Share
![cover art for แผ่นดินไหวครั้งใหญ่-โมคคัลลานสูตร ภูมิจาลสูตร และปุพพสูตร [6814-4s]](https://open-images.acast.com/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg?height=750)
4 คลังพระสูตร
แผ่นดินไหวครั้งใหญ่-โมคคัลลานสูตร ภูมิจาลสูตร และปุพพสูตร [6814-4s]
สูตร#1 ภูมิจาลสูตร ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์ ณ ปาวลเจดีย์ เมืองเวสาลี ทรงตรัสแสดงเรื่องอิทธิบาท 4 ที่เมื่อเจริญ ทำให้มากแล้ว ผู้นั้นเมื่อมุ่งหวังจะดำรงอยู่ 1 กัปหรือเกินกว่า 1 กัปได้ ทรงทำนิมิตที่ชัดแจ้งอย่างนี้ถึง 3 ครั้ง เพื่อให้พระอานนท์กราบทูลวิงวอนให้พระองค์ดำรงพระชนม์ชีพอยู่ตลอดกัป แต่ท่านพระอานนท์ไม่อาจรู้ทันจึงไม่กราบทูลวิงวอน ได้ถวายอภิวาทแล้วหลีกไปนั่งใต้ต้นไม้ที่ไม่ไกลนั้น ลำดับนั้นมารผู้มีบาปได้เข้ามากราบทูลว่าเวลานี้เป็นเวลาปรินิพพานตามที่ได้เคยทรงตรัสไว้แล้ว ตรัสตอบมารว่า จะทรงปรินิพพานจากนี้ไปอีก 3 เดือน เมื่อทรงปลงอายุสังขารแล้ว ได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ น่าสะพรึงกลัว ฯลฯ ท่านพระอานนท์ได้ไปเข้าเฝ้า และกราบทูลเรื่องแผ่นดินไหวครั้งใหญ่นี้รุนแรงจริงๆ ทรงตรัสตอบว่า มีเหตุปัจจัย 8 ประการที่ทำให้แผ่นดินไหวอย่างรุนแรง
1. เกิดจากธาตุไม่สมดุล หรือ ชนกัน (ธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม)
2. ผู้มีฤทธิ์บันดาล (เทวดา-มนุษย์)
3. พระพุทธเจ้าลงจากสวรรค์ชั้นดุสิตมาสู่ครรภ์พระมารดา
4. พระพุทธเจ้าประสูติ (สวนลุมพินีวัน กรุงกบิลพัสดุ์ )
5. พระพุทธเจ้าตรัสรู้ (ใต้ต้นโพธิ์ ณ ตำบลอุรุเวลา แคว้นมคธ)
6. พระพุทธเจ้าแสดงธรรมจักร (แสดงแก่ปัญจวัคคีย์ ป่าอิสิปตน เมืองพาราณสี แคว้นมคธ)
7. พระพุทธเจ้าปลงอายุสังขาร (ณ เมืองปาวาลเจดีย์ เมืองเวสาลี)
8. พระพุทธเจ้าปรินิพพาน (ใต้ต้นสาละคู่ เมืองกุสินารา)
สูตร#2 ปุพพสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ กรุงเวสาลี ทรงปรารภเหตุปัจจัยแห่งการเจริญอิทธิบาท 4 ซึ่งเมื่อเจริญ ทำให้มาก ย่อมแสดงฤทธิ์ได้หลายอย่าง และทำให้แจ้งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติอันไม่มีอาสวะ เพราะอาสวะสิ้นไปด้วยปัญญาอันยิ่งเองเข้าถึงอยู่ในปัจจุบัน
สูตร#3 วิภังคสูตร (พระไตรปิฏก เล่มที่ ๑๙) วิธีเจริญอิทธิบาท 4 ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุเมื่อเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว มีผลมาก มีอานิสงส์มาก แล้วทรงแสดงในรายละเอียด
