Share
![cover art for ความสมบูรณ์แห่งพรหมจรรย์ [6449-4s]](https://open-images.acast.com/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg?height=750)
4 คลังพระสูตร
ความสมบูรณ์แห่งพรหมจรรย์ [6449-4s]
Season 64, Ep. 49
•
ปาสาทิกสูตร#1 พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ท่านพระจุนทะ สมณุทเทส และท่านพระอานนท์ ณ ปราสาทในอัมพวัน โดยปรารภคำกราบทูลของท่านพระจุนทะและท่านพระอานนท์เรื่องการแตกความสามัคคีของพวกนิครนถ์แบ่งเป็น 2 ฝ่าย หลังนิครนถ์นาฏบุตร ศาสดาดับขันธ์ได้ไม่นานนัก เพราะธรรมวินัยที่นิครนถ์นาฏบุตรประกาศไว้ไม่ดี ไม่เป็นเครื่องนำออกจากทุกข์ได้
พระพุทธเจ้าจึงทรงแสดงว่าองค์ประกอบที่สำคัญของศาสนา ได้แก่ ศาสดา หลักธรรม และสาวก (นักบวช อุบาสก อุบาสิกา) มีส่วนสำคัญที่ทำให้ศาสนาสมบูรณ์ บริบูรณ์ ได้รับคำสรรเสริญ หลักธรรมและสาวกของพระองค์เป็นองค์ประกอบที่ดี พรหมจรรย์ของพระองค์จึงบริบูรณ์ครบถ้วน แพร่หลายกว้างขวาง และบรรลุถึงความเลิศด้วยลาภและความเลิศด้วยยศ และทรงแสดงธรรมที่ควรสังคยานา เหตุแห่งการอนุญาตปัจจัย และ สุขัลลิกานุโยค
More episodes
View all episodes

44. การรับมือกับความชรา - นกุลปิตุสูตร, คิลานสูตร, ปฐมอุปัฏฐากสูตร, ปฐมอนายุสสาสูตร [6944-4s]
54:18||Season 69, Ep. 44สูตร#1 นกุลปิตุสูตร(เล่มที่ ๒๒ ข้อที่ ๑๖) นกุลปิตาคหบดีล้มป่วยลง คหบดีได้รับการปลอบโยนจากนกุลมาตาคหปตานี(ภรรยา)ว่า คหบดีไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องความตาย เพราะนางสามารถดูแลครอบครัวและปฏิบัติธรรมต่อไปได้ ต่อมาเมื่อหายป่วย จึงได้ไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ทรงได้ตรัสชื่นชมภรรยาของคหบดีว่าเป็นผู้เปี่ยมด้วยความเมตตาและสติปัญญาสูตร#2 นกุลปิตุสูตร (เล่มที่๑๗ ข้อที่ ๑) นกุลปิตาคหบดีได้ทูลขอให้พระพุทธเจ้าทรงช่วยแนะแนวทางในการรับมือกับความชรา ทรงตรัสให้พิจารณาว่า “แม้ร่างกายของเราจะถูกความเจ็บป่วยเบียดเบียน แต่จิตใจของเราจะไม่ถูกเบียดเบียนไปด้วย” ต่อมาพระสารีบุตรได้อธิบายความหมายนี้โดยเชื่อมโยงกับขันธ์ 5สูตร#3 คิลานสูตร (เล่มที่๑๙ ข้อที่ ๑๐๕๐) ว่าด้วยอุบาสกป่วย ทรงแสดงแก่เจ้าศากยะพระนามว่ามหานามะ ที่ได้เขาไปทูลถามว่า อุบาสกผู้มีปัญญา (พระโสดาบัน) จะกล่าวสอนอุบาสกผู้มีปัญญาซึ่งเจ็บป่วยได้หรือไม่ ตรัสตอบว่า สามารถปลอบใจได้ด้วยธรรม๔ ประการสูตร#4 คิลานสูตร(เล่มที่ ๒๒ ข้อที่๑๒๑)ว่าด้วยธรรมสำหรับภิกษุไข้ หมายถึงธรรมที่มีผลให้ภิกษุบรรลุเจโตวิมุตติในเวลาไม่นาน มี ๕ ประการสูตร#5 ปฐมอุปัฏฐากสูตร(เล่มที่ ๒๒ ข้อที่๑๒๓) ว่าด้วยภิกษุไข้ที่พยาบาลได้ยากและง่าย แต่ละอย่างประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ซึ่งมีนัยตรงข้ามกันสูตร#6 ปฐมอนายุสสาสูตร (เล่มที่๒๒ ข้อที่๑๒๕) ว่าด้วยธรรมที่เป็นเหตุให้อายุสั้นและอายุยืน แต่ละอย่างประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ซึ่งมีนัยตรงข้ามกัน
43. คนเราเปลี่ยนแปลงได้ - อังคุลิมาลสูตร, ฑีฆาวุวัตถุ [6943-4s]
59:55||Season 69, Ep. 43สูตร#1 อังคุลิมาลสูตร (เล่มที่ ๑๓ ข้อที่ ๓๔๗) พระพุทธเจ้าเสด็จโปรดโจรชื่อองคุลิมาล ซึ่งเป็นคนหยาบช้า มีฝ่ามือเปื้อนเลือด ชอบฆ่าคน ไม่มีความกรุณาในสัตว์ทั้งหลาย แม้จะทรงได้รับคำเตือน แต่ก็ยังเสด็จเข้าไปในเขตขององคุลิมาลและทรงสามารถโน้มน้าวให้เขาหันมาเดินบนเส้นทางแห่งการไม่เบียดเบียนได้สำเร็จ หลังจากบวชเป็นพระภิกษุแล้ว องคุลิมาลยังคงต้องรับผลจากกรรมที่เคยกระทำไว้ในอดีต แต่เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น เขาได้ใช้ความมุ่งมั่นตั้งใจใหม่ในการไม่เบียดเบียนผู้อื่นนั้น มาช่วยเหลือหญิงคนหนึ่งที่กำลังเจ็บครรภ์คลอดบุตร ทำให้หญิงนั้นคลอดบุตรได้อย่างปลอดภัยสูตร#2 ฑีฆาวุวัตถุ (เล่มที่ ๕ ข้อที่ ๔๕๘) ว่าด้วยทีฆาวุกุมาร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลายเรื่องการระงับเวรภัยด้วยการให้อภัย โดยพระเจ้าทีฆีติโกสลทรงสั่งสอนพระโอรส (ทีฆาวุกุมาร) ก่อนถูกประหารชีวิตว่า "เวรย่อมไม่ระงับด้วยการจองเวร" ต่อมาทีฆาวุกุมารมีโอกาสลอบสังหารพระเจ้าพรหมทัตผู้เป็นศัตรูเพื่อแก้แค้นได้ถึง 3 ครั้ง แต่ทรงยั้งพระทัยและเลือกให้อภัย พระเจ้าพรหมทัตทรงซาบซึ้งจึงคืนราชสมบัติให้ การไม่จองเวรจึงช่วยยุติความขัดแย้งและนำความสุขที่แท้จริงมาสู่ทุกฝ่าย
42. ฉลาดในวาระจิตตน - สจิตตสูตร, ฐิติสูตร, ปริหานสูตร, สมถสูตร, ทุติยสมาธิสูตร, ตติยสมาธิสูตร [6942-4s]
54:39||Season 69, Ep. 42สูตร#1 สจิตตสูตร (เล่มที่ ๒๔ ข้อที่ ๕๑) ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับ ณ พระเชตวัน ทรงตรัสว่า หากภิกษุเป็นผู้ไม่ฉลาดในวาระจิตของผู้อื่น แต่ให้พึงสำเหนียกว่า“เราทั้งหลายจักเป็นผู้ฉลาดในวาระจิตของตน“ และทรงอธิบายในรายละเอียดสูตร#2 ฐิติสูตร (เล่มที่ ๒๔ ข้อที่ ๕๓) ทรงตรัสถึงธรรมชาติของจิตที่ฝึกแล้วและยังไม่ได้ฝึก ซึ่งส่งผลต่อความคงอยู่หรือความตั้งมั่นในธรรมสูตร#3 ปริหานสูตร (เล่มที่ ๒๔ ข้อที่ ๕๕) พระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุผู้มีอายุทั้งหลาย ในข้อธรรมที่พระพุทธองค์ทรงแสดงถึงองค์ประกอบที่ทำให้บุคคลเสื่อมจากกุศลธรรม (ความดีงาม หรือคุณธรรมที่ได้บรรลุแล้ว) และ องค์ประกอบที่ป้องกันไม่ให้เสื่อมสูตร#4 สมถสูตร (เล่มที่ ๒๔ ข้อที่ ๕๔) ทรงตรัสแก่ภิกษุว่า หากภิกษุไม่ฉลาดในการรู้ใจผู้อื่น ก็พึงเป็น "ผู้ฉลาดในวาระจิตของตน" เพื่อพัฒนาธรรม ๒ ฝ่าย คือ สมถะ (ความสงบใจ) และ วิปัสสนา (การเห็นแจ้งธรรม) ให้สมบูรณ์ และการเลือกเสพสิ่งที่เป็นสัปปายะ (การเลือกคบและปฏิบัติตน)สูตร#5 ทุติยสมาธิสูตร (เล่มที่ ๒๔ ข้อที่ ๑๙) ทรงตรัสถึง "การเจริญสมาธิ" เพื่อให้เกิดปัญญาเห็นแจ้งตามความเป็นจริง คือรู้แจ้งการเกิดและการดับของขันธ์ ๕สูตร#6 ตติยสมาธิสูตร (เล่มที่ ๒๔ ข้อที่ ๒๐) ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ถึง "ลักษณะของสมาธิขั้นสูง" ที่ผู้ปฏิบัติสามารถเข้าถึงได้ โดยเป็นภาวะจิตที่หลุดพ้นจากการยึดมั่นถือมั่นในสิ่งปรุงแต่งทั้งปวง
41. ใจเขา ใจเรา - อนุมานสูตรและจูฬตัณหาสังขยสูตร [6941-4s]
59:36||Season 69, Ep. 41สูตร#1 อนุมานสูตร พระมหาโมคคัลลานะแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะพักอยู่เภสกฬาวัน เขตเมืองสุงสุมารคิระ แคว้นภัคคะ โดยปรารภการปวารณาของภิกษุเพื่อขอให้ท่านว่ากล่าวตักเตือนได้ โดยยกเรื่องธรรมที่ทำให้เป็นผู้ว่ายาก ๑๖ ประการ และธรรมที่ทำให้เป็นผู้ว่าง่าย ๑๖ ประการ และให้ภิกษุนำข้อธรรมทั้ง ๑๖ มาเทียบเคียงตนด้วยตนเองสูตร#2 จูฬตัณหาสังขยสูตร ทรงแสดงแก่ท้าวสักกะ ณ บุพพาราม กรุงสาวัตถี เพื่อตอบปัญหาของท้าวสักกะ ที่ได้ทูลถามว่า กล่าวโดยย่อ ข้อปฏิบัติเพียงเท่าไร ภิกษุจึงชื่อว่า ผู้หลุดพ้นด้วยธรรมเป็นที่สิ้นตัณหา ฯลฯ เป็นผู้ประเสริฐกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทรงตรัสตอบและอธิบายถึงข้อปฏิบัติที่ว่า "ธรรมทั้งปวง ไม่ควรยึดมั่น" จากนั้นพระมหาโมคคัลลานะเดินทางไปยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ของท้าวสักกะ เพื่อดูว่าพระองค์ทรงเข้าใจสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนอย่างแท้จริงหรือไม่
40. การบำเพ็ญเพียร - อังคสูตร, สมยสูตร, ปฐมมรณัสสติสูตร, ทุติยมรณัสสติสูตร, สันธสูตร, โสณสูตร [6940-4s]
57:56||Season 69, Ep. 40สูตร#1 อังคสูตร (เล่มที่ ๒๒ ข้อที่ ๕๓) ว่าด้วยองค์ของภิกษุผู้มีความเพียร ๕ ประการสูตร#2 สมยสูตร (เล่มที่๒๒ ข้อที่ ๕๔) ว่าด้วยสมัยที่ไม่ควรบำเพ็ญเพียร ๕ ประการ และสมัยที่ควรบำเพ็ญเพียร ๕ ประการสูตร#3 ปฐมมรณัสสติสูตร (เล่มที่ ๒๓ ข้อที่ ๗๓) ว่าด้วยการเจริญมรณัสสติ สูตรที่ ๑ ทรงแสดงเกี่ยวกับการเจริญสติระลึกถึงความตาย ว่ามีผลมากและมีอานิสงส์มาก โดยทรงจำแนกวิธีคิดของภิกษุออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ประมาท และกลุ่มผู้ไม่ประมาทสูตร#4 ทุติยมรณัสสติสูตร (เล่มที่ ๒๓ ข้อที่ ๗๔) ว่าด้วยการเจริญมรณัสสติ สูตรที่ ๒ ทรงแสดง ณ คิญชกาวสถาราม ในนาทิกคาม โดยตรัสถึงการเจริญมรณัสสติ (การระลึกถึงความตาย) ว่ามีผลมาก มีอานิสงส์มาก และมีอมตะ (นิพพาน) เป็นที่สุด