Share
![cover art for ความสมบูรณ์แห่งพรหมจรรย์ [6449-4s]](https://open-images.acast.com/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg?height=750)
4 คลังพระสูตร
ความสมบูรณ์แห่งพรหมจรรย์ [6449-4s]
Season 64, Ep. 49
•
ปาสาทิกสูตร#1 พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ท่านพระจุนทะ สมณุทเทส และท่านพระอานนท์ ณ ปราสาทในอัมพวัน โดยปรารภคำกราบทูลของท่านพระจุนทะและท่านพระอานนท์เรื่องการแตกความสามัคคีของพวกนิครนถ์แบ่งเป็น 2 ฝ่าย หลังนิครนถ์นาฏบุตร ศาสดาดับขันธ์ได้ไม่นานนัก เพราะธรรมวินัยที่นิครนถ์นาฏบุตรประกาศไว้ไม่ดี ไม่เป็นเครื่องนำออกจากทุกข์ได้
พระพุทธเจ้าจึงทรงแสดงว่าองค์ประกอบที่สำคัญของศาสนา ได้แก่ ศาสดา หลักธรรม และสาวก (นักบวช อุบาสก อุบาสิกา) มีส่วนสำคัญที่ทำให้ศาสนาสมบูรณ์ บริบูรณ์ ได้รับคำสรรเสริญ หลักธรรมและสาวกของพระองค์เป็นองค์ประกอบที่ดี พรหมจรรย์ของพระองค์จึงบริบูรณ์ครบถ้วน แพร่หลายกว้างขวาง และบรรลุถึงความเลิศด้วยลาภและความเลิศด้วยยศ และทรงแสดงธรรมที่ควรสังคยานา เหตุแห่งการอนุญาตปัจจัย และ สุขัลลิกานุโยค
More episodes
View all episodes

27. จิตบริสุทธิ์ -อุปักกิเลสสูตร และวัตถูปมสูตร [6927-4s]
59:14||Season 69, Ep. 27สูตร#1 อุปักกิเลสสูตร พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ โฆสิตาราม เขตกรุงโกสัมพี สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายในกรุงโกสัมพี เกิดความบาดหมาง เกิดการทะเลาะวิวาทกัน ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าแล้วกราบทูลเรื่องนี้ ได้ทรงเข้าไปห้ามแต่ไม่เชื่อฟัง จึงทรงเสด็จจากมาแล้วเสด็จไปเยี่ยมท่านพระอนุรุทธะ ท่านพระนันทิยะ และท่านพระกิมพิละที่ป่าปาจีนวังสทายวัน ซึ่งอยู่กันด้วยความสามัคคี ได้ทรงสนทนาและตรัสถามถึงญาณทัสสนะของพระเถระทั้ง 3 รูป แล้ว จึงตรัสเล่าการปฏิบัติของพระองค์ ซึ่งทรงพบอุปสรรคเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ทรงพิจารณาจนเห็นอุปกิเลส 11 ประการ ที่เป็นเหตุให้เป็นเช่นนั้น และเมื่อทรงละอุปกิเลสได้ จึงทรงเจริญสมาธิ 3 ประการได้ ญาณทัสสนะจึงเกิดขึ้นแก่พระองค์สูตร#2 วัตถูปมสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ซึ่งมี สุนทริกภารทวาชปริพาชก นั่งฟังอยู่ด้วย และทรงทราบว่าปริพาชกนี้เชื่อถือลัทธินหานสุทธิ คือ เชื่อว่าความบริสุทธิ์มีได้เพราะการอาบน้ำลอยบาป จึงทรงแสดงธรรมให้เป็นไปตามอัธยาศัยของปริพาชกนี้ ซึ่งทรงตรัสสอนปริพาชกนี้ว่า คนที่ทำกรรมชั่วไว้แล้ว ถึงจะไปอาบน้ำที่ไหนก็หาทำให้เกิดความสะอาดบริสุทธิ์ขึ้นมาได้ไม่ แล้วตรัสสอนให้อาบน้ำในศาสนาของพระองค์ เมื่อตรัสจบ สุนทริกภารทวาชปริพาชกประกาศตนเป็นพุทธมามกะ ทูลขอบรรพชาอุปสมบทและได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ในกาลต่อมา
