Share

cover art for นักรบในธัมม์ [6832-3d]

3 ใต้ร่มโพธิบท

นักรบในธัมม์ [6832-3d]

Season 68, Ep. 32

พระพุทธเจ้าได้ทรงบอกสอนธรรมะไว้อย่างมากมาย การนำคำสอนไปปฏิบัติกับการศึกษาคำสอนนั้น เป็นคนละอย่างกัน พระพุทธเจ้าได้ทรงบอกสอนไว้อย่างรัดกุมหลายนัยยะ โดยการเปรียบเทียบอุปมาอุปไมยไว้หลายข้อธรรมดังนี้


1) อุปมาอุปไมยเรื่องทะเล พระพุทธเจ้าได้ทรงเปรียบเทียบไว้ถึง 8 ประการ ในที่นี้จะกล่าวถึงประการที่ว่า มหาสมุทรไม่อยู่รวมกับซากศพ เพราะคลื่นจะซัดเอาซากศพเข้าฝั่งเสมอ เปรียบเทียบกับการผู้ที่ทุศีล ปรารถนาลามก สุดท้ายจะถูกเปิดเผยทำให้อยู่ร่วมกับผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบไม่ได้


2) อุปมาอุปไมยภิกษุกับนักรบอาชีพ 5 จำพวกคือ: 

  1. นักรบที่หวั่นไหวเพียงเห็น ฝุ่นฟุ้งก็ถอยเปรียบกับ ผู้เริ่มปฏิบัติที่ใจยังอ่อน เจอเรื่องเล็กน้อย เช่น ง่วง เบื่อ หิว ก็ท้อ
  2. นักรบที่ทนฝุ่นได้ แต่แพ้เมื่อเห็นยอดธงข้าศึกก็กลัวเปรียบกับ ผู้ฝึกปฏิบัติระดับหนึ่ง แต่ยังแพ้ต่ออารมณ์ เช่นโกรธ หลง
  3. นักรบที่ทนฝุ่น ทนธงได้ แต่หวั่นเมื่อได้ยินเสียงข้าศึก มีผัสสะกระทบแรง ๆ เช่น คำด่า ลาภ เสียงนินทาเปรียบกับ ผู้ที่ยังหวั่นไหวต่อกระแสโลก ไม่สามารถวางเฉยได้จริง
  4. นักรบที่ทนทุกอย่างได้ แต่ยังกลัวการปะทะสุดท้าย เปรียบกับ ผู้ใกล้หลุดพ้น แต่ยังติดดี ติดสงบ หวงอัตตา
  5. นักรบที่กล้าเผชิญทุกอย่าง ชนะได้ทุกด่านเปรียบกับ พระอรหันต์ ผู้สิ้นสงครามใจ ชนะกิเลส ละนิวรณ์ ข้ามพ้นวิจิกิจฉาเห็นอริยสัจสี่ บรรลุ วิมุตติ (ความหลุดพ้น)


เปรียบเทียบภิกษุในธรรมวินัยนี้ต้องต่อสู้กับภัย 4 อย่างของผู้ออกบวชคือ 1) ภัยเพราะปลาร้ายคือผู้หญิง 2) ภัยเพราะจระเข้ คือเรื่องปากท้อง 3) ภัยเพราะคลื่น คือความเกิดความคับแค้น 4) ภัยเพราะน้ำวนคือข้องอยู่กับเรื่องกาม เช่น การที่ต้องดูแลครอบครัวสมบัติ หากหลีกพ้นจากภัยเหล่านี้ได้ก็จะยังเป็นภิกษุที่ยังครองตนอยู่ในธรรมวินัยของพุทธศาสนานี้ได้


3) อุปมาอุปไมย เรื่องหนู

  1. หนูที่ขุดรูแต่ไม่อยู่ เปรียบเหมือนผู้ที่ศึกษาธรรมะ แต่ไม่ได้นำไปปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน
  2. หนูที่อยู่แต่ไม่ขุดรู เปรียบเหมือนผู้ที่ปฏิบัติตามธรรมะ แต่ไม่ได้ศึกษาธรรมะให้เข้าใจอย่างถ่องแท้
  3. หนูที่ไม่ขุดรูและไม่อยู่ เปรียบเหมือนผู้ที่ไม่ศึกษาธรรมะและไม่ได้ปฏิบัติตามธรรมะ
  4. หนูที่ทั้งขุดรูและอยู่ เปรียบเหมือนผู้ที่ศึกษาธรรมะและนำไปปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน

ยังมีอุปมาที่คล้ายกับเรื่องหนูคือ พระพุทธเจ้าทรงเปรียบภิกษุทั้งหลายเหมือนเมฆ 4 ชนิด


4) อุปมาอุปไมย เรื่องหม้อและห้วงน้ำ

  1. หม้อเปล่าปิดฝา เปรียบเหมือนภิกษุที่ภายนอกดูเหมือนสงบสำรวม แต่ภายในใจยังเต็มไปด้วยกิเลสและความมืดบอด
  2. หม้อเต็มเปิดฝา เปรียบเหมือนภิกษุที่ภายนอกดูไม่น่าเลื่อมใส แต่ภายในใจเต็มไปด้วยธรรมะและความรู้
  3. หม้อเต็มปิดฝา เปรียบเหมือนภิกษุที่ภายนอกและภายในเต็มไปด้วยธรรมะและความรู้
  4. หม้อเปล่าเปิดฝา เปรียบเหมือนภิกษุที่ภายนอกและภายในว่างเปล่าจากธรรมะและความรู้

 และยังมีอุปมาที่เปรียบเทียบกับห้วงน้ำที่คล้าย ๆ กันด้วย

More episodes

View all episodes

  • 34. ธรรมเครื่องระงับความอาฆาต 6934-3d]

    58:15||Season 69, Ep. 34
    ความอาฆาตเกิดจากการยึดติดว่าผู้อื่นสร้างความเสียหายแก่เรา แก่คนที่เรารัก หรือเห็นศัตรูได้ดี ไม่ว่าจะในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต วิธีดับไฟแค้นคือการยอมรับและปล่อยวางอดีต ปัจจุบัน อนาคตที่ล้วนควบคุมไม่ได้ ควบคู่กับการใช้หลักธรรม 5 ประการ ได้แก่ การเจริญเมตตา ปลูกความกรุณา วางใจเป็นอุเบกขา หันไปสนใจสิ่งอื่น และพิจารณากฎแห่งกรรมว่าทุกคนมีกรรมเป็นของตน รวมถึงการฝึกมองข้ามข้อเสียและใส่ใจเฉพาะส่วนดีของบุคคลนั้น การหล่อเลี้ยงจิตใจด้วยหลักธรรมเหล่านี้จะช่วยระงับความโกรธ ไม่ผูกเวร และคืนความสงบสุขให้ใจได้อย่างแท้จริง
  • 33. กิจญาณ - กิจที่ควรทำในอริยสัจ 4 [6933-3d]

    55:27||Season 69, Ep. 33
    อริยสัจ 4 คือสัจธรรมความจริงเหนือกาลเวลาที่เราต้องอาศัย "กิจญาณ" หรือการรู้หน้าที่ที่ควรทำต่ออริยสัจแต่ละข้ออย่างถูกต้อง ได้แก่ "ทุกข์" (ขันธ์ 5) เราควรรอบรู้และทำความเข้าใจ "สมุทัย" (ตัณหา) เราควรละทิ้ง "นิโรธ" เราควรทำให้แจ้ง และ "มรรค" เราควรเจริญให้มาก ดังนั้น เมื่อเผชิญสิ่งใดในชีวิต หากเราหมั่นแยกแยะและทำกิจต่อสิ่งเหล่านั้นตามหลักอริยสัจ 4 ได้อย่างถูกต้อง กระบวนการนี้จะช่วยพัฒนาจิตใจจนนำไปสู่การเกิดญาณหยั่งรู้ที่แท้จริงได้ในที่สุด
  • 32. พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ [6932-3d]

    58:10||Season 69, Ep. 32
    พระรัตนตรัยคือที่พึ่งสูงสุดของชาวพุทธ นำโดย พระพุทธคุณ ซึ่งเปี่ยมด้วยพระปัญญาตรัสรู้แจ้ง บริสุทธิ์จากกิเลส และมีพระมหากรุณาธิคุณชี้ทางพ้นทุกข์แก่สัตว์โลก ผสานด้วย พระธรรมคุณ คำสอนอันประเสริฐที่เน้นให้ละเว้นความชั่ว ทำความดี และชำระจิตใจให้ผ่องใสผ่านการศึกษาและลงมือปฏิบัติ ตลอดจน พระสังฆคุณ คือหมู่สาวกผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตามคำสอนจนสามารถละกิเลสและบรรลุธรรม หากเรามีศรัทธาตั้งมั่นและดำเนินชีวิตตามแนวทางแห่งพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ย่อมนำพาชีวิตไปสู่ความสงบและหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวงได้อย่างแท้จริง
  • 31. การภาวนา 4 ประการ [6931-3d]

