Share

cover art for อินทรีย์ ๕ - พาหิยสูตร,นันทสูตร,ปุพพโกฏฐกสูตร, อาปณสูตร, ฐานสูตร[6913-4s]

4 คลังพระสูตร

อินทรีย์ ๕ - พาหิยสูตร,นันทสูตร,ปุพพโกฏฐกสูตร, อาปณสูตร, ฐานสูตร[6913-4s]

Season 69, Ep. 14

สูตร#1 พาหิยสูตร ทรงแสดงแก่ บุรุษชื่อ พาหิยะ ทารุจีริยะ ขณะกำลังเสด็จเที่ยวบิณฑบาตในกรุงสาวัตถี ท่านพาหิยะได้เข้าไปเฝ้า และกราบทูลขอให้ทรงแสดงธรรมถึง ๓ ครั้ง แม้พระองค์จะทรงทัดทานว่ายังไม่ใช่เวลา แต่ด้วยความตระหนักว่าชีวิตเป็นของไม่แน่นอน ท่านจึงขอฟังธรรมอย่างเร่งด่วน จึงทรงแสดงธรรมโดยย่อ จิตของท่านก็หลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลายเพราะไม่ถือมั่น หลังจากบรรลุธรรมได้ไม่นาน ท่านพาหิยะถูกวัวแม่ลูกอ่อนขวิดจนเสียชีวิตก่อนที่จะได้อุปสมบท พระพุทธเจ้าจึงทรงให้ภิกษุช่วยกันจัดการสรีระของท่านและประกาศว่าท่านได้ปรินิพพานแล้ว

สูตร#2 นันทสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ปรารภหลักปฏิบัติ ๔ ประการที่ทำให้พระนันทะบรรลุธรรม คือ การคุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย การรู้จักประมาณในการบริโภค การประกอบอยู่ในธรรมอันเป็นเครื่องตื่น และการมีสติสัมปชัญญะ: รู้เท่าทันการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปของ เวทนา, สัญญา และวิตก อยู่เสมอ ไม่ปล่อยให้จิตหลงไปกับสภาวะเหล่านั้น ซึ่งบุคคลที่มีราคะจัดอย่างพระนันทะ หากมีความตั้งใจจริงและปฏิบัติตามหลักปฏิบัตินี้ ก็สามารถเปลี่ยนตนเองจนบรรลุถึงความบริสุทธิ์ในธรรมได้

สูตร#3 ปุพพโกฏฐกสูตร เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้าและพระสารีบุตร ณ ปุพพโกฏฐกะ เขตกรุงสาวัตถีทรงตรัสถามท่านพระสารีบุตรว่า เชื่อหรือไม่ว่า อินทรีย์ ๕ ที่บุคคลเจริญและทำให้มากแล้ว จะหยั่งลงสู่อมตะ (นิพพาน) มีอมตะเป็นที่สุด ท่านสารีบุตรตอบว่า ท่านไม่ได้เชื่อเพียงเพราะพระพุทธเจ้าทรงบอก แต่ท่านได้ รู้ เห็น เข้าใจ ทำให้แจ้ง และสัมผัสได้ด้วยปัญญาของตนเอง

สูตร#4 อาปณสูตร เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้าและพระสารีบุตร ณ นิคมของชาวอังคะชื่อ อาปณะ แคว้นอังคะ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของอินทรีย์ ๕ โดยมีศรัทธาเป็นรากฐาน พระอริยสาวกที่มีศรัทธามั่นคงในพระองค์ ย่อมไม่มีความสงสัยเคลือบแคลงในพระองค์หรือในพระธรรมคำสอน และศรัทธาที่ถูกต้องไม่ใช่เพียงความเชื่อลอย ๆ แต่เป็นแรงจูงใจให้เกิดความเพียร สติ สมาธิ และปัญญา จนกระทั่งเห็นแจ้งในพระนิพพานด้วยตนเอง

สูตร#5 ฐานสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ฐานะ ๔ ประการอันบุคคลพึงรู้ได้ คือ ๑) ศีลพึงรู้ได้ด้วยการอยู่ร่วมกัน ๒) ความบริสุทธิ์พึงรู้ได้ด้วยถ้อยคำ ๓) กำลังพึงรู้ได้ในคราวมีอันตราย ๔) ปัญญาพึงรู้ได้ด้วยการสนทนา โดยต้องใช้เวลาการมนสิการ และปัญญาในการสังเกตเพื่อให้รู้จริง


