยคำ ๓) กำลังพึงรู้ได้ในคราวมีอันตราย ๔) ปัญญาพึงรู้ได้ด้วยการสนทนา โดยต้องใช้เวลาการมนสิการ และปัญญาในการสังเกตเพื่อให้รู้จริง
13. ธรรมเพื่อความสามัคคี - โกสัมพิยสูตร และสามคามสูตร [6913-4s]
57:46||Season 69, Ep. 13สูตร#1 โกสัมพิยสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ โฆสิตาราม เขตกรุงโกสัมพีปรารภภิกษุชาวเมืองโกสัมพีผู้แตกสามัคคีกัน รับสั่งให้มาเฝ้าแล้วทรงซักถาม และทรงแนะนำให้ทำ พูด คิดต่อกันด้วยเมตตาจิต ทรงอธิบายสารณียธรรม 6 ประการ ที่ทำให้ระลึกถึงกัน เป็นที่รักเป็นที่เคารพ เป็นไปเพื่อสงเคราะห์ ไม่วิวาทกันพื่อความสามัคคีเพื่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และข้อที่เป็นยอด คือ ทิฏฐิความเห็นอันประเสริฐ ได้ทรงอธิบายในรายละเอียดของอริยสาวกผู้ประกอบด้วยองค์ 7 อย่าง ย่อมประกอบด้วยโสดาปัตติผลสูตร#2 สามคามสูตร ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์ และท่านสมณุทเทสจุนทะ ณหมู่บ้านสามคามของชาวศากยะ แคว้นสักกะ ทรงปรารภคำกราบทูลของท่านพระอานนท์ ตามที่ท่านพระจุนทะเล่าให้ฟัง เรื่องการแตกสามัคคีถึงขั้นวิวาทกันของพวกนิครนถ์ หลังจากนิครนถ์นาฏบุตรดับขันธ์ไปไม่นาน เพราะพระธรรมวินัยที่นิครนถ์นาฏบุตรกล่าวไว้ไม่ดี ไม่เป็นเครื่องนำออกจากทุกข์ได้ ทำให้ท่านพระอานนท์ห่วงใยว่าหลังพุทธปรินิพพานอาจมีบุคคลอาศัยพระผู้มีพระภาคก่อการวิวาทขึ้นในสงฆ์ จึงทรงตรัสอธิบายถึงมูลเหตุแห่งการวิวาท 6 ประการ อธิกรณ์ 4 ประการ วิธีระงับอธิกรณ์ 7 ประการ และธรรมสำหรับป้องกันมิให้เกิดอธิกรณ์ (สารณียธรรม 6 ประการ) โดยละเอียด
12. โลกธรรม ๘ - ทุติยโลกธัมมสูตร, เทวทัตตวิปัตติสูตร,อุตตรวิปัตติสูตร, การัณฑวสูตร, กกุธเถรสูตร [6912-4s]
55:13||Season 69, Ep. 12สูตร#1 ทุติยโลกธัมมสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ทรงแสดงโลกธรรม หมายถึง สิ่งที่มีอยู่แน่นอนสำหรับสัตว์โลก มี ๘ ประการคือ ลาภ เสื่อมลาภ ยศ เสื่อมยศ นินทา สรรเสริญ สุข ทุกข์ ซึ่งเกิดขึ้นทั้งแก่ปุทุชนและพระอริยะ แต่มีผลต่างกัน ผู้มีปัญญาเมื่อเข้าใจความจริงนี้แล้ว ย่อมพิจารณาเห็นตามความเป็นจริงว่าไม่เที่ยง แปรผันไปเป็นธรรมดา ทำให้อารมณ์ที่น่าปรารถนา (อิฏฐารมณ์) และไม่น่าปรารถนา (อนิฏฐารมณ์) ไม่สามารถย่ำยีจิตใจได้สูตร#2 เทวทัตตวิปัตติสูตร ว่าด้วยวิบัติของพระเทวทัต ทรงแสดงแก่ภิกษุโดยทรงแสดงวิบัติของพระเทวทัต ๘ ประการเป็นตัวอย่าง เพื่อให้ภิกษุพิจารณาเห็นวิบัติและสมบัติของตนและผู้อื่นอยู่เสมอ เมื่อพิจารณาเห็นวิบัติและสมบัติอย่างนี้ ก็จะสามารถครอบงำวิบัติของตนได้ ทั้งอาสวะกิเลสที่ก่อความคับแค้นทางกายและใจก็จะไม่เกิดขึ้น คำว่า "สมบัติ" มีนัยตรงกันข้ามกับคำว่า “วิบัติ”สูตร#3 อุตตรวิปัตติสูตร ว่าด้วยวิบัติที่ท่านพระอุตตระแสดงโดยยกพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคที่ตรัสไว้มาแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ท้าวเวสวัณได้ยินเข้าจึงไปกราบทูลท้าวสักกะ ท้าวสักกะจึงเสด็จมาตรัสถามท่านพระอุตตระว่า ข้อความนี้เป็นปฏิภาณส่วนตัว หรือว่าเป็นพระดำรัสของพระผู้มีพระภาค ท่านจึงตอบโดยยกอุปมาโวหารเรื่องคนขนข้าวเปลือกจากกองข้าวใหญ่ เหมือนพระดำรัสที่เป็นสุภาษิตทั้งหมด ที่สาวกกล่าวโดยถือเอาจากภาษิตนั้น และทรงเล่าเรื่องวิบัติของพระเทวทัตสูตร#4 การัณฑวสูตร ว่าด้วยผู้ประทุษร้ายสมณะ เป็นสมณะแกลบ สมณะหยากเยื่อ ซึ่งหมายถึงสมณะผู้มีศีลวิบัติ ในที่นี้หมายถึงภิกษุรูปหนึ่งถูกภิกษุทั้งหลายโจทด้วยอาบัติ แต่ไม่รับ กลับพูดกลบเกลื่อน แสดงอาการโกรธ พระผู้มีพระภาคจึงรับสั่งให้ขับออกไป แล้วทรงยกอุปมาเปรียบเทียบสูตร#5 กกุธเถรสูตร ทรงปรารภเรื่องพระเทวทัตคิดจะปกครองสงฆ์ตามที่กกุธเทพบุตรบอกแก่ท่านพระมหาโมคคัลลานะ จึงทรงแสดงศาสดาผู้ไม่บริสุทธิ์ ๕ จำพวก ได้แก่ (๑)ผู้มีศีลไม่บริสุทธิ์ (๒) ผู้มีอาชีพไม่บริสุทธิ์ (๓)ผู้มีธรรมเทศนาไม่บริสุทธิ์ (๔) ผู้มีเวยยากรณะไม่บริสุทธิ์(๕) ผู้มีญาณทัสนะไม่บริสุทธิ์ แล้วทรงแสดงว่าพระองค์เป็นผู้มีความบริสุทธิ์ใน ๕ ทางตรงกันข้ามกับศาสดา ๕ จำพวก