Share
![cover art for สี่การระลึก เพื่อสุขจากภายใน [6919-2m]](https://open-images.acast.com/shows/63760aac34970700111773f4/show-cover.jpg?height=750)
2 จิตตวิเวก
สี่การระลึก เพื่อสุขจากภายใน [6919-2m]
Season 69, Ep. 19
•
ฝึกสติให้มีความยืดหยุ่นเตรียมพร้อมด้วยการระลึกถึงศีล จาคะ เทวดา และกัลยาณมิตร เพื่อให้จิตดำเนินไปตรง ได้ความปีติ มีความสงบสุขจากในภายใน
สีลานุสติคือระลึกถึงศีลของเราให้มีความปกติ อาศัยกาย วาจา ใจ ในการปฏิบัติ, ไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่างพร้อย, จาคะคือการสละออก ปราศจากมณฑิล, เทวตานุสติคือการระลึกถึงความดีของคนดีๆ และกัลยาณมิตรานุสติคือการมีผู้ที่ค่อยตักเตือน ทั้งหมดนี้ จะนำจิตเราให้ดำเนินไปตรง เกิดสติ มีสมาธิ เกิดปีติ ปลาบปลื้ม จิตละกิเลสได้ เหมือนหม้อที่คว่ำ จะไม่สามารถรับน้ำที่หกออกไปแล้วได้อีก
More episodes
View all episodes

20. ขันธ์ห้าเป็นของหนัก [6920-2m]
01:00:28||Season 69, Ep. 20จะหาสุขจากสิ่งที่เป็นทุกข์ จะเกิดความเพลิน ยึดมั่น จากการต้องการให้สิ่งที่คิดว่าเป็นสุขนั้น เป็นแบบนั้นตลอดไป หากแต่เป็นไปไม่ได้ จึงยิ่งทุกข์หนักมากขึ้นการเจริญทุกขสัญญาคือ กำหนดรู้ในสิ่งที่เป็นทุกข์ โดยพิจารณากายคตา ด้วยจิตที่เป็นสัมมาสมาธิ จะเกิดปัญญา เห็นความไม่เที่ยง ว่าทุกสิ่งมีเหตุปัจจัยปรุงแต่งมา เกิดปัญญาเห็นขันธ์ห้าเป็นของหนัก, เห็นซ้ำๆ จะ“วาง”สิ่งที่ทำให้ทุกข์ลงได้ เกิด”สุข”ที่แท้จริงคือนิพพาน
18. จงเป็นธรรมทายาท อย่าเป็นคนสุดท้าย [6918-2m]
59:08||Season 69, Ep. 18สืบต่อธรรมะจากพระพุทธเจ้า ด้วยการนำธรรมะของพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติ ให้เข้าถึงจิตใจ ด้วยการเดินตามทางมรรคมีองค์แปด ชึ้นชื่อว่าเป็นธรรมทายาท มีมรรคแปด ธรรมะพระพุทธเจ้า เป็นกัลยาณมิตร รับมรดกจากพระพุทธเจ้าด้วยการมีธรรมะในใจ คือการรักษาศาสนาอย่างแท้จริง ไม่เป็นคนสุดท้าย
17. ความเบาใจจากอนุสสติสี่อย่าง [6917-2m]
59:24||Season 69, Ep. 17เจริญพุทธานุสสติ ธัมมานุสสติ สังฆานุสสติ สีลานุสสติด้วยอินทรีย์ห้าของตน เกิดความปีติสุขอย่างต่อเนื่อง เกิดศีล สมาธิ ปัญญา, มรรคแปด, อริยสัจสี่ และอรรถะ ธรรมะ ต่างต่าง ยังมาซึ่งความเบาใจ ใส่ใจ เย็นใจ เห็นใจในตน
16. พาลสู่บัณฑิตด้วยมรรคแปด [6916-2m]
50:53||Season 69, Ep. 16บัณฑิตและพาลมีในตน, หากแต่การเพิ่มบัณฑิตในตนคือการสร้าง ศีล สมาธิ ปัญญา, ตัณหาจะไม่เพิ่มรอบด้วยสติ สัมปชัญญะ, เกิดเป็นบัณฑิตในตนด้วยอริยมรรคมีองค์แปด จนไม่เข้าถึงกายอื่นคือ ไม่เกิด แก่ ตาย ทุกข์โศก ร่ำไรรำพัน อีกต่อไป
อินทรีย์ห้า ให้แก่กล้า [6915-2m]
01:00:27|สร้างอินทรีย์ห้าด้วยตนเอง เริ่มจากศรัทธา ลงมือทำ(วิริยะ-ความเพียร) จิตปรุงแต่งลดลง เกิดสติ(ความระลึกได้) สมาธิ(ตั้งมั่นได้) และปัญญา เกิดความรู้ ความเข้าใจ รู้ชัด รู้แจ้ง เกิดในช่องทางใจตนเอง, จึงพิจารณากลับไปที่ศรัทธา ปรับให้เกิดศรัทธาจากอินทรีย์ที่ตั่งมั่น เกิดอินทรีย์ทั้งห้าแก่กล้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง พัฒนาบ่อยๆ เป็นทางสู่นิพพาน
14. ดับอวิชชา พ้นจิตปรุงแต่ง [6914-2m]
58:44||Season 69, Ep. 14เรามักเข้าใจผิดว่า จิตคือวิญญาณ จิตคือผู้รับรู้ จิตคือตัวเรา จิตเที่ยงและเกิดใหม่ ในชาติต่อๆไปหากแต่ จิตป็นเพียงสภาวะแห่งการสั่งสม เป็นเพียงกระแส, จิตเกิดจาก การปรุงแต่ง(สังขาร)ที่เกิดจากการกระทำ แล้วทำให้เกิดตัณหา(พอใจ/ไม่พอใจ), ตัณหาต้องมีที่ยึดเกาะ จึงเกิดจิตหรืออาสวะ ว่า เราชอบ/เราไม่ชอบ, หากเมื่อการปรุงแต่งระงับลง ระงับลง เราจะเห็นว่าจิตเป็นพียงสภาวะ เป็นผลพวงของการปรุงแต่ง เห็นความจริงว่าจิตไม่เที่ยง ไม่ใช่เรา จึงไม่ยึดถือ นั่นคือเกิดวิชชา พ้นจากจิตที่ปรุงแต่งแล้ว
13. ละความอยาก เพิ่มความเพียร [6913-2m]
57:57||Season 69, Ep. 13ละตัณหา เพิ่มความเพียร ด้วยศรัทธาเป็นแรงผลักดันตัณหาคือความทะยานอยาก ตัณหาร้อยแปดโยงใย ยืดเหนียว ทำจิต ให้เกิดทุกข์, ละตัณหา ด้วยการเจริญมรรคมีองค์แปด, ด้วยสัมมาวายามะ หรือสัมมัปปธานสี่(ความเพียรชอบ) ความเพียรเพื่อการหลุดพ้น, โดยมีแรงผลักดันคือศรัทธาต่อพระรัตนตรัยอย่างแน่วแน่ ลงใจ เป็นการพ้นทุกข์อย่างแท้จริง
12. กิจที่ต้องทำให้ยิ่งขึ้นไปอีกยังมีอยู่ [6912-2m]
57:31||Season 69, Ep. 12มีสติ สัมปชัญญะ อยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา, ศีลคือ มีสติควบคุมทั้งกาย วาจา ใจ อาชีวะ รู้ประมาณในการบริโภค นอนยามเดียว, เพื่อให้ศีลเป็นไปด้วยสมาธิในที่สงัด เกิดปัญญาเห็นตามความเป็นจริง ไม่เที่ยงแม้แต่ กาย แม้แต่จิต, เกิดปัญญาปล่อยวางได้ นี่คือกิจที่ต้องทำ ให้ยิ่งๆขึ้นไป