สูตร#4 โมคคัลลานสูตร (พระไตรปิฏก เล่มที่ ๑๙) พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปราสาทของมิคารมารดา ในบุพพาราม ใกล้พระนครสาวัตถี ซึ่งมีภิกษุมากรูป ที่อยู่ภายใต้ปราสาทของมิคารมารดา เป็นผู้ฟุ้งซ่าน อวดตัว มีจิตกวัดแกว่ง ปากกล้า พูดจาอื้อฉาว ลืมสติ ไม่มีสัมปชัญญะ มีจิตไม่ตั้งมั่น คิดจะสึก ไม่สำรวมอินทรีย์ ทรงตรัสเรียกท่านพระมหาโมคคัลลานะมา แล้วทรงรับสั่งให้กระทำให้ภิกษุเหล่านั้น ให้รู้สึกสังเวชใจ พระโมคัลลานะรับพระดำรัสแล้ว จึงแสดงอิทธาภิสังขาร ให้ปราสาทของมิคารมารดา สะเทือนสะท้านหวั่นไหว ด้วยนิ้วหัวแม่เท้า ทำให้ภิกษุเหล่านั้นเกิดความสลดใจ ขนพองสยองเกล้า และทรงตรัสว่า พระโมคคัลานะมีฤทธิ์ มีอานุภาพมากอย่างนี้ เพราะ ได้เจริญ ได้กระทำให้มากซึ่งอิทธิบาท 4 พระโมคคัลลานะย่อมกระทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันหาอาสวะ มิได้ เพราะอาสวะ ทั้งหลายสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่
สูตร#5 จูฬตัณหาสังขยสูตร ตอนพระมหาโมคคัลลานะทดสอบท้าวสักกะ
More episodes
View all episodes

41. ใจเขา ใจเรา - อนุมานสูตรและจูฬตัณหาสังขยสูตร [6941-4s]
59:36||Season 69, Ep. 41สูตร#1 อนุมานสูตร พระมหาโมคคัลลานะแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะพักอยู่เภสกฬาวัน เขตเมืองสุงสุมารคิระ แคว้นภัคคะ โดยปรารภการปวารณาของภิกษุเพื่อขอให้ท่านว่ากล่าวตักเตือนได้ โดยยกเรื่องธรรมที่ทำให้เป็นผู้ว่ายาก ๑๖ ประการ และธรรมที่ทำให้เป็นผู้ว่าง่าย ๑๖ ประการ และให้ภิกษุนำข้อธรรมทั้ง ๑๖ มาเทียบเคียงตนด้วยตนเองสูตร#2 จูฬตัณหาสังขยสูตร ทรงแสดงแก่ท้าวสักกะ ณ บุพพาราม กรุงสาวัตถี เพื่อตอบปัญหาของท้าวสักกะ ที่ได้ทูลถามว่า กล่าวโดยย่อ ข้อปฏิบัติเพียงเท่าไร ภิกษุจึงชื่อว่า ผู้หลุดพ้นด้วยธรรมเป็นที่สิ้นตัณหา ฯลฯ เป็นผู้ประเสริฐกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทรงตรัสตอบและอธิบายถึงข้อปฏิบัติที่ว่า "ธรรมทั้งปวง ไม่ควรยึดมั่น" จากนั้นพระมหาโมคคัลลานะเดินทางไปยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ของท้าวสักกะ เพื่อดูว่าพระองค์ทรงเข้าใจสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนอย่างแท้จริงหรือไม่
40. การบำเพ็ญเพียร - อังคสูตร, สมยสูตร, ปฐมมรณัสสติสูตร, ทุติยมรณัสสติสูตร, สันธสูตร, โสณสูตร [6940-4s]
