Share

cover art for ฆราวาสธรรม 4 ประการ [6928-3d]

3 ใต้ร่มโพธิบท

ฆราวาสธรรม 4 ประการ [6928-3d]

Season 69, Ep. 28

การเผชิญโลกที่มีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกัน เราสามารถนำหลัก "ฆราวาสธรรม 4 ประการ" มาใช้เพื่อสร้างความสำเร็จและความสุขในชีวิตได้ดังนี้

1.  สัจจะ (ความจริงใจ): มีความซื่อตรงทั้งต่อหน้าและลับหลัง ตรงไปตรงมาทั้งความคิดและการกระทำ

2.  ทมะ (การข่มใจ): รู้จักปรับตัวและฝึกควบคุมจิตใจให้เลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องและดีงาม

3. ขันติ (ความอดทน): เผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างเข้าใจโดยไม่เก็บกด แต่ใช้สติรักษาใจไม่ให้ขุ่นมัว

4.  จาคะ (การเสียสละ): รู้จักการให้ แบ่งปัน และสละทิ้งกิเลสหรือนิสัยที่ไม่ดีออกจากใจ


เมื่อเรานำหลักธรรมเหล่านี้มาปรับใช้ด้วยปัญญา จะช่วยให้ก้าวผ่านทุกสถานการณ์ได้อย่างมั่นคงและมีความสุขอย่างแท้จริง

More episodes

View all episodes

  • 31. การภาวนา 4 ประการ [6931-3d]

    57:59||Season 69, Ep. 31
    การภาวนาคือ การเจริญ การพัฒนาตนเอง ประกอบด้วย กาย สีล จิต และปัญญา คือการสำรวมกายให้อยู่ในระเบียบวินัย ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ฝึกจิตให้มั่นคง และเจริญปัญญาเพื่อรู้แจ้งดับทุกข์หากไม่เจริญภาวนาจะก่อให้เกิด อนาคตภัย 5 ประการ ได้แก่ พระธรรมวินัยเลอะเลือนจนศรัทธาเสื่อมถอย, ไม่สามารถอบรมสั่งสอนคนรุ่นหลังได้ถูกต้อง, หลงผิดถลำลงสู่ธรรมดำโดยไม่รู้ตัว, ละทิ้งธรรมะอันลึกซึ้ง หันไปสนใจคำกวีแต่งใหม่, ผู้ใหญ่ย่อหย่อน ไม่เพียรบรรลุธรรม และกลายเป็นแบบอย่างที่ผิดการเจริญภาวนาอย่างต่อเนื่องจึงเกิดประโยชน์มหาศาล ทั้งช่วยสืบทอดพระศาสนาให้ยั่งยืน และนำพาตนให้เป็นผู้รู้แจ้งในธรรมได้อย่างแท้จริง
  • 30. หลักธรรมสู่ความเจริญรุ่งเรือง [6930-3d]

    56:55||Season 69, Ep. 30
    การรักษาความมั่งคั่งของตระกูลให้ยั่งยืน เริ่มต้นได้ด้วย "กุลจิรัฏฐิติธรรม" 4 ประการ ได้แก่ ของหายต้องตามหา, ของชำรุดรู้จักซ่อมแซม, ใช้จ่ายอย่างพอประมาณให้สมฐานะ (สมชีวิตา) และมอบหมายให้คนดีมีศีลธรรมดูแลทรัพย์สินเพื่อยกระดับชีวิตให้เจริญก้าวหน้า ควรเชื่อมโยงกับ "จักร 4" คือ การเลือกพาตัวเองไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี, คบหาคนดี (กัลยาณมิตร), ตั้งตนไว้ในความดี และเป็นผู้มีความดีที่บำเพ็ญไว้กาลก่อนเพื่อพร้อมพัฒนาตนเองอยู่เสมอเมื่อนำธรรมะเหล่านี้มาผสานกับการขยันทำงานและรู้จักรักษาทรัพย์ ย่อมนำพาครอบครัวและชีวิตไปสู่ความมั่นคงมีคและมีความสุขอย่างยั่งยืน
  • 29. การใช้งาน “พรหมวิหาร 4” [6929-3d]

    53:10||Season 69, Ep. 29
    ความขัดแย้งวุ่นวายในโลกล้วนมีจุดเริ่มต้นจาก "ตัณหา" ที่นำไปสู่การยึดติด ความตระหนี่ และการหวงกั้นในที่สุด ทางออกของปัญหาเหล่านี้คือการใช้หลัก "พรหมวิหาร 4" คือ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา เข้ามาแก้ไข โดยมีหัวใจสำคัญ 3 ประการ คือ ต้องปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไม่มีเงื่อนไข ไร้ขอบเขต และไม่ผูกเวรหรือละเว้นใคร นอกจากนี้ การนำไปใช้ในชีวิตประจำวันต้องแสดงออกให้ผู้อื่นรับรู้ได้ประจักษ์ชัด ทั้งทางการกระทำ (กาย) คำพูด (วาจา) และความคิด (ใจ)
  • 27. ประสงค์เพื่อให้สมความปรารถนา [6927-3d]

    56:30||Season 69, Ep. 27
    ได้นำเอา ขัตติยสูตร ที่ว่าด้วยความประสงค์ 5 อย่างของบุคคล 6 ประเภท มาอธิบายขยายความ เพื่อให้ทราบถึงความต้องการที่เหมือนกัน หรือแตกต่างกันของบุคคลแต่ละประเภท เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาความเข้าใจ และสานสัมพันธภาพที่ดีในระหว่างบุคคลเริ่มจากความประสงค์เพื่อให้สมตามสิ่งที่ปรารถนา ในบุคคลแต่ละประเภทนั้น ย่อมมีความประสงค์ต้องการเพื่อให้สมความปรารถนาสูงสุด อย่างเช่นกษัตริย์ พราหมณ์ คหบดี มีความประสงค์โภคทรัพย์ และนิยมปัญญาเหมือนกัน แต่สิ่งที่เสริมกำลังความมั่นใจเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการ และให้ถึงความเป็นที่สุดแตกต่างกันสตรี นิยมประดับตกแต่งเพื่อประสงค์บุรุษ มีบุตรเป็นกำลัง และไม่ต้องการหญิงอื่นร่วมสามี มีความเป็นใหญ่ในบ้านเป็นที่สุดโจร นิยมที่เร้นลับเพื่อประสงค์ลักทรัพย์ มีอาวุธเป็นกำลัง และต้องการที่มืด ไม่ปรารถนาให้ผู้อื่นล่วงรู้สมณะ นิยมปัญญา มีความประสงค์ขันติ และโสรัจจะ มีศีลเป็นกำลัง และต้องการความไม่มีกิเลสเครื่องกังวล มีนิพพานเป็นที่สุดข้อสังเกต ความต้องการที่เป็นไปเพื่อดับความต้องการ มีความเป็นอิสระพ้นจากอำนาจกิเลสเครื่องร้อยรัดมีในบุคคลผู้ที่มีปัญญาเห็นตามความเป็นจริง
  • 26. สังคหวัตถุ 4 [6926-3d]

    56:08||Season 69, Ep. 26
    สังคหวัตถุ 4 คือหลักธรรมประสานความสามัคคีเพื่อให้อยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างสงบสุข ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับจิตใจของเราให้พัฒนาขึ้นได้ ดังนี้ทาน (การให้): การแบ่งปันสิ่งของช่วยลดความเห็นแก่ตัวได้ แต่การให้ที่เลิศที่สุดและนำไปสู่ปัญญาคือ "การให้ธรรมะ"ปิยวาจา (วาจาไพเราะ): การพูดจาสุภาพ จริงใจ และเป็นประโยชน์ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ส่วนวาจาที่เลิศกว่าวาจาทั้งปวงคือ "การแสดงธรรม" แก่ผู้ที่ตั้งใจฟังอัตถจริยา (บำเพ็ญประโยชน์): นอกจากการช่วยเหลือส่วนรวมแล้ว การบำเพ็ญประโยชน์ที่สูงสุดคือการชักชวนผู้อื่นให้ตั้งมั่นในศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญาสมานัตตตา (วางตนเหมาะสม): การทำหน้าที่ไม่ถือตัวเป็นความสม่ำเสมอที่ดี แต่ความมีตนเสมอที่เลิศที่สุด คือการวางตนเสมอด้วยพระอริยบุคคล ตั้งแต่พระโสดาบันไปจนถึงพระอรหันต์นอกจากนี้ สำหรับผู้บริหารหรือผู้นำยังมี ราชสังคหวัตถุ เพื่อใช้ปกครองและดูแลผู้คนให้ร่มเย็นเป็นสุขอีกด้วย การปฏิบัติธรรมเหล่านี้จะช่วยเกื้อกูลความสามัคคีและยกระดับจิตใจได้อย่างยั่งยืน
  • 25. การแสวงหา 2 อย่าง ด้วยตา 2 ข้าง [6925-3d]