ทรงแนะให้ภิกษุพิจารณาปัจจัยแห่งความตายที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เพื่อให้เกิดความรู้สึกเร่งด่วนในการละอกุศลและทำความเพียร โดยวัดจากช่วงเวลาที่คิดว่าตนจะมีชีวิตอยู่สูตร#5 สันธสูตร (เล่มที่ ๒๔ ข้อที่ ๙) ว่าด้วยธรรมเทศนาที่แสดงแก่พระสันธะ ทรงเปรียบเทียบการทำสมาธิเป็น ๒ ลักษณะใหญ่ ๆ คือ การเพ่งแบบม้ากระจอก (อุปมาถึงผู้ปฏิบัติที่ยังติดในนิวรณ์) และการเพ่งแบบม้าอาชาไนย (อุปมาถึงการเจริญสมาธิขั้นสูง/วิปัสสนา) ซึ่งเป็นการทำสมาธิที่มุ่งตรงสู่ความหลุดพ้นและพระนิพพานอย่างแท้จริงสูตร#6 โสณสูตร (เล่มที่ ๒๒ ข้อที่ ๕๕) ว่าด้วยพระโสณะ ทรงแสดงหลักธรรมสำคัญเกี่ยวกับการปฏิบัติความเพียร (วิริยะ) ให้พอดี ไม่ตึงหรือหย่อนจนเกินไป ผ่านอุปมาเรื่องพิณ 3 สาย
39. ข้อปฏิบัติเพื่อความสิ้นตัณหา - จูฬตัณหาสังขยสูตร และมหาตัณหาสังขยสูตร [6939-4s]
57:19||Season 69, Ep. 39สูตร#1 จูฬตัณหาสังขยสูตร (เล่มที่๑๒ ข้อที่๓๙๐)ทรงแสดงแก่ท้าวสักกะ ณ บุพพารามกรุงสาวัตถี ทรงปรารภคำถามของท้าวสักกะ ว่า ข้อปฏิบัติเพียงเท่าไร ภิกษุจึงชื่อว่า ผู้หลุดพ้นด้วยธรรมเป็นที่สิ้นตัณหา เป็นต้น ทรงตรัสอธิบายในรายละเอียด ท้าวสักกะชื่นชมพระภาษิตและทูลลากลับ จากนั้นพระมหาโมคคัลลานะเดินทางไปยังสวรรค์ของท้าวสักกะ จอมเทพ เพื่อสอบถามว่าพระองค์ทรงเข้าใจสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนอย่างแท้จริงหรือไม่ และได้กลับมารายงานให้พระพุทธเจ้าทรงทราบ และทรงยืนยันว่าได้ตรัสอย่างนั้นจริงสูตร#2 มหาตัณหาสังขยสูตร (เล่มที่๑๒ ข้อที่ ๓๙๖) ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน โดยทรงปรารภความเห็นผิดของภิกษุชื่อ“สาติ“ ผู้เป็นบุตรชาวประมง ซึ่งมีความเห็นว่า “ วิญญาณนี้แลมิใช่อื่น ท่องเที่ยวไป แล่นไป” แต่พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าวิญญาณอาศัยปัจจัยเกิดขึ้น ถ้าไม่มีปัจจัย วิญญาณก็เกิดไม่ได้ และทรงตรัสเรื่อง ปัจจัยเป็นเหตุเกิดแห่งวิญญาณ ,ปัจจัยเป็นเหตุเกิดแห่งขันธ์ 5 ,ปฏิจจสมุปบาทสายเกิดเป็นต้น
38. การปรารภความเพียร - กุสีตารัมภวัตถุสูตร,ปฐมอนาคตภยสูตร,ทุติยอนาคตภยสูตร,สังวรสูตร, ปธานสูตร,ปโตทสูตร [6938-4s]
56:16||Season 69, Ep. 38สูตร#1 กุสีตารัมภวัตถุสูตร(เล่มที่๒๓ ข้อที่ ๘๐) ว่าด้วยเหตุแห่งความเกียจคร้าน ๘ ประการ และเหตุแห่งความเพียร ๘ ประการที่สอดคล้องกันสูตร#2 ปฐมอนาคตภยสูตร(เล่มที่๒๒ ข้อที่๗๗) ทรงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ถึงอันตรายจากการใช้ชีวิตในป่าท่ามกลางสัตว์ป่าและสิ่งอื่น ๆ ในทำนองเดียวกันสูตร#3 ทุติยอนาคตภยสูตร(เล่มที่๒๒ ข้อที่ ๗๘) ทรงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ถึงความไม่แน่นอนของชีวิตอาจเป็นอุปสรรคต่อการฝึกปฏิบัติสูตร#4 สังวรสูตร (เล่มที่ ๒๑ ข้อที่ ๑๔)ทรงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายถึงความเพียร ๔ ประการ ที่จะเป็นเหตุให้ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ผู้มีความเพียร ถึงความสิ้นทุกข์ได้สูตร#5 ปธานสูตร (เล่มที่ ๒๑ ข้อที่ ๑๓) ว่าด้วยสัมมัปปธาน ความเพียรชอบ ๔ ประการสูตร#6 ปโตทสูตร (เล่มที่๒๑ ข้อที่๑๑๓)ว่าด้วยปฏักของสารถี ทรงเปรียบเทียบระหว่างม้าอาชาไนยพันธุ์ดี ที่จะตอบสนองต่อการกระตุ้นของปฏัก มี ๔ ระดับ กับบุรุษอาชาไนยผู้เจริญ ๔ จำพวก
37. การออกบวชที่ชอบธรรม-โฆฏมุขสูตร และ ฆฏิการสูตร [6937-4s]
58:08||Season 69, Ep. 37สูตร# 1 โฆฏมุขสูตร เป็นเหตุการณ์ที่เกิดหลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพาน ท่านพระอุเทนะแสดงแก่โฆฏมุขะพราหมณ์ ซึ่งเข้าไปสนทนาธรรม ณ เขมิยอัมพวัน ปรารภเหตุที่โฆฏมุขะพราหมณ์ได้แสดงความเห็นของตนว่า การบวชอันชอบธรรมย่อมไม่มี ท่านพระอุเทนะได้แสดงบุคคล 4 จำพวกและบริษัท 2 จำพวกให้โฆฏมุขะพราหมณ์ฟัง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการบวชมีผล เพราะผู้ไม่ทำตนและผู้อื่นให้เดือดร้อนมีมากในนักบวชโฆฏมุขะพราหมณ์ได้ท่านพระอุเทนะเป็นกัลยาณมิตรให้เกิดความเลื่อมใสถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นสรณะ และได้สร้างโรงฉันปัจจุบันเรียกว่า‘โฆฏมุขี’ ถวายแก่สงฆ์เมืองปาตลีบุตร สูตร# 2 ฆฏิการสูตร เป็นสมัยที่พระพุทธเจ้าเกิดเป็นมานพชื่อโชติปาละ ซึ่งเป็นสมัยของพระกัสสปพุทธเจ้า มีกัลยาณมิตรเป็นช่างปั้นหม้อชื่อฆฏิการะ ที่ได้ชักชวนไปฟังธรรม ซึ่งตอนแรกนั้นโชติปาละไม่ยอมไป ต้องชวนถึง 3 ครั้ง และเมื่อฟังธรรมแล้วโชติปาละมานพได้ออกบวช ส่วนช่างหม้อจำเป็นต้องเลี้ยงมารดาผู้ชราและเสียจักษุ จึงไม่ได้ออกบวช
36. สุภมาณพ - สุภสูตร และจูฬกัมวิภังคสูตร [6936-4s]
01:16:29||Season 69, Ep. 36สูตร #1 สุภสูตร (เล่มที่๑๓) เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้าและสุภมานพ ขณะทรงประทับอยู่ ณ พระเชตวัน เขตกรุงสาวัตถี ได้ทูลถามปัญหาหลายข้อ ทรงตอบและแสดงถึงผลของการดำเนินชีวิตแบบคฤหัสถ์กับบรรพชิตว่า การดำเนินชีวิตแบบบรรพชิตแม้จะมีการเตรียมการน้อยแต่ก็มีผลมากกว่าและก่อให้เกิดคุณธรรมมากกว่าสูตร #2 จูฬกัมวิภังคสูตร (เล่มที่๑๔) เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้าและสุภมานพ ขณะทรงประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ทรงตอบปัญหาเรื่องเหตุทำให้สัตว์มีอายุสั้น มีอายุยืน มีโรคมากหรือโรคน้อย เป็นต้น และเหตุที่ทำให้คนเลวและดีต่างกัน โดยทรงยกภาษิตว่าด้วยกฏแห่งกรรม