57:56||Season 69, Ep. 40สูตร#1 อังคสูตร (เล่มที่ ๒๒ ข้อที่ ๕๓) ว่าด้วยองค์ของภิกษุผู้มีความเพียร ๕ ประการสูตร#2 สมยสูตร (เล่มที่๒๒ ข้อที่ ๕๔) ว่าด้วยสมัยที่ไม่ควรบำเพ็ญเพียร ๕ ประการ และสมัยที่ควรบำเพ็ญเพียร ๕ ประการสูตร#3 ปฐมมรณัสสติสูตร (เล่มที่ ๒๓ ข้อที่ ๗๓) ว่าด้วยการเจริญมรณัสสติ สูตรที่ ๑ ทรงแสดงเกี่ยวกับการเจริญสติระลึกถึงความตาย ว่ามีผลมากและมีอานิสงส์มาก โดยทรงจำแนกวิธีคิดของภิกษุออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ประมาท และกลุ่มผู้ไม่ประมาทสูตร#4 ทุติยมรณัสสติสูตร (เล่มที่ ๒๓ ข้อที่ ๗๔) ว่าด้วยการเจริญมรณัสสติ สูตรที่ ๒ ทรงแสดง ณ คิญชกาวสถาราม ในนาทิกคาม โดยตรัสถึงการเจริญมรณัสสติ (การระลึกถึงความตาย) ว่ามีผลมาก มีอานิสงส์มาก และมีอมตะ (นิพพาน) เป็นที่สุด ทรงแนะให้ภิกษุพิจารณาปัจจัยแห่งความตายที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เพื่อให้เกิดความรู้สึกเร่งด่วนในการละอกุศลและทำความเพียร โดยวัดจากช่วงเวลาที่คิดว่าตนจะมีชีวิตอยู่สูตร#5 สันธสูตร (เล่มที่ ๒๔ ข้อที่ ๙) ว่าด้วยธรรมเทศนาที่แสดงแก่พระสันธะ ทรงเปรียบเทียบการทำสมาธิเป็น ๒ ลักษณะใหญ่ ๆ คือ การเพ่งแบบม้ากระจอก (อุปมาถึงผู้ปฏิบัติที่ยังติดในนิวรณ์) และการเพ่งแบบม้าอาชาไนย (อุปมาถึงการเจริญสมาธิขั้นสูง/วิปัสสนา) ซึ่งเป็นการทำสมาธิที่มุ่งตรงสู่ความหลุดพ้นและพระนิพพานอย่างแท้จริงสูตร#6 โสณสูตร (เล่มที่ ๒๒ ข้อที่ ๕๕) ว่าด้วยพระโสณะ ทรงแสดงหลักธรรมสำคัญเกี่ยวกับการปฏิบัติความเพียร (วิริยะ) ให้พอดี ไม่ตึงหรือหย่อนจนเกินไป ผ่านอุปมาเรื่องพิณ 3 สาย
39. ข้อปฏิบัติเพื่อความสิ้นตัณหา - จูฬตัณหาสังขยสูตร และมหาตัณหาสังขยสูตร [6939-4s]
57:19||Season 69, Ep. 39สูตร#1 จูฬตัณหาสังขยสูตร (เล่มที่๑๒ ข้อที่๓๙๐)ทรงแสดงแก่ท้าวสักกะ ณ บุพพารามกรุงสาวัตถี ทรงปรารภคำถามของท้าวสักกะ ว่า ข้อปฏิบัติเพียงเท่าไร ภิกษุจึงชื่อว่า ผู้หลุดพ้นด้วยธรรมเป็นที่สิ้นตัณหา เป็นต้น ทรงตรัสอธิบายในรายละเอียด ท้าวสักกะชื่นชมพระภาษิตและทูลลากลับ จากนั้นพระมหาโมคคัลลานะเดินทางไปยังสวรรค์ของท้าวสักกะ จอมเทพ เพื่อสอบถามว่าพระองค์ทรงเข้าใจสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนอย่างแท้จริงหรือไม่ และได้กลับมารายงานให้พระพุทธเจ้าทรงทราบ และทรงยืนยันว่าได้ตรัสอย่างนั้นจริงสูตร#2 มหาตัณหาสังขยสูตร (เล่มที่๑๒ ข้อที่ ๓๙๖) ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน โดยทรงปรารภความเห็นผิดของภิกษุชื่อ“สาติ“ ผู้เป็นบุตรชาวประมง ซึ่งมีความเห็นว่า “ วิญญาณนี้แลมิใช่อื่น ท่องเที่ยวไป แล่นไป” แต่พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าวิญญาณอาศัยปัจจัยเกิดขึ้น ถ้าไม่มีปัจจัย วิญญาณก็เกิดไม่ได้ และทรงตรัสเรื่อง ปัจจัยเป็นเหตุเกิดแห่งวิญญาณ ,ปัจจัยเป็นเหตุเกิดแห่งขันธ์ 5 ,ปฏิจจสมุปบาทสายเกิดเป็นต้น
38. การปรารภความเพียร - กุสีตารัมภวัตถุสูตร,ปฐมอนาคตภยสูตร,ทุติยอนาคตภยสูตร,สังวรสูตร, ปธานสูตร,ปโตทสูตร [6938-4s]
56:16||Season 69, Ep. 38สูตร#1 กุสีตารัมภวัตถุสูตร(เล่มที่๒๓ ข้อที่ ๘๐) ว่าด้วยเหตุแห่งความเกียจคร้าน ๘ ประการ และเหตุแห่งความเพียร ๘ ประการที่สอดคล้องกันสูตร#2 ปฐมอนาคตภยสูตร(เล่มที่๒๒ ข้อที่๗๗) ทรงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ถึงอันตรายจากการใช้ชีวิตในป่าท่ามกลางสัตว์ป่าและสิ่งอื่น ๆ ในทำนองเดียวกันสูตร#3 ทุติยอนาคตภยสูตร(เล่มที่๒๒ ข้อที่ ๗๘) ทรงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ถึงความไม่แน่นอนของชีวิตอาจเป็นอุปสรรคต่อการฝึกปฏิบัติสูตร#4 สังวรสูตร (เล่มที่ ๒๑ ข้อที่ ๑๔)ทรงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายถึงความเพียร ๔ ประการ ที่จะเป็นเหตุให้ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ผู้มีความเพียร ถึงความสิ้นทุกข์ได้สูตร#5 ปธานสูตร (เล่มที่ ๒๑ ข้อที่ ๑๓) ว่าด้วยสัมมัปปธาน ความเพียรชอบ ๔ ประการสูตร#6 ปโตทสูตร (เล่มที่๒๑ ข้อที่๑๑๓)ว่าด้วยปฏักของสารถี ทรงเปรียบเทียบระหว่างม้าอาชาไนยพันธุ์ดี ที่จะตอบสนองต่อการกระตุ้นของปฏัก มี ๔ ระดับ กับบุรุษอาชาไนยผู้เจริญ ๔ จำพวก
37. การออกบวชที่ชอบธรรม-โฆฏมุขสูตร และ ฆฏิการสูตร [6937-4s]
58:08||Season 69, Ep. 37สูตร# 1 โฆฏมุขสูตร เป็นเหตุการณ์ที่เกิดหลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพาน ท่านพระอุเทนะแสดงแก่โฆฏมุขะพราหมณ์ ซึ่งเข้าไปสนทนาธรรม ณ เขมิยอัมพวัน ปรารภเหตุที่โฆฏมุขะพราหมณ์ได้แสดงความเห็นของตนว่า การบวชอันชอบธรรมย่อมไม่มี ท่านพระอุเทนะได้แสดงบุคคล 4 จำพวกและบริษัท 2 จำพวกให้โฆฏมุขะพราหมณ์ฟัง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการบวชมีผล เพราะผู้ไม่ทำตนและผู้อื่นให้เดือดร้อนมีมากในนักบวชโฆฏมุขะพราหมณ์ได้ท่านพระอุเทนะเป็นกัลยาณมิตรให้เกิดความเลื่อมใสถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นสรณะ และได้สร้างโรงฉันปัจจุบันเรียกว่า‘โฆฏมุขี’ ถวายแก่สงฆ์เมืองปาตลีบุตร สูตร# 2 ฆฏิการสูตร เป็นสมัยที่พระพุทธเจ้าเกิดเป็นมานพชื่อโชติปาละ ซึ่งเป็นสมัยของพระกัสสปพุทธเจ้า มีกัลยาณมิตรเป็นช่างปั้นหม้อชื่อฆฏิการะ ที่ได้ชักชวนไปฟังธรรม ซึ่งตอนแรกนั้นโชติปาละไม่ยอมไป ต้องชวนถึง 3 ครั้ง และเมื่อฟังธรรมแล้วโชติปาละมานพได้ออกบวช ส่วนช่างหม้อจำเป็นต้องเลี้ยงมารดาผู้ชราและเสียจักษุ จึงไม่ได้ออกบวช
36. สุภมาณพ - สุภสูตร และจูฬกัมวิภังคสูตร [6936-4s]
01:16:29||Season 69, Ep. 36สูตร #1 สุภสูตร (เล่มที่๑๓) เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้าและสุภมานพ ขณะทรงประทับอยู่ ณ พระเชตวัน เขตกรุงสาวัตถี ได้ทูลถามปัญหาหลายข้อ ทรงตอบและแสดงถึงผลของการดำเนินชีวิตแบบคฤหัสถ์กับบรรพชิตว่า การดำเนินชีวิตแบบบรรพชิตแม้จะมีการเตรียมการน้อยแต่ก็มีผลมากกว่าและก่อให้เกิดคุณธรรมมากกว่าสูตร #2 จูฬกัมวิภังคสูตร (เล่มที่๑๔) เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้าและสุภมานพ ขณะทรงประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ทรงตอบปัญหาเรื่องเหตุทำให้สัตว์มีอายุสั้น มีอายุยืน มีโรคมากหรือโรคน้อย เป็นต้น และเหตุที่ทำให้คนเลวและดีต่างกัน โดยทรงยกภาษิตว่าด้วยกฏแห่งกรรม
35. ความประพฤติที่ผู้รู้ติเตียน - พาหิติกสูตร ,กรรณกัตถลสูตร,ฐานสูตร และ ปิยชาติกสูตร [6935-4s]
58:07||Season 69, Ep. 35สูตร#1 พาหิติกสูตร ว่าด้วยการถวายผ้าพาหิติกา(ผ้าที่ทอจากต่างแคว้น) เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระอานนท์และพระเจ้าปเสนทิโกศล กษัตริย์ผู้ครองแคว้นโกศล ณ ฝั่งแม่น้ำอจิรวดี ทรงตรัสถามพระอานนท์ว่า พระพุทธเจ้าทรงประพฤติ ทางกาย วาจา ใจ ที่ผู้รู้ติเตียนหรือไม่ กับ ความประพฤติที่ผู้รู้ติเตียนและผู้รู้ไม่ติเตียนเป็นอย่างไร พระอานนท์ได้ตอบอธิบายในรายละเอียด เมื่อท่านพระอานนท์แสดงจบ พระเจ้าปเสนทิโกศลเกิดความเลื่อมใสทรงถวายผ้าพาหิติกาเพื่อบูชาธรรมแก่พระอานนท์ ซึ่งท่านได้นำไปถวายพระพุทธเจ้าสูตร #2 กรรณกัตถลสูตร เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้าและพระเจ้าปเสนทิโกศล ขณะประทับอยู่ ณ กัณณกัตถละ อุทัญญานคร แคว้นโกศล ทรงสนทนา เรื่องสัพพัญญู , วรรณะ 4 ,เทวดาและพรหม โดยได้ทรงพยากรณ์ความเป็นสัพพัญญู , ทรงตรัสถึงวรรณะ 4 จำพวกในสัมปรายภพไม่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับมีหรือไม่มีธรรม 5 ประการ และความเพียร เปรียบเหมือนสัตว์ที่ฝึกกับสัตว์ที่ไม่ได้ฝึก ,ตรัสตอบเรื่องเทวดาและพรหมที่มีความเบียดเบียน มีทุกข์จึงจะมาเกิดในมนุษยโลกสูตร#3 ฐานสูตร (เพิ่มเติม) พระพุทธเจ้าตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้ มี 5 ประการ คือ อย่าแก่ อย่าเจ็บไข้ อย่าตาย อย่าสิ้นไป และอย่าฉิบหายสูตร#4 ปิยชาติกสูตร (เพิ่มเติม)ตอน ลูกชายคนเดียวของคหบดีตาย
34. การระงับความอาฆาต - อาฆาตวัตถุสูตร, อาฆาตปฏิวินยสูตร, ปฐมและทุติยอาฆาตปฏิวินยสูตร,สัพพาสวสังวรสูตร [6934-4s]
54:32||Season 69, Ep. 34สูตร#1 อาฆาตวัตถุสูตร (เล่มที่๒๓ ข้อที่๒๙) ทรงตรัสแก่ภิกษุ ถึงสาเหตุผูกอาฆาต ๙ประการสูตร#2 อาฆาตปฏิวินยสูตร (เล่มที่๒๓ ข้อที่๓๐) ทรงแสดงแก่ภิกษุ ถึงอุบายเป็นเครื่องกำจัดอาฆาต ๙ ประการสูตร#3 ปฐมอาฆาตปฏิวินยสูตร (เล่มที่๒๒ ข้อที่๑๖๑) ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย เรื่อง อุบายกำจัดอาฆาต ๕ ประการ ซึ่งเป็นเครื่องกำจัดอาฆาตที่เกิดขึ้นแก่ภิกษุได้อย่างสิ้นเชิงสูตร#3 ทุติยอาฆาตปฏิวินิยสูตร (เล่มที่๒๒ ข้อที่๑๖๒) ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลายถึงอุบายกำจัดอาฆาต ๕ ประการ ซึ่งเป็นเครื่องกำจัดอาฆาตที่เกิดขึ้นแก่ภิกษุได้อย่างสิ้นเชิงสูตร#4 สุภสูตร [เล่มที่๑๓ ข้อที่ ๗๒๘]ว่าด้วยบริขารของจิตเพื่อความไม่เบียดเบียนสูตร#5 สัพพาสวสังวรสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ความสิ้นอาสวะทั้งปวงจะมีได้ เฉพาะผู้รู้ ผู้เห็นเท่านั้น ด้วยการพิจารณาโดยแยบคาย ทรงจำแนกอาสวะออกเป็น 7 ชนิด ตามเหตุเกิดและอุบายวิธีที่จะละให้หมดสิ้นไปได้ คือ อาสวะที่ต้องละด้วย 1. ทัสสนะ (ความเห็น) 2. การสังวร 3. การใช้สอย 4. การอดกลั้น 5. การเว้น 6. การบรรเทา 7. การเจริญ อาสวะเหล่านั้นเมื่อภิกษุละได้แล้วด้วยอุบายนั้น ๆ อาสวะนั้นละได้เด็ดขาด
33. ความบริสุทธิ์อันมีวรรณะ ๔ - อัสสลายนสูตร [6933-4s]
47:58||Season 69, Ep. 33อัสสลายนสูตร เป็นการโต้วาทะระหว่างพระพุทธเจ้า กับ "อัสสลายนมาณพ" พราหมณ์หนุ่มวัย ๑๖ ปี มานพผู้ฉลาดหลักแหลม ซึ่งถูกยุยงโดยพวกพราหมณ์ให้มาโต้วาทะกับพระพุทธเจ้า ในประเด็นเรื่องวรรณะแม้จะไม่เต็มใจ เนื่องจากพระพุทธเจ้าทรงตรัสคัดค้านความเชื่อเรื่องระบบวรรณะและความประเสริฐโดยกำเนิดของพราหมณ์ โดยทรงตรัสถามตอบชี้แจงด้วยเหตุผลตามความเป็นจริง ซึ่งอัสสลายนมาณพถึงกับหมดปฏิภาณที่จะโต้แย้ง และเกิดความเลื่อมใส ประกาศตนเป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต