Share
![cover art for ธรรมสำหรับผู้ป่วย - มหานามสูตร, คิลานสูตร, ปฐมอุปัฏฐากสูตร, ปฐมอนายุสสาสูตร และธนัญชานิสูตร [6920-4s]](https://open-images.acast.com/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg?height=750)
4 คลังพระสูตร
ธรรมสำหรับผู้ป่วย - มหานามสูตร, คิลานสูตร, ปฐมอุปัฏฐากสูตร, ปฐมอนายุสสาสูตร และธนัญชานิสูตร [6920-4s]
สูตร#1 มหานามสูตร (เล่มที่ ๒๓ ข้อที่ ๒๕) ทรงแสดงแก่เจ้าศากยะพระนามว่ามหานามะซึ่งได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคถึงเหตุให้ได้ชื่อว่าอุบาสก เหตุอะไรทำให้อุบาสกได้ถือว่ามีศีล เหตุอะไรทำให้อุบาสกได้ชื่อว่าปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลตนเอง แต่ไม่เกื้อกูลผู้อื่น เหตุอะไรทำให้อุบาสกได้ชื่อว่าปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลตนเองและเกื้อกูลผู้อื่น ทรงตรัสแสดงในรายละเอียด
สูตร#2 คิลานสูตร (เล่มที่ ๒๐ ข้อที่ ๒๒) ว่าด้วยคนไข้ ๓ จำพวก เปรียบเทียบกับบุคคลในโลก ๓ จำพวก
สูตร#3 คิลานสูตร (เล่มที่ ๑๙ ข้อที่ ๓๗๕) ว่าด้วยพระผู้มีพระภาคทรงพระประชวร ขณะเข้าจำพรรษาอยู่ ณ เวฬุวคาม เขตกรุงเวสาลี ทรงประชวรอย่างรุนแรง ท่านพระอานนท์เห็นแล้วกราบทูลว่า รู้สึกหนักใจแต่มาเบาใจอยู่หน่อยหนึ่งว่า พระองค์ยังไม่ตรัสพุทธพจน์อย่างใดอย่างหนึ่งกับภิกษุสงฆ์ก็คงจักไม่ปรินิพพานเป็นแน่ ทรงตรัสตอบว่า ไม่ควรหวังอะไรในพระองค์เพราะทรงแสดงธรรมไว้แจ่มแจ้งแล้วและทรงสอนให้มีตนเป็นที่พึ่ง มีธรรมเป็นที่พึ่งด้วยการเจริญสติปัฏฐาน ๔ ประการ
สูตร#4 คิลานสูตร (เล่มที่ ๒๒ ข้อที่ ๑๒๑) ว่าด้วยธรรมสำหรับภิกษุไข้ หมายถึงธรรมที่มีผลให้ภิกษุบรรลุเจโตวิมุตติในเวลาไม่นาน มี ๕ ประการ
สูตร#5 ปฐมอุปัฏฐากสูตร (เล่มที่ ๒๒ ข้อที่ ๑๒๓) ว่าด้วยภิกษุไข้ที่พยาบาลได้ยากและง่าย แต่ละอย่างประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ซึ่งมีนัยตรงข้ามกัน
สูตร#6 ทุติยอุปัฏฐากสูตร (เล่มที่ ๒๒ ข้อที่๑๒๔) ว่าด้วยภิกษุผู้ควรและไม่ควรพยาบาลภิกษุไข้ แต่ละอย่างประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ซึ่งมีนัยตรงข้ามกัน
สูตร#7 ปฐมอนายุสสาสูตร (เล่มที่ ๒๒ ข้อที่๑๒๕) ว่าด้วยธรรมที่เป็นเหตุให้อายุสั้นและอายุยืน แต่ละอย่างประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ซึ่งมีนัยตรงข้ามกัน (ในทุติยอนายุสสาสูตร เหตุให้อายุยืนเพิ่ม มีศีล และมีกัลยาณมิตร
สูตร#8 คิลานสูตร (เล่มที่ ๑๙ ข้อที่๑๐๕๐) ว่าด้วยอุบาสกป่วย ทรงแสดงแก่เจ้าศากยะพระนามว่ามหานามะ ที่ได้เขาไปทูลถามว่า อุบาสกผู้มีปัญญา (พระโสดาบัน) จะกล่าวสอนอุบาสกผู้มีปัญญาซึ่งเจ็บป่วยได้หรือไม่ ตรัสตอบว่า สามารถปลอบใจได้ด้วยธรรม ๔ ประการ