26. สังสารวัฏ - อนมตัคคสังยุต (ติณกัฏฐสูตร เป็นต้น) [6926-4s]
59:17||Season 69, Ep. 26สูตร#1 ติณกัฏฐสูตร ว่าด้วยหญ้าและท่อนไม้ ทรงแสดงว่าสังสารวัฏอันมีเบื้องต้นและเบื้องปลายรู้ไม่ได้ ทรงเปรียบเทียบว่า แม้จะเอาหญ้าท่อนไม้ กิ่งไม้ และใบไม้ในชมพูทวีปมารวมกันแล้วทำเป็นมัด โดยสมมติแต่ละมัดว่าเป็นมารดาบิดา จนกระทั่งใบไม้เหล่านั้นหมดไป ก็ไม่สามารถนับมารดาบิดาเหล่านั้นได้ครบสูตร#2 ปฐวีสูตร ว่าด้วยแผ่นดิน ทรงแสดงว่า สังสารวัฏอันมีเบื้องต้นและเบื้องปลายรู้ไม่ได้ ทรงเปรียบเทียบกับแผ่นดินว่า แม้จะเอาแผ่นดินมาปั้นเป็นก้อนเท่ากับเมล็ดกระเบา จนกระทั่งแผ่นดินนั้นหมดไป ก็ไม่สามารถนับมารดาบิดาเหล่านั้นได้ครบสูตร#3 อสุสูตร ว่าด้วยน้ำตา ทรงแสดงว่า สังสารวัฏเบื้องตันและบื้องปลายรู้ไม่ได้ทรงปรียบเทียบกับน้ำตาที่มนุษย์ร้องไห้เพราะพลัดพรากจากมารดา บิดา เป็นต้นตลอดระยะเวลายาวนาน มีมากว่านํ้าในมหาสมุทรทั้ง ๔สูตร#4 ขีรสูตร ว่าด้วยน้ำนม ทรงแสดงว่า สังสารวัฏอันมีเบื้องต้นและเบื้องปลายรู้ไม่ได้ ทรงเปรียบเทียบกับน้ำนมที่มนุษย์ทั้งหลายดื่มกินตลอดระยะเวลายาวนาน มีมากกว่าน้ำในมหาสมุทรทั้ง ๔สูตร#5 ปัพพตสูตร ว่าด้วยภูเขา ทรงแสดงว่า สังสารวัฏอัน มีเบื้องต้นและเบื้องปลายรู้ไม่ได้ ทรงเปรียบเทียบกับภูเขาศิลาแท่งทึบลูกใหญ่ ทุก ๆ ๑๐๐ ปี จะมีบุรุษเอาผ้าเนื้อละเอียดมาลูบภูเขา๑ ครั้ง ทำอยู่อย่างนี้จนภูเขานั้นราบเรียบเสมอแผ่นดิน ถึงกระนั้น ก็ไม่สามารถเทียบกับกัปหนึ่งได้สูตร#6 สาสปสูตร ว่าด้วยเมล็ดผักกาด ทรงแสดงว่า สังสารวัฏ อันมีเบื้องต้นและเบื้องปลายรู้ไม่ได้ ทรงเปรียบเทียบกับนครที่มีความยาว ๑ โยชน์ กว้าง ๑ โยชน์ สูง ๑ โยชน์ในนครนั้นเต็มไปด้วยเมล็ดผักกาด บุรุษหยิบเมล็ดผักกาดออกจากเมืองนั้น๑๐๐ ปีต่อ๑ เมล็ด ทำอยู่อย่างนั้นจนเมล็ดผักกาดหมด ถึงกระนั้น ก็ไม่สามารถเทียบกับอายุของกัปหนึ่งได้สูตร#7 สาวกสูตร ว่าด้วยพระสาวก ทรงแสดงว่า สังสารวัฏ อันมีเบื้องต้นและเบื้องปลายรู้ไม่ได้ ทรงเปรียบเทียบกับสาวก ๔ รูป ซึ่งมีอายุ ๑๐๐ ปี สมมติว่า สาวก ๔ รูปนั้นระลึกย้อนหลังไปได้วันละ ๑๐๐,๐๐๐ กัป ถึงกระนั้น กัปที่พวกเธอระลึกไปไม่ถึงก็ยังมีอยู่มากสูตร#8 คังคาสูตร ว่าด้วยแม่น้ำคงคา