    51:20||Season 69, Ep. 25
    "ดวงตา" เสมือนปัญญาในการดำเนินชีวิต ในตอนนี้จะกล่าวถึง “การแสวงหา 2 อย่าง ด้วยตา 2 ข้าง” โดยจะกล่าวนัยยะการใช้ดวงตาแบ่งบุคคลออกเป็น 4 จำพวก ได้แก่ คนตาบอด คนตาเดียว คนมีตา 2 ข้าง และคนมีตาที่ 3 หรือผู้ที่มีดวงตาสมบูรณ์จนเห็นอริยสัจ 4การแสวงหานั้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 ทางหลัก คือ:การแสวงหาที่ไม่ประเสริฐ: คือการมุ่งตามหาสิ่งที่ยังต้องเผชิญกับความแก่ ความเจ็บ และความตาย ซึ่งเปรียบเสมือนการแสวงหาความทุกข์การแสวงหาที่ประเสริฐ: คือการมุ่งแสวงหาหนทางเพื่อการหลุดพ้นจากความทุกข์และความโศกเศร้าทั้งปวง       ท่ามกลางกิเลสที่ชักนำให้เกิดการแสวงหา เราทุกคนย่อมเลือกได้ว่าจะใช้ "ตาข้างเดียว" เพื่อมุ่งหาเพียงโภคทรัพย์ จะใช้ "ตา 2 ข้าง" เพื่อแสวงหาทั้งทรัพย์และคุณธรรมควบคู่กัน หรือจะเลือกใช้ "ตาสมบูรณ์" เพื่อแสวงหาหนทางแห่งการพ้นทุกข์อย่างแท้จริง
  • 24. หลักการใช้จ่ายทรัพย์ [6924-3d]

    57:04||Season 69, Ep. 24
    พระพุทธเจ้าทรงให้แนวทางในการใช้จ่ายทรัพย์โดยให้แสวงหาทรัพย์มาโดยธรรม (สัมมาอาชีวะ) และใช้จ่ายอย่างมีเป้าหมายเพื่อสร้างความสุขให้ตนเอง ครอบครัว สังคม ตลอดจนเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยง พร้อมทั้งควรจัดสรรทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 5 ด้าน ได้แก่ การเลี้ยงตนเองและครอบครัวให้อยู่เย็นเป็นสุข เกื้อกูลมิตรสหาย สำรองยามฉุกเฉิน สละเพื่อส่วนรวมและรัฐ ตลอดจนบำรุงผู้ทรงศีลและนักบวช      นอกจากทรัพย์ทางโลกแล้ว พระพุทธองค์ทรงสอนให้แสวงหา "อริยทรัพย์" ซึ่งเป็นทรัพย์ภายในอันประเสริฐที่ติดตัวข้ามภพชาติ อันได้มาจากการสั่งสมคุณธรรม 5 ประการ ได้แก่ ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา
  • 23. ศรัทธาแก้ทุกข์ [6923-3d]

    47:47||Season 69, Ep. 23
    ‘ทุกข์’ เป็นธรรมที่เข้าไปตั้งอาศัยของ ‘ศรัทธา’ โดย ‘ศรัทธา’ นี้ หมายถึง ความเชื่อ ความมั่นใจ ความลงใจ ความเลื่อมใส อันประกอบไปด้วยปัญญาและความเพียร ถ้าไม่มีปัญญามาหนุน ก็จะกลายเป็นความงมงาย ศรัทธาแล้วลงมือทำจริง แน่วแน่จริง มันก็จะมีจุดเชื่อม ตรงจุดเชื่อมนั้นคือ ‘กำลังใจ’ เราสามารถตั้ง ‘ศรัทธา’ ไว้ในทุกอย่างที่เราทำ ถ้าเราเชื่อว่า ‘เราทำได้’ กำลังจิตของเราก็จะไปทางนั้น ‘ศรัทธา’ จะต้องประกอบกัน 3 อย่าง คือ มั่นใจในผู้ที่ทำสำเร็จมาแล้ว (พุทโธ), มั่นใจในกระบวนการวิธี (ธัมโม), และมั่นใจว่าตัวเราต้องทำสำเร็จได้ (สังโฆ) ‘ศรัทธา’ มีโทษด้วย ถ้าเราวางไว้ผิด เปรียบเหมือนติดกระดุมเม็ดแรก ถ้าติดผิดมันก็จะผิดตามไปหมด เราจึงควรตั้งไว้ในคุณธรรม จะสามารถเป็นตัวจุดประกายให้ผู้อื่นได้ด้วย