Share

cover art for ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ - มาคัณฑิยสูตร [6845-4s]

4 คลังพระสูตร

ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ - มาคัณฑิยสูตร [6845-4s]

Season 68, Ep. 45

มาคัณฑิยสูตร ทรงแสดงแก่มาคัณฑิยปริพาชก ขณะประทับอยู่ที่โรงบูชาไฟของพราหมณ์ภารทวาชโคตร ในนิคมของชาวกุรุชื่อกัมมาสธัมมะ มาคัณฑิยปริพาชกเข้าไปขออาศัยโรงบูชาไฟของพราหมณ์ภารทวาชโคตร และเมื่อปริพาชกทราบว่าทรงประทับอยู่ก่อนแล้วจึงกล่าวกับพราหมณ์ว่า การเห็นที่นอนของพระผู้มีพระภาคเป็นอัปมงคล และกล่าวหาว่าพระองค์เป็นผู้ทำลายความเจริญ


พระพุทธเจ้าทรงสดับการสนทนานั้นด้วยพระโสตธาตุอันเป็นทิพย์จึงเสด็จกลับมายังโรงบูชาไฟ ทรงตรัสถามมาคัณฑิยปริพาชกเรื่องการสำรวมอินทรีย์ และทรงเล่าถึงเมื่อยังทรงเป็นคฤหัสถ์ เอิบอิ่มพรั่งพร้อมด้วยกามคุณ 5 ประการ ต่อมาทรงรู้ความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเป็นเครื่องสลัดออกจากกามทั้งหลาย ละตัณหาได้ บรรเทาความเร่าร้อนที่เกิดเพราะกามได้ มีจิตสงบ เพราะได้รับสุขระดับสุขทิพย์


จากนั้นทรงยกอุปมาอุปไมยเปรียบผู้บริโภคกามเหมือนคนเป็นโรคเรื้อน เหมือนคนตาบอด ทรงตรัสว่าการที่มาคัณฑิยปริพาชกกล่าวว่า ร่างกายที่ไม่มีโรค เป็นความไม่มีโรค เป็นนิพพานนั้น เป็นการกล่าวโดยไม่มีจักษุอย่างที่พระอริยบุคคลมี มาคัณฑิยปริพาชกจึงกราบทูลให้ทรงแสดงธรรมเพื่อให้ตนไม่เป็นคนตาบอด ทรงตรัสแนะนำให้คบสัตบุรุษ ฟังธรรมจากท่านและปฏิบัติตาม เมื่อทรงแสดงธรรมจบ มาคัณฑิยปริพาชกจึงขออุปสมบท และต่อมาท่านพระมาคัณฑิยะได้เป็นพระอรหันต์องค์หนึ่ง

More episodes

View all episodes

  • 27. จิตบริสุทธิ์ -อุปักกิเลสสูตร และวัตถูปมสูตร [6927-4s]

    59:14||Season 69, Ep. 27
    สูตร#1 อุปักกิเลสสูตร พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ โฆสิตาราม เขตกรุงโกสัมพี สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายในกรุงโกสัมพี เกิดความบาดหมาง เกิดการทะเลาะวิวาทกัน ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าแล้วกราบทูลเรื่องนี้ ได้ทรงเข้าไปห้ามแต่ไม่เชื่อฟัง จึงทรงเสด็จจากมาแล้วเสด็จไปเยี่ยมท่านพระอนุรุทธะ ท่านพระนันทิยะ และท่านพระกิมพิละที่ป่าปาจีนวังสทายวัน ซึ่งอยู่กันด้วยความสามัคคี ได้ทรงสนทนาและตรัสถามถึงญาณทัสสนะของพระเถระทั้ง 3 รูป แล้ว จึงตรัสเล่าการปฏิบัติของพระองค์ ซึ่งทรงพบอุปสรรคเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ทรงพิจารณาจนเห็นอุปกิเลส 11 ประการ ที่เป็นเหตุให้เป็นเช่นนั้น และเมื่อทรงละอุปกิเลสได้ จึงทรงเจริญสมาธิ 3 ประการได้ ญาณทัสสนะจึงเกิดขึ้นแก่พระองค์สูตร#2 วัตถูปมสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ซึ่งมี สุนทริกภารทวาชปริพาชก นั่งฟังอยู่ด้วย และทรงทราบว่าปริพาชกนี้เชื่อถือลัทธินหานสุทธิ คือ เชื่อว่าความบริสุทธิ์มีได้เพราะการอาบน้ำลอยบาป จึงทรงแสดงธรรมให้เป็นไปตามอัธยาศัยของปริพาชกนี้ ซึ่งทรงตรัสสอนปริพาชกนี้ว่า คนที่ทำกรรมชั่วไว้แล้ว ถึงจะไปอาบน้ำที่ไหนก็หาทำให้เกิดความสะอาดบริสุทธิ์ขึ้นมาได้ไม่ แล้วตรัสสอนให้อาบน้ำในศาสนาของพระองค์ เมื่อตรัสจบ สุนทริกภารทวาชปริพาชกประกาศตนเป็นพุทธมามกะ ทูลขอบรรพชาอุปสมบทและได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ในกาลต่อมา
  • 26. สังสารวัฏ - อนมตัคคสังยุต (ติณกัฏฐสูตร เป็นต้น) [6926-4s]