สูตร#9 ธนัญชานิสูตร ว่าด้วยพราหมณ์ชื่อธนัญชานิ ผู้ประพฤติมิชอบด้วยการเบียดบังพระราชาและเบียดเบียนประชาชน เมื่อท่านพระสารีบุตรทราบว่าธนัญชานิพราหมณ์เป็นผู้ประมาท ท่านได้ไปโปรดเตือนสติและแสดงธรรมให้ฟังโดยยกธรรมขึ้นมาให้เห็นว่า ไม่ว่าจะด้วยเหตุเงื่อนไขปัจจัยใดในการดำเนินชีวิตก็ตาม ผู้ประพฤติธรรมและประพฤติสม่ำเสมอย่อมประเสริฐกว่าผู้ประพฤติอธรรมและประพฤติไม่สม่ำเสมอ และในตอนจบธนัญชานิพราหมณ์ตายไป สถิตย์ในสวรรค์ชั้นพรหม
More episodes
View all episodes

42. ฉลาดในวาระจิตตน - สจิตตสูตร, ฐิติสูตร, ปริหานสูตร, สมถสูตร, ทุติยสมาธิสูตร, ตติยสมาธิสูตร [6942-4s]
54:39||Season 69, Ep. 42สูตร#1 สจิตตสูตร (เล่มที่ ๒๔ ข้อที่ ๕๑) ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับ ณ พระเชตวัน ทรงตรัสว่า หากภิกษุเป็นผู้ไม่ฉลาดในวาระจิตของผู้อื่น แต่ให้พึงสำเหนียกว่า“เราทั้งหลายจักเป็นผู้ฉลาดในวาระจิตของตน“ และทรงอธิบายในรายละเอียดสูตร#2 ฐิติสูตร (เล่มที่ ๒๔ ข้อที่ ๕๓) ทรงตรัสถึงธรรมชาติของจิตที่ฝึกแล้วและยังไม่ได้ฝึก ซึ่งส่งผลต่อความคงอยู่หรือความตั้งมั่นในธรรมสูตร#3 ปริหานสูตร (เล่มที่ ๒๔ ข้อที่ ๕๕) พระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุผู้มีอายุทั้งหลาย ในข้อธรรมที่พระพุทธองค์ทรงแสดงถึงองค์ประกอบที่ทำให้บุคคลเสื่อมจากกุศลธรรม (ความดีงาม หรือคุณธรรมที่ได้บรรลุแล้ว) และ องค์ประกอบที่ป้องกันไม่ให้เสื่อมสูตร#4 สมถสูตร (เล่มที่ ๒๔ ข้อที่ ๕๔) ทรงตรัสแก่ภิกษุว่า หากภิกษุไม่ฉลาดในการรู้ใจผู้อื่น ก็พึงเป็น "ผู้ฉลาดในวาระจิตของตน" เพื่อพัฒนาธรรม ๒ ฝ่าย คือ สมถะ (ความสงบใจ) และ วิปัสสนา (การเห็นแจ้งธรรม) ให้สมบูรณ์ และการเลือกเสพสิ่งที่เป็นสัปปายะ (การเลือกคบและปฏิบัติตน)สูตร#5 ทุติยสมาธิสูตร (เล่มที่ ๒๔ ข้อที่ ๑๙) ทรงตรัสถึง "การเจริญสมาธิ" เพื่อให้เกิดปัญญาเห็นแจ้งตามความเป็นจริง คือรู้แจ้งการเกิดและการดับของขันธ์ ๕สูตร#6 ตติยสมาธิสูตร (เล่มที่ ๒๔ ข้อที่ ๒๐) ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ถึง "ลักษณะของสมาธิขั้นสูง" ที่ผู้ปฏิบัติสามารถเข้าถึงได้ โดยเป็นภาวะจิตที่หลุดพ้นจากการยึดมั่นถือมั่นในสิ่งปรุงแต่งทั้งปวง
41. ใจเขา ใจเรา - อนุมานสูตรและจูฬตัณหาสังขยสูตร [6941-4s]
59:36||Season 69, Ep. 41สูตร#1 อนุมานสูตร พระมหาโมคคัลลานะแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะพักอยู่เภสกฬาวัน เขตเมืองสุงสุมารคิระ แคว้นภัคคะ โดยปรารภการปวารณาของภิกษุเพื่อขอให้ท่านว่ากล่าวตักเตือนได้ โดยยกเรื่องธรรมที่ทำให้เป็นผู้ว่ายาก ๑๖ ประการ และธรรมที่ทำให้เป็นผู้ว่าง่าย ๑๖ ประการ และให้ภิกษุนำข้อธรรมทั้ง ๑๖ มาเทียบเคียงตนด้วยตนเองสูตร#2 จูฬตัณหาสังขยสูตร ทรงแสดงแก่ท้าวสักกะ ณ บุพพาราม กรุงสาวัตถี เพื่อตอบปัญหาของท้าวสักกะ ที่ได้ทูลถามว่า กล่าวโดยย่อ ข้อปฏิบัติเพียงเท่าไร ภิกษุจึงชื่อว่า ผู้หลุดพ้นด้วยธรรมเป็นที่สิ้นตัณหา ฯลฯ เป็นผู้ประเสริฐกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทรงตรัสตอบและอธิบายถึงข้อปฏิบัติที่ว่า "ธรรมทั้งปวง ไม่ควรยึดมั่น" จากนั้นพระมหาโมคคัลลานะเดินทางไปยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ของท้าวสักกะ เพื่อดูว่าพระองค์ทรงเข้าใจสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนอย่างแท้จริงหรือไม่
40. การบำเพ็ญเพียร - อังคสูตร, สมยสูตร, ปฐมมรณัสสติสูตร, ทุติยมรณัสสติสูตร, สันธสูตร, โสณสูตร [6940-4s]
57:56||Season 69, Ep. 40สูตร#1 อังคสูตร (เล่มที่ ๒๒ ข้อที่ ๕๓) ว่าด้วยองค์ของภิกษุผู้มีความเพียร ๕ ประการสูตร#2 สมยสูตร (เล่มที่๒๒ ข้อที่ ๕๔) ว่าด้วยสมัยที่ไม่ควรบำเพ็ญเพียร ๕ ประการ และสมัยที่ควรบำเพ็ญเพียร ๕ ประการสูตร#3 ปฐมมรณัสสติสูตร (เล่มที่ ๒๓ ข้อที่ ๗๓) ว่าด้วยการเจริญมรณัสสติ สูตรที่ ๑ ทรงแสดงเกี่ยวกับการเจริญสติระลึกถึงความตาย ว่ามีผลมากและมีอานิสงส์มาก โดยทรงจำแนกวิธีคิดของภิกษุออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ประมาท และกลุ่มผู้ไม่ประมาทสูตร#4 ทุติยมรณัสสติสูตร (เล่มที่ ๒๓ ข้อที่ ๗๔) ว่าด้วยการเจริญมรณัสสติ สูตรที่ ๒ ทรงแสดง ณ คิญชกาวสถาราม ในนาทิกคาม โดยตรัสถึงการเจริญมรณัสสติ (การระลึกถึงความตาย) ว่ามีผลมาก มีอานิสงส์มาก และมีอมตะ (นิพพาน) เป็นที่สุด ทรงแนะให้ภิกษุพิจารณาปัจจัยแห่งความตายที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เพื่อให้เกิดความรู้สึกเร่งด่วนในการละอกุศลและทำความเพียร โดยวัดจากช่วงเวลาที่คิดว่าตนจะมีชีวิตอยู่สูตร#5 สันธสูตร (เล่มที่ ๒๔ ข้อที่ ๙) ว่าด้วยธรรมเทศนาที่แสดงแก่พระสันธะ ทรงเปรียบเทียบการทำสมาธิเป็น ๒ ลักษณะใหญ่ ๆ คือ การเพ่งแบบม้ากระจอก (อุปมาถึงผู้ปฏิบัติที่ยังติดในนิวรณ์) และการเพ่งแบบม้าอาชาไนย (อุปมาถึงการเจริญสมาธิขั้นสูง/วิปัสสนา) ซึ่งเป็นการทำสมาธิที่มุ่งตรงสู่ความหลุดพ้นและพระนิพพานอย่างแท้จริงสูตร#6 โสณสูตร (เล่มที่ ๒๒ ข้อที่ ๕๕) ว่าด้วยพระโสณะ ทรงแสดงหลักธรรมสำคัญเกี่ยวกับการปฏิบัติความเพียร (วิริยะ) ให้พอดี ไม่ตึงหรือหย่อนจนเกินไป ผ่านอุปมาเรื่องพิณ 3 สาย
39. ข้อปฏิบัติเพื่อความสิ้นตัณหา - จูฬตัณหาสังขยสูตร และมหาตัณหาสังขยสูตร [6939-4s]
57:19||Season 69, Ep. 39สูตร#1 จูฬตัณหาสังขยสูตร (เล่มที่๑๒ ข้อที่๓๙๐)ทรงแสดงแก่ท้าวสักกะ ณ บุพพารามกรุงสาวัตถี ทรงปรารภคำถามของท้าวสักกะ ว่า ข้อปฏิบัติเพียงเท่าไร ภิกษุจึงชื่อว่า ผู้หลุดพ้นด้วยธรรมเป็นที่สิ้นตัณหา เป็นต้น ทรงตรัสอธิบายในรายละเอียด ท้าวสักกะชื่นชมพระภาษิตและทูลลากลับ จากนั้นพระมหาโมคคัลลานะเดินทางไปยังสวรรค์ของท้าวสักกะ จอมเทพ เพื่อสอบถามว่าพระองค์ทรงเข้าใจสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนอย่างแท้จริงหรือไม่ และได้กลับมารายงานให้พระพุทธเจ้าทรงทราบ และทรงยืนยันว่าได้ตรัสอย่างนั้นจริงสูตร#2 มหาตัณหาสังขยสูตร (เล่มที่๑๒ ข้อที่ ๓๙๖) ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน โดยทรงปรารภความเห็นผิดของภิกษุชื่อ“สาติ“ ผู้เป็นบุตรชาวประมง ซึ่งมีความเห็นว่า “ วิญญาณนี้แลมิใช่อื่น ท่องเที่ยวไป แล่นไป” แต่พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าวิญญาณอาศัยปัจจัยเกิดขึ้น ถ้าไม่มีปัจจัย วิญญาณก็เกิดไม่ได้ และทรงตรัสเรื่อง ปัจจัยเป็นเหตุเกิดแห่งวิญญาณ ,ปัจจัยเป็นเหตุเกิดแห่งขันธ์ 5 ,ปฏิจจสมุปบาทสายเกิดเป็นต้น
38. การปรารภความเพียร - กุสีตารัมภวัตถุสูตร,ปฐมอนาคตภยสูตร,ทุติยอนาคตภยสูตร,สังวรสูตร, ปธานสูตร,ปโตทสูตร [6938-4s]
56:16||Season 69, Ep. 38สูตร#1 กุสีตารัมภวัตถุสูตร(เล่มที่๒๓ ข้อที่ ๘๐) ว่าด้วยเหตุแห่งความเกียจคร้าน ๘ ประการ และเหตุแห่งความเพียร ๘ ประการที่สอดคล้องกันสูตร#2 ปฐมอนาคตภยสูตร(เล่มที่๒๒ ข้อที่๗๗) ทรงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ถึงอันตรายจากการใช้ชีวิตในป่าท่ามกลางสัตว์ป่าและสิ่งอื่น ๆ ในทำนองเดียวกันสูตร#3 ทุติยอนาคตภยสูตร(เล่มที่๒๒ ข้อที่ ๗๘) ทรงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ถึงความไม่แน่นอนของชีวิตอาจเป็นอุปสรรคต่อการฝึกปฏิบัติสูตร#4 สังวรสูตร (เล่มที่ ๒๑ ข้อที่ ๑๔)ทรงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายถึงความเพียร ๔ ประการ ที่จะเป็นเหตุให้ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ผู้มีความเพียร ถึงความสิ้นทุกข์ได้สูตร#5 ปธานสูตร (เล่มที่ ๒๑ ข้อที่ ๑๓) ว่าด้วยสัมมัปปธาน ความเพียรชอบ ๔ ประการสูตร#6 ปโตทสูตร (เล่มที่๒๑ ข้อที่๑๑๓)ว่าด้วยปฏักของสารถี ทรงเปรียบเทียบระหว่างม้าอาชาไนยพันธุ์ดี ที่จะตอบสนองต่อการกระตุ้นของปฏัก มี ๔ ระดับ กับบุรุษอาชาไนยผู้เจริญ ๔ จำพวก