    57:59||Season 69, Ep. 31
    การภาวนาคือ การเจริญ การพัฒนาตนเอง ประกอบด้วย กาย สีล จิต และปัญญา คือการสำรวมกายให้อยู่ในระเบียบวินัย ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ฝึกจิตให้มั่นคง และเจริญปัญญาเพื่อรู้แจ้งดับทุกข์หากไม่เจริญภาวนาจะก่อให้เกิด อนาคตภัย 5 ประการ ได้แก่ พระธรรมวินัยเลอะเลือนจนศรัทธาเสื่อมถอย, ไม่สามารถอบรมสั่งสอนคนรุ่นหลังได้ถูกต้อง, หลงผิดถลำลงสู่ธรรมดำโดยไม่รู้ตัว, ละทิ้งธรรมะอันลึกซึ้ง หันไปสนใจคำกวีแต่งใหม่, ผู้ใหญ่ย่อหย่อน ไม่เพียรบรรลุธรรม และกลายเป็นแบบอย่างที่ผิดการเจริญภาวนาอย่างต่อเนื่องจึงเกิดประโยชน์มหาศาล ทั้งช่วยสืบทอดพระศาสนาให้ยั่งยืน และนำพาตนให้เป็นผู้รู้แจ้งในธรรมได้อย่างแท้จริง
  • 30. หลักธรรมสู่ความเจริญรุ่งเรือง [6930-3d]

    56:55||Season 69, Ep. 30
    การรักษาความมั่งคั่งของตระกูลให้ยั่งยืน เริ่มต้นได้ด้วย "กุลจิรัฏฐิติธรรม" 4 ประการ ได้แก่ ของหายต้องตามหา, ของชำรุดรู้จักซ่อมแซม, ใช้จ่ายอย่างพอประมาณให้สมฐานะ (สมชีวิตา) และมอบหมายให้คนดีมีศีลธรรมดูแลทรัพย์สินเพื่อยกระดับชีวิตให้เจริญก้าวหน้า ควรเชื่อมโยงกับ "จักร 4" คือ การเลือกพาตัวเองไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี, คบหาคนดี (กัลยาณมิตร), ตั้งตนไว้ในความดี และเป็นผู้มีความดีที่บำเพ็ญไว้กาลก่อนเพื่อพร้อมพัฒนาตนเองอยู่เสมอเมื่อนำธรรมะเหล่านี้มาผสานกับการขยันทำงานและรู้จักรักษาทรัพย์ ย่อมนำพาครอบครัวและชีวิตไปสู่ความมั่นคงมีคและมีความสุขอย่างยั่งยืน
  • 29. การใช้งาน “พรหมวิหาร 4” [6929-3d]

    53:10||Season 69, Ep. 29
    ความขัดแย้งวุ่นวายในโลกล้วนมีจุดเริ่มต้นจาก "ตัณหา" ที่นำไปสู่การยึดติด ความตระหนี่ และการหวงกั้นในที่สุด ทางออกของปัญหาเหล่านี้คือการใช้หลัก "พรหมวิหาร 4" คือ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา เข้ามาแก้ไข โดยมีหัวใจสำคัญ 3 ประการ คือ ต้องปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไม่มีเงื่อนไข ไร้ขอบเขต และไม่ผูกเวรหรือละเว้นใคร นอกจากนี้ การนำไปใช้ในชีวิตประจำวันต้องแสดงออกให้ผู้อื่นรับรู้ได้ประจักษ์ชัด ทั้งทางการกระทำ (กาย) คำพูด (วาจา) และความคิด (ใจ)
  • 28. ฆราวาสธรรม 4 ประการ [6928-3d]