    59:17||Season 69, Ep. 26
    สูตร#1 ติณกัฏฐสูตร ว่าด้วยหญ้าและท่อนไม้ ทรงแสดงว่าสังสารวัฏอันมีเบื้องต้นและเบื้องปลายรู้ไม่ได้ ทรงเปรียบเทียบว่า แม้จะเอาหญ้าท่อนไม้ กิ่งไม้ และใบไม้ในชมพูทวีปมารวมกันแล้วทำเป็นมัด โดยสมมติแต่ละมัดว่าเป็นมารดาบิดา จนกระทั่งใบไม้เหล่านั้นหมดไป ก็ไม่สามารถนับมารดาบิดาเหล่านั้นได้ครบสูตร#2 ปฐวีสูตร ว่าด้วยแผ่นดิน ทรงแสดงว่า สังสารวัฏอันมีเบื้องต้นและเบื้องปลายรู้ไม่ได้ ทรงเปรียบเทียบกับแผ่นดินว่า แม้จะเอาแผ่นดินมาปั้นเป็นก้อนเท่ากับเมล็ดกระเบา จนกระทั่งแผ่นดินนั้นหมดไป ก็ไม่สามารถนับมารดาบิดาเหล่านั้นได้ครบสูตร#3 อสุสูตร ว่าด้วยน้ำตา ทรงแสดงว่า สังสารวัฏเบื้องตันและบื้องปลายรู้ไม่ได้ทรงปรียบเทียบกับน้ำตาที่มนุษย์ร้องไห้เพราะพลัดพรากจากมารดา บิดา เป็นต้นตลอดระยะเวลายาวนาน มีมากว่านํ้าในมหาสมุทรทั้ง ๔สูตร#4 ขีรสูตร ว่าด้วยน้ำนม ทรงแสดงว่า สังสารวัฏอันมีเบื้องต้นและเบื้องปลายรู้ไม่ได้ ทรงเปรียบเทียบกับน้ำนมที่มนุษย์ทั้งหลายดื่มกินตลอดระยะเวลายาวนาน มีมากกว่าน้ำในมหาสมุทรทั้ง ๔สูตร#5 ปัพพตสูตร ว่าด้วยภูเขา ทรงแสดงว่า สังสารวัฏอัน มีเบื้องต้นและเบื้องปลายรู้ไม่ได้ ทรงเปรียบเทียบกับภูเขาศิลาแท่งทึบลูกใหญ่ ทุก ๆ ๑๐๐ ปี จะมีบุรุษเอาผ้าเนื้อละเอียดมาลูบภูเขา๑ ครั้ง ทำอยู่อย่างนี้จนภูเขานั้นราบเรียบเสมอแผ่นดิน ถึงกระนั้น ก็ไม่สามารถเทียบกับกัปหนึ่งได้สูตร#6 สาสปสูตร ว่าด้วยเมล็ดผักกาด ทรงแสดงว่า สังสารวัฏ อันมีเบื้องต้นและเบื้องปลายรู้ไม่ได้ ทรงเปรียบเทียบกับนครที่มีความยาว ๑ โยชน์ กว้าง ๑ โยชน์ สูง ๑ โยชน์ในนครนั้นเต็มไปด้วยเมล็ดผักกาด บุรุษหยิบเมล็ดผักกาดออกจากเมืองนั้น๑๐๐ ปีต่อ๑ เมล็ด ทำอยู่อย่างนั้นจนเมล็ดผักกาดหมด ถึงกระนั้น ก็ไม่สามารถเทียบกับอายุของกัปหนึ่งได้สูตร#7 สาวกสูตร ว่าด้วยพระสาวก ทรงแสดงว่า สังสารวัฏ อันมีเบื้องต้นและเบื้องปลายรู้ไม่ได้ ทรงเปรียบเทียบกับสาวก ๔ รูป ซึ่งมีอายุ ๑๐๐ ปี สมมติว่า สาวก ๔ รูปนั้นระลึกย้อนหลังไปได้วันละ ๑๐๐,๐๐๐ กัป ถึงกระนั้น กัปที่พวกเธอระลึกไปไม่ถึงก็ยังมีอยู่มากสูตร#8 คังคาสูตร ว่าด้วยแม่น้ำคงคา ทรงแสดงว่า สังสารวัฏ อันมีเบื้องต้นและเบื้องปลายรู้ไม่ได้ ทรงเปรียบเทียบกับเม็ดทรายในมหาสมุทรที่มนุษย์ถือว่าไม่สามารถนับได้ ถึงกระนั้น ก็ยังนับง่ายกว่าการนับกัปเสียอีกสูตร#9 ทัณฑสูตร ว่าด้วยท่อนไม้ ทรงแสดงว่า สังสารวัฏอันมีเบื้องต้นและเบื้องปลายรู้ไม่ได้ ทรงเปรียบเทียบกับท่อนไม้ที่บุคคลโยนขึ้นไปบนอากาศ ย่อมตกลงมาไม่แน่นอน คือบางครั้งตกลงทางโคน บางครั้งตกลงทางขวาง บางครั้งก็ตกลงทางปลายชีวิตของสัตว์ทั้งหลายที่ท่องเที่ยวไปในสังสารวัฏก็ไม่แน่นอนเช่นกัน สูตร#10 ปุคคลสูตร ว่าด้วยบุคคล ทรงแสดงว่า ชีวิตของ สัตว์ทั้งหลายที่ท่องเที่ยวไปในสังสารวัฏ หากนำโครงกระดูกมารวมกันจะมีกองใหญ่เท่าภูเขาเวปุลละสูตร#11 ปิยชาติกสูตร ทรงแสดงแก่คหบดีคนหนึ่งที่โศกเศร้าอย่างหนักเพราะบุตรชายอันเป็นที่รักได้เสียชีวิตลง จึงได้ตรัสสอนความจริงข้อนี้ ว่า ความโศก ความร่ำไร ความทุกข์ ความโทมนัส และความคับแค้นใจ ทั้งหมดนี้มีเกิดมาจากสิ่งเป็นที่รัก มีสิ่งเป็นที่รักเป็นแดนเกิด แต่คหบดีกลับปฏิเสธและเห็นพ้องกับพวกนักเลงการพนันว่าความรักนำมาซึ่งความสุขและความเพลิดเพลิน เรื่องราวดังกล่าวลุกลามไปถึงพระเจ้าปเสนทิโกศลและพระนางมัลลิกาเทวี ซึ่งพระนางมัลลิกาเทวีทรงเป็นผู้มีปัญญาและศรัทธา จึงทรงช่วยชี้แนะให้พระสวามีเห็นจริงตามพุทธดำรัส และยอมรับว่า ความรักนำพาทุกข์มาให้สูตร#12 ฐานสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้ ๕ ประการ
  • 25. ธรรมที่ไม่มีกิเลส - อรณวิภังคสูตร และนิพเพธิกสูตร [6925-4s]

    01:09:13||Season 69, Ep. 25
    สูตร#1 อรณวิภังคสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่พระเชตวัน กรุงสาวัตถี โดยมีพระประสงค์ให้ภิกษุเหล่านั้นปฏิบัติตามธรรมที่ไม่มีกิเลส เว้นธรรมที่มีกิเลสสูตร#2 นิพเพธิกสูตร ว่าด้วยธรรมบรรยายที่เป็นเหตุชำแรกกิเลส ทรงสอนให้ภิกษุทั้งหลายทราบสภาวธรรมต่าง ๆ รวม 6 ประการดังนี้ (1) กาม เหตุเกิดแห่งกาม ความต่างกันแห่งกาม ความดับแห่งกาม ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งกาม (2) เวทนา... (3) สัญญา... (4) อาสวะ... (5) กรรม... (6) ทุกข์... ทรงอธิบายขยายความแต่ละประการอย่างพิสดาร
  • 24. แสวงหาโภคทรัพย์โดยชอบธรรม - ทุติยอุคคสูตร ทุติยหัตถกสูตร กามโภคีสูตร อานัณยสูตร อันธสูตร ทุติยปาปณิกสูตร และทุติยสัมปทาสูตร [6924-4s]

    01:05:18||Season 69, Ep. 24
    สูตร#1 ทุติยอุคคสูตร(เล่มที่ ๒๓) ว่าด้วยธรรมที่น่าอัศจรรย์ของอุคคคหบดี โดยทรงพยากรณ์ว่าอุคคคหบดีเป็นผู้มีความอัศจรรย์และน่าเลื่อมใสในธรรม 8 ประการสูตร#2 ทุติยหัตถกสูตร(เล่มที่ ๒๓) ว่าด้วยการสร้างความสามัคคีและการบริหารบริวารของหัตถกอุบาสก ทรงตรัสถามถึงวิธีที่เขาใช้ผูกใจและดูแลบริวารหมู่ใหญ่จนเกิดความสามัคคี หัตถกอุบาสกราบทูลว่า เขาใช้หลัก สังคหวัตถุ ๔ ในการสงเคราะห์ผู้คน ทรงตรัสรับรองและทรงยกย่องและชื่นชมคุณธรรมอันน่าอัศจรรย์ ๘ ประการของเขาด้วยสูตร#3 กามโภคีสูตร(เล่มที่ ๒๔)กามโภคีบุคคล หมายถึงผู้ครองเรือน หรือคฤหัสถ์ ทรงจำแนกกามโภคีบุคคลที่เป็นอุบาสกออกเป็น ๑๐ ประเภท และทรงแสดงหลักเกณฑ์สำหรับพิจารณาอุบาสกว่าควรติเตียน ๔ ประการ ส่วนหลักเกณฑ์ในการพิจารณาว่าควรสรรเสริญ มีนัยตรงข้ามกันสูตร#4 อานัณยสูตร(เล่มที่ ๒๑) ทรงแสดงแก่อนาถบิณฑิกคหบดี ว่าด้วยสุขเกิดจากการไม่เป็นหนี้ ซึ่งเป็นสุขของคฤหัสถ์อย่างหนึ่งใน ๔ อย่างสูตร#5 อันธสูตร(เล่มที่ ๒๐) ทรงแสดงถึงบุคคล ๓ จำพวกที่มีอยู่ในโลก คือ บุคคลตาบอด บุคคลตาเดียว และบุคคลสองตาทรงตรัสว่า บุคคลควรเว้นให้ห่างไกลจากบุคคลตาบอดและบุคคลตาเดียว แต่ควรคบบุคคลสองตาที่ประเสริฐที่สุดสูตร#6 ทุติยปาปณิกสูตร(เล่มที่ ๒๐) ทรงแสดงคุณสมบัติของพ่อค้า ๓ ประการ ไม่นานนักก็ถึงความเป็นผู้ยิ่งใหญ่ไพบูลย์ในโภคทรัพย์ และเปรียบเทียบคุณสมบัติของภิกษุ ๓ ประการ ที่ไม่นานนักก็บรรลุความเป็นผู้ยิ่งใหญ่ไพบูลย์ในกุศลธรรมสูตร#7 ทุติยสัมปทาสูตร(เล่มที่ ๒๓) ทรงแสดงสัมปทา(ความถึงพร้อม) ๘ ประการโดยพิสดาร
  • 23. ผู้ชำนาญวิถีทางแห่งวิตก-วิตักกสัณฐานสูตรและเทวธาวิตักกสูตร [6923-4s]