More episodes

View all episodes

  • 13. ธรรมเพื่อความสามัคคี - โกสัมพิยสูตร และสามคามสูตร [6913-4s]

    57:46||Season 69, Ep. 13
    สูตร#1 โกสัมพิยสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ โฆสิตาราม เขตกรุงโกสัมพีปรารภภิกษุชาวเมืองโกสัมพีผู้แตกสามัคคีกัน รับสั่งให้มาเฝ้าแล้วทรงซักถาม และทรงแนะนำให้ทำ พูด คิดต่อกันด้วยเมตตาจิต ทรงอธิบายสารณียธรรม 6 ประการ ที่ทำให้ระลึกถึงกัน เป็นที่รักเป็นที่เคารพ เป็นไปเพื่อสงเคราะห์ ไม่วิวาทกันพื่อความสามัคคีเพื่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และข้อที่เป็นยอด คือ ทิฏฐิความเห็นอันประเสริฐ ได้ทรงอธิบายในรายละเอียดของอริยสาวกผู้ประกอบด้วยองค์ 7 อย่าง ย่อมประกอบด้วยโสดาปัตติผลสูตร#2 สามคามสูตร ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์ และท่านสมณุทเทสจุนทะ ณหมู่บ้านสามคามของชาวศากยะ แคว้นสักกะ ทรงปรารภคำกราบทูลของท่านพระอานนท์ ตามที่ท่านพระจุนทะเล่าให้ฟัง เรื่องการแตกสามัคคีถึงขั้นวิวาทกันของพวกนิครนถ์ หลังจากนิครนถ์นาฏบุตรดับขันธ์ไปไม่นาน เพราะพระธรรมวินัยที่นิครนถ์นาฏบุตรกล่าวไว้ไม่ดี ไม่เป็นเครื่องนำออกจากทุกข์ได้ ทำให้ท่านพระอานนท์ห่วงใยว่าหลังพุทธปรินิพพานอาจมีบุคคลอาศัยพระผู้มีพระภาคก่อการวิวาทขึ้นในสงฆ์ จึงทรงตรัสอธิบายถึงมูลเหตุแห่งการวิวาท 6 ประการ อธิกรณ์ 4 ประการ วิธีระงับอธิกรณ์ 7 ประการ และธรรมสำหรับป้องกันมิให้เกิดอธิกรณ์ (สารณียธรรม 6 ประการ) โดยละเอียด
  • 12. โลกธรรม ๘ - ทุติยโลกธัมมสูตร, เทวทัตตวิปัตติสูตร,อุตตรวิปัตติสูตร, การัณฑวสูตร, กกุธเถรสูตร [6912-4s]

    55:13||Season 69, Ep. 12
    สูตร#1 ทุติยโลกธัมมสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ทรงแสดงโลกธรรม หมายถึง สิ่งที่มีอยู่แน่นอนสำหรับสัตว์โลก มี ๘ ประการคือ ลาภ เสื่อมลาภ ยศ เสื่อมยศ นินทา สรรเสริญ สุข ทุกข์ ซึ่งเกิดขึ้นทั้งแก่ปุทุชนและพระอริยะ แต่มีผลต่างกัน ผู้มีปัญญาเมื่อเข้าใจความจริงนี้แล้ว ย่อมพิจารณาเห็นตามความเป็นจริงว่าไม่เที่ยง แปรผันไปเป็นธรรมดา ทำให้อารมณ์ที่น่าปรารถนา (อิฏฐารมณ์) และไม่น่าปรารถนา (อนิฏฐารมณ์) ไม่สามารถย่ำยีจิตใจได้สูตร#2 เทวทัตตวิปัตติสูตร ว่าด้วยวิบัติของพระเทวทัต ทรงแสดงแก่ภิกษุโดยทรงแสดงวิบัติของพระเทวทัต ๘ ประการเป็นตัวอย่าง เพื่อให้ภิกษุพิจารณาเห็นวิบัติและสมบัติของตนและผู้อื่นอยู่เสมอ เมื่อพิจารณาเห็นวิบัติและสมบัติอย่างนี้ ก็จะสามารถครอบงำวิบัติของตนได้ ทั้งอาสวะกิเลสที่ก่อความคับแค้นทางกายและใจก็จะไม่เกิดขึ้น คำว่า "สมบัติ" มีนัยตรงกันข้ามกับคำว่า “วิบัติ”สูตร#3 อุตตรวิปัตติสูตร ว่าด้วยวิบัติที่ท่านพระอุตตระแสดงโดยยกพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคที่ตรัสไว้มาแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ท้าวเวสวัณได้ยินเข้าจึงไปกราบทูลท้าวสักกะ ท้าวสักกะจึงเสด็จมาตรัสถามท่านพระอุตตระว่า ข้อความนี้เป็นปฏิภาณส่วนตัว หรือว่าเป็นพระดำรัสของพระผู้มีพระภาค ท่านจึงตอบโดยยกอุปมาโวหารเรื่องคนขนข้าวเปลือกจากกองข้าวใหญ่ เหมือนพระดำรัสที่เป็นสุภาษิตทั้งหมด ที่สาวกกล่าวโดยถือเอาจากภาษิตนั้น และทรงเล่าเรื่องวิบัติของพระเทวทัตสูตร#4 การัณฑวสูตร ว่าด้วยผู้ประทุษร้ายสมณะ เป็นสมณะแกลบ สมณะหยากเยื่อ ซึ่งหมายถึงสมณะผู้มีศีลวิบัติ ในที่นี้หมายถึงภิกษุรูปหนึ่งถูกภิกษุทั้งหลายโจทด้วยอาบัติ แต่ไม่รับ กลับพูดกลบเกลื่อน แสดงอาการโกรธ พระผู้มีพระภาคจึงรับสั่งให้ขับออกไป แล้วทรงยกอุปมาเปรียบเทียบสูตร#5 กกุธเถรสูตร ทรงปรารภเรื่องพระเทวทัตคิดจะปกครองสงฆ์ตามที่กกุธเทพบุตรบอกแก่ท่านพระมหาโมคคัลลานะ จึงทรงแสดงศาสดาผู้ไม่บริสุทธิ์ ๕ จำพวก ได้แก่ (๑)ผู้มีศีลไม่บริสุทธิ์ (๒) ผู้มีอาชีพไม่บริสุทธิ์ (๓)ผู้มีธรรมเทศนาไม่บริสุทธิ์ (๔) ผู้มีเวยยากรณะไม่บริสุทธิ์(๕) ผู้มีญาณทัสนะไม่บริสุทธิ์ แล้วทรงแสดงว่าพระองค์เป็นผู้มีความบริสุทธิ์ใน ๕ ทางตรงกันข้ามกับศาสดา ๕ จำพวก
  • 11. ศาสดาที่ไม่สมควรถูกทักท้วง - โลหิจจสูตร ตอนที่ ๒ [6911-4s]

    56:43||Season 69, Ep. 11
    โลหิจจสูตร ตอนที่ ๒ ทรงแสดงศาสดาซึ่งไม่สมควรถูกทักท้วง คือผู้ที่บรรลุธรรมแล้วและสอนผู้อื่นจนบรรลุธรรมตามได้ เมื่อทรงแสดงจบ โลหิจจพราหมณ์เข้าใจความจริงและประกาศตนเป็นอุบาสกผู้ถึงรัตนตรัยตลอดชีวิต 
  • 10. แก้ความเห็นผิด - โลหิจจสูตร ตอนที่ ๑ [6910-4s]

    57:44||Season 69, Ep. 10
    โลหิจจสูตร ตอนที่๑ ทรงแสดงแก่โลหิจจพราหมณ์เพื่อแก้ไขความเห็นผิด ที่ว่า "ผู้บรรลุธรรมไม่ควรสอนผู้อื่น" เพราะเชื่อว่าไม่มีใครช่วยใครได้ โดยทรงชี้ว่าเป็นความคิดที่เป็นภัยและขัดขวางการเรียนรู้ของกุลบุตร โดยทรงอุปมาว่าการไม่แบ่งปันธรรมเปรียบเสมือนคนเห็นแก่ตัว ซึ่งนำไปสู่นรกหรือกำเนิดเดรัจฉาน และทรงแสดงศาสดา 3 ประเภทที่ควรถูกทักท้วง และศาสดาที่ไม่ควรถูกทักท้วง
  • 9. นักบวชเปลือยชื่อปาฏิกบุตร - ปาฏิกสูตร ตอนที่ ๒ [6909-4s]

