2 จิตตวิเวก

  • 20. ขันธ์ห้าเป็นของหนัก [6920-2m]

    01:00:28||Season 69, Ep. 20
    จะหาสุขจากสิ่งที่เป็นทุกข์ จะเกิดความเพลิน ยึดมั่น จากการต้องการให้สิ่งที่คิดว่าเป็นสุขนั้น เป็นแบบนั้นตลอดไป หากแต่เป็นไปไม่ได้ จึงยิ่งทุกข์หนักมากขึ้นการเจริญทุกขสัญญาคือ กำหนดรู้ในสิ่งที่เป็นทุกข์ โดยพิจารณากายคตา ด้วยจิตที่เป็นสัมมาสมาธิ จะเกิดปัญญา เห็นความไม่เที่ยง ว่าทุกสิ่งมีเหตุปัจจัยปรุงแต่งมา เกิดปัญญาเห็นขันธ์ห้าเป็นของหนัก, เห็นซ้ำๆ จะ“วาง”สิ่งที่ทำให้ทุกข์ลงได้ เกิด”สุข”ที่แท้จริงคือนิพพาน
  • 19. สี่การระลึก เพื่อสุขจากภายใน [6919-2m]

    57:05||Season 69, Ep. 19
    ฝึกสติให้มีความยืดหยุ่นเตรียมพร้อมด้วยการระลึกถึงศีล จาคะ เทวดา และกัลยาณมิตร เพื่อให้จิตดำเนินไปตรง ได้ความปีติ มีความสงบสุขจากในภายในสีลานุสติคือระลึกถึงศีลของเราให้มีความปกติ อาศัยกาย วาจา ใจ ในการปฏิบัติ, ไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่างพร้อย, จาคะคือการสละออก ปราศจากมณฑิล, เทวตานุสติคือการระลึกถึงความดีของคนดีๆ และกัลยาณมิตรานุสติคือการมีผู้ที่ค่อยตักเตือน ทั้งหมดนี้ จะนำจิตเราให้ดำเนินไปตรง เกิดสติ มีสมาธิ เกิดปีติ ปลาบปลื้ม จิตละกิเลสได้ เหมือนหม้อที่คว่ำ จะไม่สามารถรับน้ำที่หกออกไปแล้วได้อีก
  • 18. จงเป็นธรรมทายาท อย่าเป็นคนสุดท้าย [6918-2m]

    59:08||Season 69, Ep. 18
    สืบต่อธรรมะจากพระพุทธเจ้า ด้วยการนำธรรมะของพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติ ให้เข้าถึงจิตใจ ด้วยการเดินตามทางมรรคมีองค์แปด ชึ้นชื่อว่าเป็นธรรมทายาท มีมรรคแปด ธรรมะพระพุทธเจ้า เป็นกัลยาณมิตร รับมรดกจากพระพุทธเจ้าด้วยการมีธรรมะในใจ คือการรักษาศาสนาอย่างแท้จริง ไม่เป็นคนสุดท้าย
  • 17. ความเบาใจจากอนุสสติสี่อย่าง [6917-2m]

    59:24||Season 69, Ep. 17
    เจริญพุทธานุสสติ ธัมมานุสสติ สังฆานุสสติ สีลานุสสติด้วยอินทรีย์ห้าของตน เกิดความปีติสุขอย่างต่อเนื่อง เกิดศีล สมาธิ ปัญญา, มรรคแปด, อริยสัจสี่ และอรรถะ ธรรมะ ต่างต่าง ยังมาซึ่งความเบาใจ ใส่ใจ เย็นใจ เห็นใจในตน
  • 16. พาลสู่บัณฑิตด้วยมรรคแปด [6916-2m]

    50:53||Season 69, Ep. 16
    บัณฑิตและพาลมีในตน, หากแต่การเพิ่มบัณฑิตในตนคือการสร้าง ศีล สมาธิ ปัญญา, ตัณหาจะไม่เพิ่มรอบด้วยสติ สัมปชัญญะ, เกิดเป็นบัณฑิตในตนด้วยอริยมรรคมีองค์แปด จนไม่เข้าถึงกายอื่นคือ ไม่เกิด แก่ ตาย ทุกข์โศก ร่ำไรรำพัน อีกต่อไป
  • อินทรีย์ห้า ให้แก่กล้า [6915-2m]

    01:00:27|
    สร้างอินทรีย์ห้าด้วยตนเอง เริ่มจากศรัทธา ลงมือทำ(วิริยะ-ความเพียร) จิตปรุงแต่งลดลง เกิดสติ(ความระลึกได้) สมาธิ(ตั้งมั่นได้) และปัญญา เกิดความรู้ ความเข้าใจ รู้ชัด รู้แจ้ง เกิดในช่องทางใจตนเอง, จึงพิจารณากลับไปที่ศรัทธา ปรับให้เกิดศรัทธาจากอินทรีย์ที่ตั่งมั่น เกิดอินทรีย์ทั้งห้าแก่กล้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง พัฒนาบ่อยๆ เป็นทางสู่นิพพาน
  • 14. ดับอวิชชา พ้นจิตปรุงแต่ง [6914-2m]

    58:44||Season 69, Ep. 14
    เรามักเข้าใจผิดว่า จิตคือวิญญาณ จิตคือผู้รับรู้ จิตคือตัวเรา จิตเที่ยงและเกิดใหม่ ในชาติต่อๆไปหากแต่ จิตป็นเพียงสภาวะแห่งการสั่งสม เป็นเพียงกระแส, จิตเกิดจาก การปรุงแต่ง(สังขาร)ที่เกิดจากการกระทำ แล้วทำให้เกิดตัณหา(พอใจ/ไม่พอใจ), ตัณหาต้องมีที่ยึดเกาะ จึงเกิดจิตหรืออาสวะ ว่า เราชอบ/เราไม่ชอบ, หากเมื่อการปรุงแต่งระงับลง ระงับลง เราจะเห็นว่าจิตเป็นพียงสภาวะ เป็นผลพวงของการปรุงแต่ง เห็นความจริงว่าจิตไม่เที่ยง ไม่ใช่เรา จึงไม่ยึดถือ นั่นคือเกิดวิชชา พ้นจากจิตที่ปรุงแต่งแล้ว
  • 13. ละความอยาก เพิ่มความเพียร [6913-2m]

    57:57||Season 69, Ep. 13
    ละตัณหา เพิ่มความเพียร ด้วยศรัทธาเป็นแรงผลักดันตัณหาคือความทะยานอยาก ตัณหาร้อยแปดโยงใย ยืดเหนียว ทำจิต ให้เกิดทุกข์, ละตัณหา ด้วยการเจริญมรรคมีองค์แปด, ด้วยสัมมาวายามะ หรือสัมมัปปธานสี่(ความเพียรชอบ) ความเพียรเพื่อการหลุดพ้น, โดยมีแรงผลักดันคือศรัทธาต่อพระรัตนตรัยอย่างแน่วแน่ ลงใจ เป็นการพ้นทุกข์อย่างแท้จริง
  • 12. กิจที่ต้องทำให้ยิ่งขึ้นไปอีกยังมีอยู่ [6912-2m]

    57:31||Season 69, Ep. 12
    มีสติ สัมปชัญญะ อยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา, ศีลคือ มีสติควบคุมทั้งกาย วาจา ใจ อาชีวะ รู้ประมาณในการบริโภค นอนยามเดียว, เพื่อให้ศีลเป็นไปด้วยสมาธิในที่สงัด เกิดปัญญาเห็นตามความเป็นจริง ไม่เที่ยงแม้แต่ กาย แม้แต่จิต, เกิดปัญญาปล่อยวางได้ นี่คือกิจที่ต้องทำ ให้ยิ่งๆขึ้นไป
loading...