37. การออกบวชที่ชอบธรรม-โฆฏมุขสูตร และ ฆฏิการสูตร [6937-4s]
58:08||Season 69, Ep. 37สูตร# 1 โฆฏมุขสูตร เป็นเหตุการณ์ที่เกิดหลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพาน ท่านพระอุเทนะแสดงแก่โฆฏมุขะพราหมณ์ ซึ่งเข้าไปสนทนาธรรม ณ เขมิยอัมพวัน ปรารภเหตุที่โฆฏมุขะพราหมณ์ได้แสดงความเห็นของตนว่า การบวชอันชอบธรรมย่อมไม่มี ท่านพระอุเทนะได้แสดงบุคคล 4 จำพวกและบริษัท 2 จำพวกให้โฆฏมุขะพราหมณ์ฟัง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการบวชมีผล เพราะผู้ไม่ทำตนและผู้อื่นให้เดือดร้อนมีมากในนักบวชโฆฏมุขะพราหมณ์ได้ท่านพระอุเทนะเป็นกัลยาณมิตรให้เกิดความเลื่อมใสถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นสรณะ และได้สร้างโรงฉันปัจจุบันเรียกว่า‘โฆฏมุขี’ ถวายแก่สงฆ์เมืองปาตลีบุตร สูตร# 2 ฆฏิการสูตร เป็นสมัยที่พระพุทธเจ้าเกิดเป็นมานพชื่อโชติปาละ ซึ่งเป็นสมัยของพระกัสสปพุทธเจ้า มีกัลยาณมิตรเป็นช่างปั้นหม้อชื่อฆฏิการะ ที่ได้ชักชวนไปฟังธรรม ซึ่งตอนแรกนั้นโชติปาละไม่ยอมไป ต้องชวนถึง 3 ครั้ง และเมื่อฟังธรรมแล้วโชติปาละมานพได้ออกบวช ส่วนช่างหม้อจำเป็นต้องเลี้ยงมารดาผู้ชราและเสียจักษุ จึงไม่ได้ออกบวช
36. สุภมาณพ - สุภสูตร และจูฬกัมวิภังคสูตร [6936-4s]
01:16:29||Season 69, Ep. 36สูตร #1 สุภสูตร (เล่มที่๑๓) เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้าและสุภมานพ ขณะทรงประทับอยู่ ณ พระเชตวัน เขตกรุงสาวัตถี ได้ทูลถามปัญหาหลายข้อ ทรงตอบและแสดงถึงผลของการดำเนินชีวิตแบบคฤหัสถ์กับบรรพชิตว่า การดำเนินชีวิตแบบบรรพชิตแม้จะมีการเตรียมการน้อยแต่ก็มีผลมากกว่าและก่อให้เกิดคุณธรรมมากกว่าสูตร #2 จูฬกัมวิภังคสูตร (เล่มที่๑๔) เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้าและสุภมานพ ขณะทรงประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ทรงตอบปัญหาเรื่องเหตุทำให้สัตว์มีอายุสั้น มีอายุยืน มีโรคมากหรือโรคน้อย เป็นต้น และเหตุที่ทำให้คนเลวและดีต่างกัน โดยทรงยกภาษิตว่าด้วยกฏแห่งกรรม
35. ความประพฤติที่ผู้รู้ติเตียน - พาหิติกสูตร ,กรรณกัตถลสูตร,ฐานสูตร และ ปิยชาติกสูตร [6935-4s]