    55:56||Season 69, Ep. 9
    ปาฏิกสูตร ตอนที่๒ ทรงตรัสเล่าเรื่องนักบวชเปลือยชื่อปาฏิกบุตร หลอกลวงประชาชนในลักษณะที่โอ้อวดว่าสามารถแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ได้มากกว่าพระพุทธเจ้าเป็นทวีคูณแต่พอจะให้เกิดการพิสูจน์ ก็ไม่สามารถที่จะทำความชัดแจ้ง ให้ถึงการตรวจสอบที่ถูกต้องได้ ท่านเปรียบเหมือนสุนัขจิ้งจอกที่เห็นราชสีห์มีความสามารถ มีกำลัง มีการคำราม ตัวเองก็เอาอย่างบ้าง แต่ก็ไม่สามารถคำรามให้เสียงเป็นเหมือนอย่างราชสีห์ได้และทรงตรัสทฤษฎีว่าด้วยต้นกำเนิดของโลก ซึ่งถ้ามีความเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว จะไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งนั้น ๆ รู้ถึงความดับ และไม่ดำเนินไปสู่ความเสื่อมได้
  • 8. เจ้าสุนักขัตตะลาสิกขา - ปาฏิกสูตร ตอนที่ ๑

    58:14||Season 69, Ep. 8
    ปาฏิกสูตร ตอนที่๑ พระผู้มีพระภาคทรงปรารถแก่ ภัคควโคตรปริพาชก ได้กราบทูลถามเรื่อง เจ้าสุนักขัตตะ ลิจฉวีบุตรลาสิกขา จึงทรงเล่าสาเหตุที่ เจ้าสุนักขัตตะ ลาสิกขาโดยอ้างเหตุผล 2 ประการ คือ (1) ไม่ทรงแสดงปาฏิหาริย์ให้ดู (2) ไม่ทรงประกาศทฤษฎีว่าด้วยต้นกำเนิดของโลก ทรงตรัสเล่าย้อน ตอนที่อบรมภิกษุสุนักขัตตะ ที่ไปเคารพนักบวชเปลือย 3 คน โดยปรารภว่าในเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์นั้น ทรงแสดงให้เจ้าสุนักขัตตะ ขณะนั้นยังเป็นภิกษุทำหน้าที่อุปัฏฐากพระองค์ ดูถึง 3 ครั้ง และเจ้าสุนักขัตตะก็ยอมรับว่าทรงแสดงแล้ว แต่ก็ยังมีความคิดผิดเพี้ยนไป
  • 7. ปัญหาที่ไม่ทรงพยากรณ์- จูฬมาลุงกยสูตร, มหามาลุงกยสูตร[6907-4s]

