Share
![cover art for ขันธ์ห้าเป็นของหนัก [6920-2m]](https://open-images.acast.com/shows/63760aac34970700111773f4/show-cover.jpg?height=750)
2 จิตตวิเวก
ขันธ์ห้าเป็นของหนัก [6920-2m]
Season 69, Ep. 20
•
จะหาสุขจากสิ่งที่เป็นทุกข์ จะเกิดความเพลิน ยึดมั่น จากการต้องการให้สิ่งที่คิดว่าเป็นสุขนั้น เป็นแบบนั้นตลอดไป หากแต่เป็นไปไม่ได้ จึงยิ่งทุกข์หนักมากขึ้น
การเจริญทุกขสัญญาคือ กำหนดรู้ในสิ่งที่เป็นทุกข์ โดยพิจารณากายคตา ด้วยจิตที่เป็นสัมมาสมาธิ จะเกิดปัญญา เห็นความไม่เที่ยง ว่าทุกสิ่งมีเหตุปัจจัยปรุงแต่งมา เกิดปัญญาเห็นขันธ์ห้าเป็นของหนัก, เห็นซ้ำๆ จะ“วาง”สิ่งที่ทำให้ทุกข์ลงได้ เกิด”สุข”ที่แท้จริงคือนิพพาน
More episodes
View all episodes

26. ปริญญาในขันธ์ห้า [6926-2m]
01:00:56||Season 69, Ep. 26รอบรู้ กำหนดรู้ ขันธ์ทั้งห้า “รูป เวทนา สัญญา สังขารและ วิญญาณ” ว่า เป็นกองทุกข์ เพราะเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นถือมั่น ขันธ์ทั้งห้าไม่เที่ยง จึงเป็นทุกข์ ดังนั้น การเห็นด้วยปัญญา ทำให้ครบรอบ จะเห็นอุบายในการนำออกคือ ไม่ยึดถือ คือการปล่อยในขันธ์ทั้งห้า ด้วยการกำหนดรู้ การเข้าใจ การยอมรับในทุกข์ ในขันธ์ห้า “เราจะอยู่กับทุกข์โดยไม่ทุกข์ เราก็จะพ้นทุกข์”.
25. นิมิตเพื่อสมาธิ [6925-2m]
01:00:55||Season 69, Ep. 25นิมิตหมายถึงเครื่องหมาย สังเกตนิมิตเพื่อสมาธิด้วยการเข้าใจนัยยะ นัยยะที่หนึ่ง ตั้งจิตให้ถูก เอากุศลเป็นที่ตั้ง พัฒนาเพื่อเกิดสมาธิ ปัญญา, นัยยะที่สอง เปรียบเทียบคู่ต่างระหว่าง นิมิต(มองโดยรวม)และอนุพยัญชนะ(ดูรายละเอียด), นัยยะที่สาม เปรียบเหมือนนายช่างทอง คือ สมาธินิมิต จิตสงบ(เช่นใช้ลมหายใจ พุทโธให้เกิดสมาธิ) ปัคคาหนิมิต(นิมิตเพื่อให้เกิดความเพียร เห็นตามความเป็นจริง พัฒนาให้เกิดปัญญา เช่นกำหนดโครงกระดูกเป็นนิมิตเพื่อเห็นความไม่เที่ยง) และอุเบกขานิมิต จิตวางเฉย สังเกตว่าสมาธิหรือวามเพียรมากไป ก็ปรับให้เหมาะสม, นัยยะที่สี่ นิมิตสามคือบริกรรมนิมิต อุคคหนิมิต ปฏิภาคนิมิต, นิมิต มีแต่กุศล ทำให้เกิดสมาธิ จิตสงบ เกิดปัญญา พ้นทุกข์ได้
24. พิจารณา…นามรูป [6924-2m]
55:26||Season 69, Ep. 24พิจารณาว่านามรูปเกิดมาได้อย่างไร, จะเกิดนาม-รูป ได้ ก็ต้องมีวิญญาณ(การรับรู้)ซึ่งเป็นอาหารของนามรูป, วิญญาณจะเกิดได้ ก็ต้องใช้นาม-รูป ในการก้าวลง, ทั้งสองอาศัยกันและกัน, วิญญาณเกิดได้จากความเพลิน พอใจ เกิดวิญญาณแล้วก็เป็นอาหารให้นาม รูปเติบโต วนไปอยู่ในวัฏสงสาร, หากแต่เมื่อเรามีสติ มีสมาธิ ทำในใจโดยแยบคาย, จะเห็นว่าต้นตอของทุกสิ่งคืออวิชชา เรามีหน้าที่ต้องขุดรากของอวิชชาออกให้หมด ด้วยการมองเห็นสิ่งต่างๆ แม้รวมถึงวิญญาณ นามรูป ด้วยความเป็นจริง ไม่เที่ยง ไม่มีตัวตน เพื่อความอยู่เหนือ วิมุติ คือ ความพ้นจากทุกข์ทั้งปวง
23. วิปัสสนาในชีวิตประจำวัน [6923-2m]
57:37||Season 69, Ep. 23เหรียญมีสองด้าน เห็นให้ชัดเจนด้วยปัญญา คือ วิปัสสนา เริ่มจากการมีสติ, ไม่เพลิน, พิจารณา ในสิ่งที่ผ่านเข้ามาเป็นคู่ๆซ่อนอยู่ด้วยกัน, เห็นสุขในทุกข์, เห็นความแก่ในหนุ่มสาว, ความตายซ่อนในชีวิต, อาพาธซ่อนในสุขภาพดี, ไม่สวยซ่อนในความสวย, เห็นอัตตาในตัวตนเราว่าเป็นอนัตตา แยกเป็นธาตุสี่, เห็นด้วยปัญญาได้ในทุกสิ่ง ทุกเวลา
22. นิพพานเป็นสุขอย่างไร [6922-2m]
58:07||Season 69, Ep. 22เจริญวิราคสัญญานิโรธสัญญา ผ่านพุทธานุสสติ จิตเป็นสมาธิ ละเอียดขึ้น ๆ จนเหลือแต่อุเบกขา ไม่มีวิตกวิจารณ์ ไม่มีปีติสุข ทำสมาธิให้มีความชำนาญจะเห็นอาพาธ ของวิตก วิจารณ์ ปีติ สุข จึงปล่อย คลายกำหนัดสิ่งนั้นเสียนั่นคือวิราคสัญญา จึงนำมาซึ่งความดับคือนิโรธสัญญา เมื่อปล่อย คลายออก จึงเป็นความดับ เมื่อดับจึงเป็นสุข เป็นนิพพานได้อย่างนี้ ความไม่มี หรือมีน้อยลง น้อยลง จึงนำมาซึ่งความเจริญได้ อย่างนี้นั่นเอง
21. สิ่งทั้งหลายทั้งปวง เป็นอนัตตา [6921-2m]
58:38||Season 69, Ep. 21ทุกข์เพราะเพลิน พอใจในสิ่งต่างๆ ไม่ต้องการให้สิ่งนั้นเปลี่ยนแปลง จึงยึดมั่นถือมั่น ว่ามีตัวตน เกิดอัตตา, การออกจากทุกข์จึงต้องเข้าใจความจริงว่าทุกสิ่งเป็นไตรลักษณ์ คือไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา, ไม่ควรที่เราจะไปยึดถือ, พิจารณาซ้ำๆ ให้เห็นแปดลัดษณะของอนัตตาอยู่เนืองๆ, เข้าใจแล้วจะปล่อยวางได้ วางตัณหา อวิชชา และความยึดถือ
19. สี่การระลึก เพื่อสุขจากภายใน [6919-2m]
57:05||Season 69, Ep. 19ฝึกสติให้มีความยืดหยุ่นเตรียมพร้อมด้วยการระลึกถึงศีล จาคะ เทวดา และกัลยาณมิตร เพื่อให้จิตดำเนินไปตรง ได้ความปีติ มีความสงบสุขจากในภายในสีลานุสติคือระลึกถึงศีลของเราให้มีความปกติ อาศัยกาย วาจา ใจ ในการปฏิบัติ, ไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่างพร้อย, จาคะคือการสละออก ปราศจากมณฑิล, เทวตานุสติคือการระลึกถึงความดีของคนดีๆ และกัลยาณมิตรานุสติคือการมีผู้ที่ค่อยตักเตือน ทั้งหมดนี้ จะนำจิตเราให้ดำเนินไปตรง เกิดสติ มีสมาธิ เกิดปีติ ปลาบปลื้ม จิตละกิเลสได้ เหมือนหม้อที่คว่ำ จะไม่สามารถรับน้ำที่หกออกไปแล้วได้อีก
18. จงเป็นธรรมทายาท อย่าเป็นคนสุดท้าย [6918-2m]
59:08||Season 69, Ep. 18สืบต่อธรรมะจากพระพุทธเจ้า ด้วยการนำธรรมะของพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติ ให้เข้าถึงจิตใจ ด้วยการเดินตามทางมรรคมีองค์แปด ชึ้นชื่อว่าเป็นธรรมทายาท มีมรรคแปด ธรรมะพระพุทธเจ้า เป็นกัลยาณมิตร รับมรดกจากพระพุทธเจ้าด้วยการมีธรรมะในใจ คือการรักษาศาสนาอย่างแท้จริง ไม่เป็นคนสุดท้าย