58:07||Season 69, Ep. 35สูตร#1 พาหิติกสูตร ว่าด้วยการถวายผ้าพาหิติกา(ผ้าที่ทอจากต่างแคว้น) เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระอานนท์และพระเจ้าปเสนทิโกศล กษัตริย์ผู้ครองแคว้นโกศล ณ ฝั่งแม่น้ำอจิรวดี ทรงตรัสถามพระอานนท์ว่า พระพุทธเจ้าทรงประพฤติ ทางกาย วาจา ใจ ที่ผู้รู้ติเตียนหรือไม่ กับ ความประพฤติที่ผู้รู้ติเตียนและผู้รู้ไม่ติเตียนเป็นอย่างไร พระอานนท์ได้ตอบอธิบายในรายละเอียด เมื่อท่านพระอานนท์แสดงจบ พระเจ้าปเสนทิโกศลเกิดความเลื่อมใสทรงถวายผ้าพาหิติกาเพื่อบูชาธรรมแก่พระอานนท์ ซึ่งท่านได้นำไปถวายพระพุทธเจ้าสูตร #2 กรรณกัตถลสูตร เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้าและพระเจ้าปเสนทิโกศล ขณะประทับอยู่ ณ กัณณกัตถละ อุทัญญานคร แคว้นโกศล ทรงสนทนา เรื่องสัพพัญญู , วรรณะ 4 ,เทวดาและพรหม โดยได้ทรงพยากรณ์ความเป็นสัพพัญญู , ทรงตรัสถึงวรรณะ 4 จำพวกในสัมปรายภพไม่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับมีหรือไม่มีธรรม 5 ประการ และความเพียร เปรียบเหมือนสัตว์ที่ฝึกกับสัตว์ที่ไม่ได้ฝึก ,ตรัสตอบเรื่องเทวดาและพรหมที่มีความเบียดเบียน มีทุกข์จึงจะมาเกิดในมนุษยโลกสูตร#3 ฐานสูตร (เพิ่มเติม) พระพุทธเจ้าตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้ มี 5 ประการ คือ อย่าแก่ อย่าเจ็บไข้ อย่าตาย อย่าสิ้นไป และอย่าฉิบหายสูตร#4 ปิยชาติกสูตร (เพิ่มเติม)ตอน ลูกชายคนเดียวของคหบดีตาย
34. การระงับความอาฆาต - อาฆาตวัตถุสูตร, อาฆาตปฏิวินยสูตร, ปฐมและทุติยอาฆาตปฏิวินยสูตร,สัพพาสวสังวรสูตร [6934-4s]
54:32||Season 69, Ep. 34สูตร#1 อาฆาตวัตถุสูตร (เล่มที่๒๓ ข้อที่๒๙) ทรงตรัสแก่ภิกษุ ถึงสาเหตุผูกอาฆาต ๙ประการสูตร#2 อาฆาตปฏิวินยสูตร (เล่มที่๒๓ ข้อที่๓๐) ทรงแสดงแก่ภิกษุ ถึงอุบายเป็นเครื่องกำจัดอาฆาต ๙ ประการสูตร#3 ปฐมอาฆาตปฏิวินยสูตร (เล่มที่๒๒ ข้อที่๑๖๑) ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย เรื่อง อุบายกำจัดอาฆาต ๕ ประการ ซึ่งเป็นเครื่องกำจัดอาฆาตที่เกิดขึ้นแก่ภิกษุได้อย่างสิ้นเชิงสูตร#3 ทุติยอาฆาตปฏิวินิยสูตร (เล่มที่๒๒ ข้อที่๑๖๒) ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลายถึงอุบายกำจัดอาฆาต ๕ ประการ ซึ่งเป็นเครื่องกำจัดอาฆาตที่เกิดขึ้นแก่ภิกษุได้อย่างสิ้นเชิงสูตร#4 สุภสูตร [เล่มที่๑๓ ข้อที่ ๗๒๘]ว่าด้วยบริขารของจิตเพื่อความไม่เบียดเบียนสูตร#5 สัพพาสวสังวรสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ความสิ้นอาสวะทั้งปวงจะมีได้ เฉพาะผู้รู้ ผู้เห็นเท่านั้น ด้วยการพิจารณาโดยแยบคาย ทรงจำแนกอาสวะออกเป็น 7 ชนิด ตามเหตุเกิดและอุบายวิธีที่จะละให้หมดสิ้นไปได้ คือ อาสวะที่ต้องละด้วย 1. ทัสสนะ (ความเห็น) 2. การสังวร 3. การใช้สอย 4. การอดกลั้น 5. การเว้น 6. การบรรเทา 7. การเจริญ อาสวะเหล่านั้นเมื่อภิกษุละได้แล้วด้วยอุบายนั้น ๆ อาสวะนั้นละได้เด็ดขาด