    59:21||Season 69, Ep. 28
    การเผชิญโลกที่มีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกัน เราสามารถนำหลัก "ฆราวาสธรรม 4 ประการ" มาใช้เพื่อสร้างความสำเร็จและความสุขในชีวิตได้ดังนี้1.  สัจจะ (ความจริงใจ): มีความซื่อตรงทั้งต่อหน้าและลับหลัง ตรงไปตรงมาทั้งความคิดและการกระทำ2.  ทมะ (การข่มใจ): รู้จักปรับตัวและฝึกควบคุมจิตใจให้เลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องและดีงาม3. ขันติ (ความอดทน): เผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างเข้าใจโดยไม่เก็บกด แต่ใช้สติรักษาใจไม่ให้ขุ่นมัว4.  จาคะ (การเสียสละ): รู้จักการให้ แบ่งปัน และสละทิ้งกิเลสหรือนิสัยที่ไม่ดีออกจากใจเมื่อเรานำหลักธรรมเหล่านี้มาปรับใช้ด้วยปัญญา จะช่วยให้ก้าวผ่านทุกสถานการณ์ได้อย่างมั่นคงและมีความสุขอย่างแท้จริง
  • 27. ประสงค์เพื่อให้สมความปรารถนา [6927-3d]

    56:30||Season 69, Ep. 27
    ได้นำเอา ขัตติยสูตร ที่ว่าด้วยความประสงค์ 5 อย่างของบุคคล 6 ประเภท มาอธิบายขยายความ เพื่อให้ทราบถึงความต้องการที่เหมือนกัน หรือแตกต่างกันของบุคคลแต่ละประเภท เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาความเข้าใจ และสานสัมพันธภาพที่ดีในระหว่างบุคคลเริ่มจากความประสงค์เพื่อให้สมตามสิ่งที่ปรารถนา ในบุคคลแต่ละประเภทนั้น ย่อมมีความประสงค์ต้องการเพื่อให้สมความปรารถนาสูงสุด อย่างเช่นกษัตริย์ พราหมณ์ คหบดี มีความประสงค์โภคทรัพย์ และนิยมปัญญาเหมือนกัน แต่สิ่งที่เสริมกำลังความมั่นใจเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการ และให้ถึงความเป็นที่สุดแตกต่างกันสตรี นิยมประดับตกแต่งเพื่อประสงค์บุรุษ มีบุตรเป็นกำลัง และไม่ต้องการหญิงอื่นร่วมสามี มีความเป็นใหญ่ในบ้านเป็นที่สุดโจร นิยมที่เร้นลับเพื่อประสงค์ลักทรัพย์ มีอาวุธเป็นกำลัง และต้องการที่มืด ไม่ปรารถนาให้ผู้อื่นล่วงรู้สมณะ นิยมปัญญา มีความประสงค์ขันติ และโสรัจจะ มีศีลเป็นกำลัง และต้องการความไม่มีกิเลสเครื่องกังวล มีนิพพานเป็นที่สุดข้อสังเกต ความต้องการที่เป็นไปเพื่อดับความต้องการ มีความเป็นอิสระพ้นจากอำนาจกิเลสเครื่องร้อยรัดมีในบุคคลผู้ที่มีปัญญาเห็นตามความเป็นจริง
  • 26. สังคหวัตถุ 4 [6926-3d]

    56:08||Season 69, Ep. 26
    สังคหวัตถุ 4 คือหลักธรรมประสานความสามัคคีเพื่อให้อยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างสงบสุข ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับจิตใจของเราให้พัฒนาขึ้นได้ ดังนี้ทาน (การให้): การแบ่งปันสิ่งของช่วยลดความเห็นแก่ตัวได้ แต่การให้ที่เลิศที่สุดและนำไปสู่ปัญญาคือ "การให้ธรรมะ"ปิยวาจา (วาจาไพเราะ): การพูดจาสุภาพ จริงใจ และเป็นประโยชน์ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ส่วนวาจาที่เลิศกว่าวาจาทั้งปวงคือ "การแสดงธรรม" แก่ผู้ที่ตั้งใจฟังอัตถจริยา (บำเพ็ญประโยชน์): นอกจากการช่วยเหลือส่วนรวมแล้ว การบำเพ็ญประโยชน์ที่สูงสุดคือการชักชวนผู้อื่นให้ตั้งมั่นในศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญาสมานัตตตา (วางตนเหมาะสม): การทำหน้าที่ไม่ถือตัวเป็นความสม่ำเสมอที่ดี แต่ความมีตนเสมอที่เลิศที่สุด คือการวางตนเสมอด้วยพระอริยบุคคล ตั้งแต่พระโสดาบันไปจนถึงพระอรหันต์นอกจากนี้ สำหรับผู้บริหารหรือผู้นำยังมี ราชสังคหวัตถุ เพื่อใช้ปกครองและดูแลผู้คนให้ร่มเย็นเป็นสุขอีกด้วย การปฏิบัติธรรมเหล่านี้จะช่วยเกื้อกูลความสามัคคีและยกระดับจิตใจได้อย่างยั่งยืน