    57:25||Season 69, Ep. 23
    สูตร#1 วิตักกสัณฐานสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ว่าด้วยอุบายกำจัดอกุศลวิตก คือวิธีพิจารณาละวิตกฝ่ายอกุศล และตัวอย่างเปรียบเทียบ ๕ ประการ ที่เมื่อละได้แล้ว จะทำให้จิตตั้งมั่น สงบ เกิดสมาธิขึ้น ตัดตัณหา ทำที่สุดแห่งทุกข์ได้สูตร#2 เทวธาวิตักกสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ว่าด้วยวิตก ๒ ประเภท (ความคิด ๒ ประเภท) คือ กุศลวิตก และอกุศลวิตก ด้วยการมีสติแยกแยะความคิดที่เป็นอกุศล ว่าเกิดขึ้นแล้ว และกำจัดความคิดที่เป็นอกุศลออกไป ตั้งดำรงความคิดที่เป็นกุศลไว้ จะทำให้จิตไปตามทาง คือ มรรค สามารถทำสมาธิ ปัญญาให้แจ้ง และบรรลุธรรมได้สูตร#3 สัจจวิภังคสูตร (เสริม) พระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลายว่าด้วยการอธิบายและจำแนก อริยสัจ ๔ อย่างละเอียด
  • 22. ประโยชน์จากโภคทรัพย์ -มุณฑราชวรรค (อาทิยสูตร เป็นต้น)[6922-4s]

    01:07:40||Season 69, Ep. 22
    สูตร#1 อาทิยสูตร (ข้อที่ ๔๑)ทรงแสดงแก่ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ว่าด้วยประโยชน์ที่จะพึงถือเอาจากโภคทรัพย์ ๕ ประการ ที่หามาได้ด้วยความขยันหมั่นเพียรและสุจริตชอบธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดำเนินชีวิต ต่อให้ทรัพย์นั้นจะต้องหมดสิ้นไป ก็จะไม่เดือดร้อนใจ เพราะได้ใช้ทรัพย์นั้นทำประโยชน์อย่างคุ้มค่าและถูกต้องแล้วสูตร#2 สัปปุริสสูตร (ข้อที่๔๒) ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วย การเกิดมาของสัตบุรุษ (คนดี) เพื่อประโยชน์สุขของคนหมู่มากสูตร#3 อิฏฐสูตร (ข้อที่ ๔๓) ทรงแสดงแก่ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ว่าด้วยธรรมที่น่าปรารถนา ๕ ประการ และวิธีที่จะได้มาอย่างถูกต้องสูตร#4 มนาปทายีสูตร (ข้อที่ ๔๔) ทรงแสดงแก่อุคคคหบดีชาวเมืองเวสาลี ซึ่งนำสิ่งของอันเป็นที่น่าพอใจและประณีตของตนเองหลายประการมาน้อมถวายแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยความเคารพ ทรงรับเครื่องบริจาคเหล่านั้นด้วยความอนุเคราะห์ และได้ทรงแสดงธรรมเทศนาอนุโมทนาในความเสียสละของคหบดี ทรงตรัสหลักธรรมสำคัญว่า "ผู้ให้ของที่พอใจ ย่อมได้ของที่พอใจ ผู้ให้ของที่เลิศ ย่อมได้ของที่เลิศ"สูตร#5 ปุญญาภิสันทสูตร (ข้อที่๔๕) ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยเรื่อง "ห้วงบุญกุศล ๕ ประการ" อันเป็นทางมาแห่งความสุข ความเจริญ และการได้ไปบังเกิดในสวรรค์สูตร#6 สัมปทาสูตร (ข้อที่ ๔๖) ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยความถึงพร้อม ๕ ประการสูตร#7 ธนสูตร (ข้อที่ ๔๗) ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยทรัพย์ ๕ ประการสูตร#8 ฐานสูตร (ข้อที่ ๔๘) ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้ ๕ ประการสูตร#9 โกสลสูตร (ข้อที่ ๔๙) ทรงแสดงแก่พระเจ้าปเสนทิโกศล ในสมัยที่พระนางมัลลิกาเทวีสวรรคต ซึ่งพระเจ้าปเสนทิโกศลก็ทรงมีทุกข์ พระผู้มีพระภาคทรงตรัสแก่พระเจ้าปเสนทิโกศล ถึงฐานะ ๕ ประการนี้ อันสมณะพราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือใครๆ ในโลกไม่พึงได้สูตร#10 นารทสูตร (ข้อที่ ๕๐) พระนารทะแสดงธรรมแก่พระเจ้ามุณฑะ ที่ทรงโศกเศร้าอย่างหนักจนไม่ยอมปฏิบัติราชกรณียกิจ หลังจากพระนางภัททาราชเทวีผู้เป็นที่รักได้สวรรคตไป มหาอำมาตย์จึงได้กราบทูลเชิญให้พระองค์เสด็จไปรับฟังธรรมจากพระนารทะ ณ กุกกุฏาราม เพื่อช่วยบรรเทาความทุกข์ใจ พระนารทะได้แสดงธรรมเกี่ยวกับ "ฐานะ ๕ ประการ" ที่ใครๆในโลกไม่พึงได้ โดยให้พิจารณาตามความเป็นจริงเพื่อถอนลูกศรคือความโศกเศร้า ทำให้พระเจ้ามุณฑะทรงคลายทุกข์และกลับมาเข้มแข็งได้ในที่สุด
  • 21. ธรรมผู้ครองเรือน - สิงคาลกสูตร , จัมมสาฏกชาดก[6921-4s]