    55:33||Season 69, Ep. 7
    สูตร#1 จูฬมาลุงกยสูตร ทรงแสดงแก่พระมาลุงกยบุตร ณ พระเชตวัน ทรงปรารภเรื่องปัญหาเกี่ยวกับทิฏฐิ 10 ประการ ที่จะทรงตอบรับหรือตอบปฏิเสธ ผู้ฟังก็ไม่สามารถเข้าใจ และไม่มีประโยชน์ พระมาลุงกยบุตรรู้สึกไม่พอใจ ที่พระพุทธเจ้าไม่ทรงตอบอัพยากตปัญหา 10 ประการ จึงเข้าไปถามอีกครั้งหนึ่ง แต่ไม่ทรงตอบปัญหาเหล่านี้ เพราะไม่มีประโยชน์ ไม่ได้ช่วยให้พ้นทุกข์ได้ แต่ปัญหาที่จะทรงตอบ คือ ปัญหาเรื่องอริยสัจ4 เพราะมีประโยชน์ และจะช่วยให้พ้นทุกข์ได้ เมื่อทรงตรัสจบ ท่านพระมาลุงกยบุตรมีใจยินดีชื่นชมพระภาษิตนั้นสูตร#2 มหามาลุงกยสูตร ทรงแสดงแก่พระมาลุงกยบุตรพร้อมกับภิกษุหลายรูป ทรงปรารภเรื่อง โอรัมภาคิยสังโยชน์ 5 ประการ (เครื่องร้อยรัดที่ยึดจิตให้อยู่ในภพ) ทรงตรัสถามภิกษุเรื่องสังโยชน์ 5 ประการ ท่านพระมาลุงกยบุตรมีคำตอบที่ถูกต้อง แต่บทพยัญชนะนั้นไม่แยบคาย จะทำให้อัญเดียรถีย์ปริพาชก นำเรื่องเด็กอ่อนที่นอนหงายมาโต้กลับได้ และ เพื่อปรับทิฏฐิของท่านมาลุงกยบุตรให้ละเอียดยิ่งขึ้นไป จึงทรงอธิบายขยายความถึงอุบายในการนำออกและข้อปฏิบัติเพื่อละสังโยชน์ และทรงแสดงว่า รูปฌาณ 4 และอรูปฌาณ 4 เป็นมรรคและปฏิปทาที่ทำให้ละสังโยชน์ทั้ง 5 ประการได้
  • 6. การพยากรณ์ว่าบรรลุธรรม - อัตถินุโขปริยายสูตร,โกสัมพิสูตร,ราสิยสูตร [6906-4s]

    51:56||Season 69, Ep. 6
    สูตร#1 อัตถินุโขปริยายสูตร ว่าด้วยคำถามเกี่ยวกับเหตุ ค่าว่า เหตุ ในที่นี้หมายถึงเหตุที่ใช้พยากรณ์อรหัตตผล ทรงตรัสถามพวกภิกษุถึงเหตุที่สามารถพยากรณ์อรหัตตผลโดยเว้นจากความเชื่อ ความชอบใจ การฟังตาม ๆ กันมา การคิดตรองตามแนวเหตุผลการเข้าได้กับทฤษฎีที่พินิจไว้ แล้วสามารถทราบว่าอยู่จบพรหมจรรย์ แล้วทรงแสดงในรายละเอียด ได้แก่ ปัญญา คือ การรู้ชัดราคะ โทสะ โมหะ ซึ่งเกิดขึ้นจากการกระทบกันของอายตนะภายในกับอายตนะภายนอกสูตร#2 โกสัมพิสูตร เป็นการสนทนาธรรมระหว่าง ท่านพระมุสิละ ท่านพระปวิฏฐะท่านพระนารทะ และท่านพระอานนท์พักอยู่ ณ โฆสิตาราม เขตกรุงโกสัมพี พระปวิฏฐะสอบถามพระมุสิละเกี่ยวกับคุณธรรมที่ท่านบรรลุ แล้วสรุปว่าท่านเป็นอรหันต์ แต่พระนารทะได้อธิบายให้เห็นว่า เป็นไปได้ที่จะเห็นธรรมะโดยไม่ต้องบรรลุอรหันต์อย่างสมบูรณ์สูตร#3 ราสิยสูตร ผู้ใหญ่บ้านชื่อราสิยะ ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ที่สมณพราหมณ์พวกหนึ่งกล่าวว่า พระองค์ทรงตำหนิตบะทุกชนิด ทรงชี้โทษและคัดค้านผู้บำเพ็ญตบะทั้งปวงว่า เป็นผู้เศร้าหมองโดยส่วนเดียว เป็นความจริงหรือไม่ ตรัสตอบว่า ไม่จริง ทรงอธิบาย เรื่องที่สุด ๒ อย่างที่บรรพชิดไม่ควรเสพ คือ กามสุขัลลิกานุโยคและอัตตกิลมถานุโยค ทรงแสดงมัชฌิมาปฏิปทา คือ มรรคมีองค์ ๘ ว่า ควรเสพ ,กามโภคีบุคคล ๓จำพวก ,ผู้บำเพ็ญตบะที่เป็นอยู่อย่างเศร้าหมอง ๓จำพวกและธรรม ๓ ประการที่ผู้ปฏิบัติจะพึงเห็นชัดด้วยตนเอง