ทรงแสดงว่า สังสารวัฏ อันมีเบื้องต้นและเบื้องปลายรู้ไม่ได้ ทรงเปรียบเทียบกับเม็ดทรายในมหาสมุทรที่มนุษย์ถือว่าไม่สามารถนับได้ ถึงกระนั้น ก็ยังนับง่ายกว่าการนับกัปเสียอีกสูตร#9 ทัณฑสูตร ว่าด้วยท่อนไม้ ทรงแสดงว่า สังสารวัฏอันมีเบื้องต้นและเบื้องปลายรู้ไม่ได้ ทรงเปรียบเทียบกับท่อนไม้ที่บุคคลโยนขึ้นไปบนอากาศ ย่อมตกลงมาไม่แน่นอน คือบางครั้งตกลงทางโคน บางครั้งตกลงทางขวาง บางครั้งก็ตกลงทางปลายชีวิตของสัตว์ทั้งหลายที่ท่องเที่ยวไปในสังสารวัฏก็ไม่แน่นอนเช่นกัน สูตร#10 ปุคคลสูตร ว่าด้วยบุคคล ทรงแสดงว่า ชีวิตของ สัตว์ทั้งหลายที่ท่องเที่ยวไปในสังสารวัฏ หากนำโครงกระดูกมารวมกันจะมีกองใหญ่เท่าภูเขาเวปุลละสูตร#11 ปิยชาติกสูตร ทรงแสดงแก่คหบดีคนหนึ่งที่โศกเศร้าอย่างหนักเพราะบุตรชายอันเป็นที่รักได้เสียชีวิตลง จึงได้ตรัสสอนความจริงข้อนี้ ว่า ความโศก ความร่ำไร ความทุกข์ ความโทมนัส และความคับแค้นใจ ทั้งหมดนี้มีเกิดมาจากสิ่งเป็นที่รัก มีสิ่งเป็นที่รักเป็นแดนเกิด แต่คหบดีกลับปฏิเสธและเห็นพ้องกับพวกนักเลงการพนันว่าความรักนำมาซึ่งความสุขและความเพลิดเพลิน เรื่องราวดังกล่าวลุกลามไปถึงพระเจ้าปเสนทิโกศลและพระนางมัลลิกาเทวี ซึ่งพระนางมัลลิกาเทวีทรงเป็นผู้มีปัญญาและศรัทธา จึงทรงช่วยชี้แนะให้พระสวามีเห็นจริงตามพุทธดำรัส และยอมรับว่า ความรักนำพาทุกข์มาให้สูตร#12 ฐานสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้ ๕ ประการ
25. ธรรมที่ไม่มีกิเลส - อรณวิภังคสูตร และนิพเพธิกสูตร [6925-4s]
01:09:13||Season 69, Ep. 25สูตร#1 อรณวิภังคสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่พระเชตวัน กรุงสาวัตถี โดยมีพระประสงค์ให้ภิกษุเหล่านั้นปฏิบัติตามธรรมที่ไม่มีกิเลส เว้นธรรมที่มีกิเลสสูตร#2 นิพเพธิกสูตร ว่าด้วยธรรมบรรยายที่เป็นเหตุชำแรกกิเลส ทรงสอนให้ภิกษุทั้งหลายทราบสภาวธรรมต่าง ๆ รวม 6 ประการดังนี้ (1) กาม เหตุเกิดแห่งกาม ความต่างกันแห่งกาม ความดับแห่งกาม ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งกาม (2) เวทนา... (3) สัญญา... (4) อาสวะ... (5) กรรม... (6) ทุกข์... ทรงอธิบายขยายความแต่ละประการอย่างพิสดาร
24. แสวงหาโภคทรัพย์โดยชอบธรรม - ทุติยอุคคสูตร ทุติยหัตถกสูตร กามโภคีสูตร อานัณยสูตร อันธสูตร ทุติยปาปณิกสูตร และทุติยสัมปทาสูตร [6924-4s]
01:05:18||Season 69, Ep. 24สูตร#1 ทุติยอุคคสูตร(เล่มที่ ๒๓) ว่าด้วยธรรมที่น่าอัศจรรย์ของอุคคคหบดี โดยทรงพยากรณ์ว่าอุคคคหบดีเป็นผู้มีความอัศจรรย์และน่าเลื่อมใสในธรรม 8 ประการสูตร#2 ทุติยหัตถกสูตร(เล่มที่ ๒๓) ว่าด้วยการสร้างความสามัคคีและการบริหารบริวารของหัตถกอุบาสก ทรงตรัสถามถึงวิธีที่เขาใช้ผูกใจและดูแลบริวารหมู่ใหญ่จนเกิดความสามัคคี หัตถกอุบาสกราบทูลว่า เขาใช้หลัก สังคหวัตถุ ๔ ในการสงเคราะห์ผู้คน ทรงตรัสรับรองและทรงยกย่องและชื่นชมคุณธรรมอันน่าอัศจรรย์ ๘ ประการของเขาด้วยสูตร#3 กามโภคีสูตร(เล่มที่ ๒๔)กามโภคีบุคคล หมายถึงผู้ครองเรือน หรือคฤหัสถ์ ทรงจำแนกกามโภคีบุคคลที่เป็นอุบาสกออกเป็น ๑๐ ประเภท และทรงแสดงหลักเกณฑ์สำหรับพิจารณาอุบาสกว่าควรติเตียน ๔ ประการ ส่วนหลักเกณฑ์ในการพิจารณาว่าควรสรรเสริญ มีนัยตรงข้ามกันสูตร#4 อานัณยสูตร(เล่มที่ ๒๑) ทรงแสดงแก่อนาถบิณฑิกคหบดี ว่าด้วยสุขเกิดจากการไม่เป็นหนี้ ซึ่งเป็นสุขของคฤหัสถ์อย่างหนึ่งใน ๔ อย่างสูตร#5 อันธสูตร(เล่มที่ ๒๐) ทรงแสดงถึงบุคคล ๓ จำพวกที่มีอยู่ในโลก คือ บุคคลตาบอด บุคคลตาเดียว และบุคคลสองตาทรงตรัสว่า บุคคลควรเว้นให้ห่างไกลจากบุคคลตาบอดและบุคคลตาเดียว แต่ควรคบบุคคลสองตาที่ประเสริฐที่สุดสูตร#6 ทุติยปาปณิกสูตร(เล่มที่ ๒๐) ทรงแสดงคุณสมบัติของพ่อค้า ๓ ประการ ไม่นานนักก็ถึงความเป็นผู้ยิ่งใหญ่ไพบูลย์ในโภคทรัพย์ และเปรียบเทียบคุณสมบัติของภิกษุ ๓ ประการ ที่ไม่นานนักก็บรรลุความเป็นผู้ยิ่งใหญ่ไพบูลย์ในกุศลธรรมสูตร#7 ทุติยสัมปทาสูตร(เล่มที่ ๒๓) ทรงแสดงสัมปทา(ความถึงพร้อม) ๘ ประการโดยพิสดาร
23. ผู้ชำนาญวิถีทางแห่งวิตก-วิตักกสัณฐานสูตรและเทวธาวิตักกสูตร [6923-4s]
57:25||Season 69, Ep. 23สูตร#1 วิตักกสัณฐานสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ว่าด้วยอุบายกำจัดอกุศลวิตก คือวิธีพิจารณาละวิตกฝ่ายอกุศล และตัวอย่างเปรียบเทียบ ๕ ประการ ที่เมื่อละได้แล้ว จะทำให้จิตตั้งมั่น สงบ เกิดสมาธิขึ้น ตัดตัณหา ทำที่สุดแห่งทุกข์ได้สูตร#2 เทวธาวิตักกสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ว่าด้วยวิตก ๒ ประเภท (ความคิด ๒ ประเภท) คือ กุศลวิตก และอกุศลวิตก ด้วยการมีสติแยกแยะความคิดที่เป็นอกุศล ว่าเกิดขึ้นแล้ว และกำจัดความคิดที่เป็นอกุศลออกไป ตั้งดำรงความคิดที่เป็นกุศลไว้ จะทำให้จิตไปตามทาง คือ มรรค สามารถทำสมาธิ ปัญญาให้แจ้ง และบรรลุธรรมได้สูตร#3 สัจจวิภังคสูตร (เสริม) พระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลายว่าด้วยการอธิบายและจำแนก อริยสัจ ๔ อย่างละเอียด
22. ประโยชน์จากโภคทรัพย์ -มุณฑราชวรรค (อาทิยสูตร เป็นต้น)[6922-4s]