    54:07||Season 69, Ep. 21
    สูตร#1 สิงคาลกสูตร ทรงแสดงแก่มาณพชื่อสิงคาลกะ ขณะเสด็จออกจากพระเวฬุวันจะเข้าไปบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์ เพื่อทรงแนะนำให้ไหว้ทิศตามแบบของอริยวินัย ทรงทอดพระเนตรเห็นสิงคาลกมาณพกำลังไหว้ทิศอยู่แต่เช้าตรู่ มีผมและผ้าเปียกปอน จึงตรัสถามเพื่อชวนสนทนาว่า กำลังทำอะไร เขากราบทูลว่า กำลังไหว้ทิศตามคำสั่งของบิดาก่อนบิดาจะตาย จึงตรัสว่า ในอริยวินัยเขาไม่ได้ไหว้ทิศกันแบบนี้ เขาทูลถามว่า ในอริยวินัย เขาไหว้ทิศกันอย่างไร ทรงตรัสตอบและอธิบายให้ฟัง จบธรรมบรรยายสิงคาลกมานพมีความเลื่อมใสได้แสดงตนเป็นอุบาสก นับถือพระรัตนตรัยไปตลอดชีวิตสูตร#2 จัมมสาฏกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพ่อค้าบัณฑิต ได้เตือนปริพาชกชื่อ จัมมสาฏกะไม่ให้ยกย่องแพะ ด้วยการเห็นมันเพียงครู่เดียว เพราะเข้าใจว่าการที่มันย่อตัวลง หมายถึงมันแสดงความนอบน้อมต่อตน แต่จริงๆมันกำลังตั้งท่าจะขวิดเต็มที่ ท่านไม่เชื่อจึงถูกแพะขวิดจนตาย
  • 20. ธรรมสำหรับผู้ป่วย - มหานามสูตร, คิลานสูตร, ปฐมอุปัฏฐากสูตร, ปฐมอนายุสสาสูตร และธนัญชานิสูตร [6920-4s]

    57:47||Season 69, Ep. 20
    สูตร#1 มหานามสูตร (เล่มที่ ๒๓ ข้อที่ ๒๕) ทรงแสดงแก่เจ้าศากยะพระนามว่ามหานามะซึ่งได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคถึงเหตุให้ได้ชื่อว่าอุบาสก เหตุอะไรทำให้อุบาสกได้ถือว่ามีศีล เหตุอะไรทำให้อุบาสกได้ชื่อว่าปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลตนเอง แต่ไม่เกื้อกูลผู้อื่น เหตุอะไรทำให้อุบาสกได้ชื่อว่าปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลตนเองและเกื้อกูลผู้อื่น ทรงตรัสแสดงในรายละเอียดสูตร#2 คิลานสูตร (เล่มที่ ๒๐ ข้อที่ ๒๒) ว่าด้วยคนไข้ ๓ จำพวก เปรียบเทียบกับบุคคลในโลก ๓ จำพวกสูตร#3 คิลานสูตร (เล่มที่ ๑๙ ข้อที่ ๓๗๕) ว่าด้วยพระผู้มีพระภาคทรงพระประชวร ขณะเข้าจำพรรษาอยู่ ณ เวฬุวคาม เขตกรุงเวสาลี ทรงประชวรอย่างรุนแรง ท่านพระอานนท์เห็นแล้วกราบทูลว่า รู้สึกหนักใจแต่มาเบาใจอยู่หน่อยหนึ่งว่า พระองค์ยังไม่ตรัสพุทธพจน์อย่างใดอย่างหนึ่งกับภิกษุสงฆ์ก็คงจักไม่ปรินิพพานเป็นแน่ ทรงตรัสตอบว่า ไม่ควรหวังอะไรในพระองค์เพราะทรงแสดงธรรมไว้แจ่มแจ้งแล้วและทรงสอนให้มีตนเป็นที่พึ่ง มีธรรมเป็นที่พึ่งด้วยการเจริญสติปัฏฐาน ๔ ประการสูตร#4 คิลานสูตร (เล่มที่ ๒๒ ข้อที่ ๑๒๑) ว่าด้วยธรรมสำหรับภิกษุไข้ หมายถึงธรรมที่มีผลให้ภิกษุบรรลุเจโตวิมุตติในเวลาไม่นาน มี ๕ ประการสูตร#5 ปฐมอุปัฏฐากสูตร (เล่มที่ ๒๒ ข้อที่ ๑๒๓) ว่าด้วยภิกษุไข้ที่พยาบาลได้ยากและง่าย แต่ละอย่างประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ซึ่งมีนัยตรงข้ามกันสูตร#6 ทุติยอุปัฏฐากสูตร (เล่มที่ ๒๒ ข้อที่๑๒๔) ว่าด้วยภิกษุผู้ควรและไม่ควรพยาบาลภิกษุไข้ แต่ละอย่างประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ซึ่งมีนัยตรงข้ามกันสูตร#7 ปฐมอนายุสสาสูตร (เล่มที่ ๒๒ ข้อที่๑๒๕) ว่าด้วยธรรมที่เป็นเหตุให้อายุสั้นและอายุยืน แต่ละอย่างประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ซึ่งมีนัยตรงข้ามกัน (ในทุติยอนายุสสาสูตร เหตุให้อายุยืนเพิ่ม มีศีล และมีกัลยาณมิตรสูตร#8 คิลานสูตร (เล่มที่ ๑๙ ข้อที่๑๐๕๐) ว่าด้วยอุบาสกป่วย ทรงแสดงแก่เจ้าศากยะพระนามว่ามหานามะ ที่ได้เขาไปทูลถามว่า อุบาสกผู้มีปัญญา (พระโสดาบัน) จะกล่าวสอนอุบาสกผู้มีปัญญาซึ่งเจ็บป่วยได้หรือไม่ ตรัสตอบว่า สามารถปลอบใจได้ด้วยธรรม ๔ ประการสูตร#9 ธนัญชานิสูตร ว่าด้วยพราหมณ์ชื่อธนัญชานิ ผู้ประพฤติมิชอบด้วยการเบียดบังพระราชาและเบียดเบียนประชาชน เมื่อท่านพระสารีบุตรทราบว่าธนัญชานิพราหมณ์เป็นผู้ประมาท ท่านได้ไปโปรดเตือนสติและแสดงธรรมให้ฟังโดยยกธรรมขึ้นมาให้เห็นว่า ไม่ว่าจะด้วยเหตุเงื่อนไขปัจจัยใดในการดำเนินชีวิตก็ตาม ผู้ประพฤติธรรมและประพฤติสม่ำเสมอย่อมประเสริฐกว่าผู้ประพฤติอธรรมและประพฤติไม่สม่ำเสมอ และในตอนจบธนัญชานิพราหมณ์ตายไป สถิตย์ในสวรรค์ชั้นพรหม
  • 19. พึ่งตน พึ่งธรรม -จักกวัตติสูตร [6919-4s]

    58:05||Season 69, Ep. 19
    จักกวัตติสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุ ตรัสสอนให้ พึ่งตนพึ่งธรรม ไม่พึ่งสิ่งอื่น ด้วยการเจริญสติปัฏฐาน 4 เพราะการพึ่งตนพึ่งธรรม ทำให้เจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ โภคะ และพละ และให้ประพฤติธรรมอันเป็นโคจรที่สืบเนื่องมาจากบิดา (พระองค์เอง) บุญกุศลจะเจริญยิ่งขึ้น มารจะขัดขวางไม่ได้ และได้ตรัสอธิบายถึง การที่จะมาเป็นพระเจ้าจักรพรรดิและความเสื่อมไปของพระเจ้าจักรพรรดิ เหตุความเสื่อมไปของอายุขัยของมนุษย์ถึงสมัยหนึ่งที่มนุษย์มีอายุขัยแค่10 ปี จนกระทั่งถึงคราวที่มนุษย์กลับเจริญรุ่งเรืองขึ้นอีกครั้งมีอายุมากขึ้นอีก มีพระพุทธเจ้านามว่า เมตไตรย เสด็จอุบัติขึ้นในโลก จะทรงสั่งสอนธรรมอย่างเดียวกับพระองค์ในบัดนี้