01:07:40||Season 69, Ep. 22สูตร#1 อาทิยสูตร (ข้อที่ ๔๑)ทรงแสดงแก่ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ว่าด้วยประโยชน์ที่จะพึงถือเอาจากโภคทรัพย์ ๕ ประการ ที่หามาได้ด้วยความขยันหมั่นเพียรและสุจริตชอบธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดำเนินชีวิต ต่อให้ทรัพย์นั้นจะต้องหมดสิ้นไป ก็จะไม่เดือดร้อนใจ เพราะได้ใช้ทรัพย์นั้นทำประโยชน์อย่างคุ้มค่าและถูกต้องแล้วสูตร#2 สัปปุริสสูตร (ข้อที่๔๒) ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วย การเกิดมาของสัตบุรุษ (คนดี) เพื่อประโยชน์สุขของคนหมู่มากสูตร#3 อิฏฐสูตร (ข้อที่ ๔๓) ทรงแสดงแก่ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ว่าด้วยธรรมที่น่าปรารถนา ๕ ประการ และวิธีที่จะได้มาอย่างถูกต้องสูตร#4 มนาปทายีสูตร (ข้อที่ ๔๔) ทรงแสดงแก่อุคคคหบดีชาวเมืองเวสาลี ซึ่งนำสิ่งของอันเป็นที่น่าพอใจและประณีตของตนเองหลายประการมาน้อมถวายแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยความเคารพ ทรงรับเครื่องบริจาคเหล่านั้นด้วยความอนุเคราะห์ และได้ทรงแสดงธรรมเทศนาอนุโมทนาในความเสียสละของคหบดี ทรงตรัสหลักธรรมสำคัญว่า "ผู้ให้ของที่พอใจ ย่อมได้ของที่พอใจ ผู้ให้ของที่เลิศ ย่อมได้ของที่เลิศ"สูตร#5 ปุญญาภิสันทสูตร (ข้อที่๔๕) ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยเรื่อง "ห้วงบุญกุศล ๕ ประการ" อันเป็นทางมาแห่งความสุข ความเจริญ และการได้ไปบังเกิดในสวรรค์สูตร#6 สัมปทาสูตร (ข้อที่ ๔๖) ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยความถึงพร้อม ๕ ประการสูตร#7 ธนสูตร (ข้อที่ ๔๗) ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยทรัพย์ ๕ ประการสูตร#8 ฐานสูตร (ข้อที่ ๔๘) ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้ ๕ ประการสูตร#9 โกสลสูตร (ข้อที่ ๔๙) ทรงแสดงแก่พระเจ้าปเสนทิโกศล ในสมัยที่พระนางมัลลิกาเทวีสวรรคต ซึ่งพระเจ้าปเสนทิโกศลก็ทรงมีทุกข์ พระผู้มีพระภาคทรงตรัสแก่พระเจ้าปเสนทิโกศล ถึงฐานะ ๕ ประการนี้ อันสมณะพราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือใครๆ ในโลกไม่พึงได้สูตร#10 นารทสูตร (ข้อที่ ๕๐) พระนารทะแสดงธรรมแก่พระเจ้ามุณฑะ ที่ทรงโศกเศร้าอย่างหนักจนไม่ยอมปฏิบัติราชกรณียกิจ หลังจากพระนางภัททาราชเทวีผู้เป็นที่รักได้สวรรคตไป มหาอำมาตย์จึงได้กราบทูลเชิญให้พระองค์เสด็จไปรับฟังธรรมจากพระนารทะ ณ กุกกุฏาราม เพื่อช่วยบรรเทาความทุกข์ใจ พระนารทะได้แสดงธรรมเกี่ยวกับ "ฐานะ ๕ ประการ" ที่ใครๆในโลกไม่พึงได้ โดยให้พิจารณาตามความเป็นจริงเพื่อถอนลูกศรคือความโศกเศร้า ทำให้พระเจ้ามุณฑะทรงคลายทุกข์และกลับมาเข้มแข็งได้ในที่สุด
21. ธรรมผู้ครองเรือน - สิงคาลกสูตร , จัมมสาฏกชาดก[6921-4s]
54:07||Season 69, Ep. 21สูตร#1 สิงคาลกสูตร ทรงแสดงแก่มาณพชื่อสิงคาลกะ ขณะเสด็จออกจากพระเวฬุวันจะเข้าไปบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์ เพื่อทรงแนะนำให้ไหว้ทิศตามแบบของอริยวินัย ทรงทอดพระเนตรเห็นสิงคาลกมาณพกำลังไหว้ทิศอยู่แต่เช้าตรู่ มีผมและผ้าเปียกปอน จึงตรัสถามเพื่อชวนสนทนาว่า กำลังทำอะไร เขากราบทูลว่า กำลังไหว้ทิศตามคำสั่งของบิดาก่อนบิดาจะตาย จึงตรัสว่า ในอริยวินัยเขาไม่ได้ไหว้ทิศกันแบบนี้ เขาทูลถามว่า ในอริยวินัย เขาไหว้ทิศกันอย่างไร ทรงตรัสตอบและอธิบายให้ฟัง จบธรรมบรรยายสิงคาลกมานพมีความเลื่อมใสได้แสดงตนเป็นอุบาสก นับถือพระรัตนตรัยไปตลอดชีวิตสูตร#2 จัมมสาฏกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพ่อค้าบัณฑิต ได้เตือนปริพาชกชื่อ จัมมสาฏกะไม่ให้ยกย่องแพะ ด้วยการเห็นมันเพียงครู่เดียว เพราะเข้าใจว่าการที่มันย่อตัวลง หมายถึงมันแสดงความนอบน้อมต่อตน แต่จริงๆมันกำลังตั้งท่าจะขวิดเต็มที่ ท่านไม่เชื่อจึงถูกแพะขวิดจนตาย
20. ธรรมสำหรับผู้ป่วย - มหานามสูตร, คิลานสูตร, ปฐมอุปัฏฐากสูตร, ปฐมอนายุสสาสูตร และธนัญชานิสูตร [6920-4s]
57:47||Season 69, Ep. 20สูตร#1 มหานามสูตร (เล่มที่ ๒๓ ข้อที่ ๒๕) ทรงแสดงแก่เจ้าศากยะพระนามว่ามหานามะซึ่งได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคถึงเหตุให้ได้ชื่อว่าอุบาสก เหตุอะไรทำให้อุบาสกได้ถือว่ามีศีล เหตุอะไรทำให้อุบาสกได้ชื่อว่าปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลตนเอง แต่ไม่เกื้อกูลผู้อื่น เหตุอะไรทำให้อุบาสกได้ชื่อว่าปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลตนเองและเกื้อกูลผู้อื่น ทรงตรัสแสดงในรายละเอียดสูตร#2 คิลานสูตร (เล่มที่ ๒๐ ข้อที่ ๒๒) ว่าด้วยคนไข้ ๓ จำพวก เปรียบเทียบกับบุคคลในโลก ๓ จำพวกสูตร#3 คิลานสูตร (เล่มที่ ๑๙ ข้อที่ ๓๗๕) ว่าด้วยพระผู้มีพระภาคทรงพระประชวร ขณะเข้าจำพรรษาอยู่ ณ เวฬุวคาม เขตกรุงเวสาลี ทรงประชวรอย่างรุนแรง ท่านพระอานนท์เห็นแล้วกราบทูลว่า รู้สึกหนักใจแต่มาเบาใจอยู่หน่อยหนึ่งว่า พระองค์ยังไม่ตรัสพุทธพจน์อย่างใดอย่างหนึ่งกับภิกษุสงฆ์ก็คงจักไม่ปรินิพพานเป็นแน่ ทรงตรัสตอบว่า ไม่ควรหวังอะไรในพระองค์เพราะทรงแสดงธรรมไว้แจ่มแจ้งแล้วและทรงสอนให้มีตนเป็นที่พึ่ง มีธรรมเป็นที่พึ่งด้วยการเจริญสติปัฏฐาน ๔ ประการสูตร#4 คิลานสูตร (เล่มที่ ๒๒ ข้อที่ ๑๒๑) ว่าด้วยธรรมสำหรับภิกษุไข้ หมายถึงธรรมที่มีผลให้ภิกษุบรรลุเจโตวิมุตติในเวลาไม่นาน มี ๕ ประการสูตร#5 ปฐมอุปัฏฐากสูตร (เล่มที่ ๒๒ ข้อที่ ๑๒๓) ว่าด้วยภิกษุไข้ที่พยาบาลได้ยากและง่าย แต่ละอย่างประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ซึ่งมีนัยตรงข้ามกันสูตร#6 ทุติยอุปัฏฐากสูตร (เล่มที่ ๒๒ ข้อที่๑๒๔) ว่าด้วยภิกษุผู้ควรและไม่ควรพยาบาลภิกษุไข้ แต่ละอย่างประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ซึ่งมีนัยตรงข้ามกันสูตร#7 ปฐมอนายุสสาสูตร (เล่มที่ ๒๒ ข้อที่๑๒๕) ว่าด้วยธรรมที่เป็นเหตุให้อายุสั้นและอายุยืน แต่ละอย่างประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ซึ่งมีนัยตรงข้ามกัน (ในทุติยอนายุสสาสูตร เหตุให้อายุยืนเพิ่ม มีศีล และมีกัลยาณมิตรสูตร#8 คิลานสูตร (เล่มที่ ๑๙ ข้อที่๑๐๕๐) ว่าด้วยอุบาสกป่วย ทรงแสดงแก่เจ้าศากยะพระนามว่ามหานามะ ที่ได้เขาไปทูลถามว่า อุบาสกผู้มีปัญญา (พระโสดาบัน) จะกล่าวสอนอุบาสกผู้มีปัญญาซึ่งเจ็บป่วยได้หรือไม่ ตรัสตอบว่า สามารถปลอบใจได้ด้วยธรรม ๔ ประการสูตร#9 ธนัญชานิสูตร ว่าด้วยพราหมณ์ชื่อธนัญชานิ ผู้ประพฤติมิชอบด้วยการเบียดบังพระราชาและเบียดเบียนประชาชน เมื่อท่านพระสารีบุตรทราบว่าธนัญชานิพราหมณ์เป็นผู้ประมาท ท่านได้ไปโปรดเตือนสติและแสดงธรรมให้ฟังโดยยกธรรมขึ้นมาให้เห็นว่า ไม่ว่าจะด้วยเหตุเงื่อนไขปัจจัยใดในการดำเนินชีวิตก็ตาม ผู้ประพฤติธรรมและประพฤติสม่ำเสมอย่อมประเสริฐกว่าผู้ประพฤติอธรรมและประพฤติไม่สม่ำเสมอ และในตอนจบธนัญชานิพราหมณ์ตายไป สถิตย์ในสวรรค์ชั้นพรหม
19. พึ่งตน พึ่งธรรม -จักกวัตติสูตร [6919-4s]
58:05||Season 69, Ep. 19จักกวัตติสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุ ตรัสสอนให้ พึ่งตนพึ่งธรรม ไม่พึ่งสิ่งอื่น ด้วยการเจริญสติปัฏฐาน 4 เพราะการพึ่งตนพึ่งธรรม ทำให้เจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ โภคะ และพละ และให้ประพฤติธรรมอันเป็นโคจรที่สืบเนื่องมาจากบิดา (พระองค์เอง) บุญกุศลจะเจริญยิ่งขึ้น มารจะขัดขวางไม่ได้ และได้ตรัสอธิบายถึง การที่จะมาเป็นพระเจ้าจักรพรรดิและความเสื่อมไปของพระเจ้าจักรพรรดิ เหตุความเสื่อมไปของอายุขัยของมนุษย์ถึงสมัยหนึ่งที่มนุษย์มีอายุขัยแค่10 ปี จนกระทั่งถึงคราวที่มนุษย์กลับเจริญรุ่งเรืองขึ้นอีกครั้งมีอายุมากขึ้นอีก มีพระพุทธเจ้านามว่า เมตไตรย เสด็จอุบัติขึ้นในโลก จะทรงสั่งสอนธรรมอย่างเดียวกับพระองค์ในบัดนี้