Share
![cover art for กิจญาณ - กิจที่ควรทำในอริยสัจ 4 [6638-3d]](https://open-images.acast.com/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg?height=750)
3 ใต้ร่มโพธิบท
กิจญาณ - กิจที่ควรทำในอริยสัจ 4 [6638-3d]
ความจริงโดยทั่วๆ ไปที่เป็นข้อเท็จจริง (fact) ตามสมมุติของโลกนั้น สามารถเปลี่ยนแปลงไปตามเงื่อนไขปัจจัยตามบริบทของสังคมหรือเวลา เช่น ข่าว งานวิจัย สิ่งของ เสื้อผ้า ที่สมมุติเรียกตามบริบทของเวลานั้น แต่อริยสัจ 4 คือ ความจริงอันประเสริฐ 4 อย่างนี้ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค แสดงถึง สัจธรรมความจริง (truth) ที่ไม่เกี่ยวเนื่องด้วยเวลา
กิจในอริยสัจ 4 (กิจญาณ) คือ หน้าที่ที่ต้องทำต่ออริยสัจ 4 แต่ละข้อ
1. ทุกข์ คือ ขันธ์ 5 (รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) หน้าที่คือ “ปริญญา” ควรรอบรู้ เข้าใจ ยอมรับมัน
2. สมุทัย คือ ตัณหา หน้าที่คือ “ปหานะ” ควรละ กำจัด กว้างทิ้ง ไม่ถือเอา
3. นิโรธ คือ ความดับไม่เหลือของทุกข์ หน้าที่คือ “สัจฉิกิริยา” ควรทำให้แจ้ง
4. มรรค คือ ทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์ หน้าที่คือ “ภาวนา” ควรเจริญ พัฒนา ทำให้มาก
การแยกแยะสิ่งต่างๆ ตามหลักอริยสัจ 4 คือ เมื่อเราเจอสิ่งต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตของเรา ให้เรารู้จักแยกแยะสิ่งนั้นก่อนว่าคืออะไรในอริยสัจ 4 เมื่อแยกแยะแล้วก็ทำกิจให้ถูกต้อง กระบวนการแยกแยะนี้ เมื่อทำให้เกิดขึ้นได้อยู่บ่อยๆ จะทำให้เกิดญาณหยั่งรู้หรือญาณทัสสนะ (สัจญาณ, กิจญาณ, กตญาณ)
More episodes
View all episodes

34. ธรรมเครื่องระงับความอาฆาต 6934-3d]
58:15||Season 69, Ep. 34ความอาฆาตเกิดจากการยึดติดว่าผู้อื่นสร้างความเสียหายแก่เรา แก่คนที่เรารัก หรือเห็นศัตรูได้ดี ไม่ว่าจะในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต วิธีดับไฟแค้นคือการยอมรับและปล่อยวางอดีต ปัจจุบัน อนาคตที่ล้วนควบคุมไม่ได้ ควบคู่กับการใช้หลักธรรม 5 ประการ ได้แก่ การเจริญเมตตา ปลูกความกรุณา วางใจเป็นอุเบกขา หันไปสนใจสิ่งอื่น และพิจารณากฎแห่งกรรมว่าทุกคนมีกรรมเป็นของตน รวมถึงการฝึกมองข้ามข้อเสียและใส่ใจเฉพาะส่วนดีของบุคคลนั้น การหล่อเลี้ยงจิตใจด้วยหลักธรรมเหล่านี้จะช่วยระงับความโกรธ ไม่ผูกเวร และคืนความสงบสุขให้ใจได้อย่างแท้จริง
33. กิจญาณ - กิจที่ควรทำในอริยสัจ 4 [6933-3d]
55:27||Season 69, Ep. 33อริยสัจ 4 คือสัจธรรมความจริงเหนือกาลเวลาที่เราต้องอาศัย "กิจญาณ" หรือการรู้หน้าที่ที่ควรทำต่ออริยสัจแต่ละข้ออย่างถูกต้อง ได้แก่ "ทุกข์" (ขันธ์ 5) เราควรรอบรู้และทำความเข้าใจ "สมุทัย" (ตัณหา) เราควรละทิ้ง "นิโรธ" เราควรทำให้แจ้ง และ "มรรค" เราควรเจริญให้มาก ดังนั้น เมื่อเผชิญสิ่งใดในชีวิต หากเราหมั่นแยกแยะและทำกิจต่อสิ่งเหล่านั้นตามหลักอริยสัจ 4 ได้อย่างถูกต้อง กระบวนการนี้จะช่วยพัฒนาจิตใจจนนำไปสู่การเกิดญาณหยั่งรู้ที่แท้จริงได้ในที่สุด
32. พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ [6932-3d]
58:10||Season 69, Ep. 32พระรัตนตรัยคือที่พึ่งสูงสุดของชาวพุทธ นำโดย พระพุทธคุณ ซึ่งเปี่ยมด้วยพระปัญญาตรัสรู้แจ้ง บริสุทธิ์จากกิเลส และมีพระมหากรุณาธิคุณชี้ทางพ้นทุกข์แก่สัตว์โลก ผสานด้วย พระธรรมคุณ คำสอนอันประเสริฐที่เน้นให้ละเว้นความชั่ว ทำความดี และชำระจิตใจให้ผ่องใสผ่านการศึกษาและลงมือปฏิบัติ ตลอดจน พระสังฆคุณ คือหมู่สาวกผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตามคำสอนจนสามารถละกิเลสและบรรลุธรรม หากเรามีศรัทธาตั้งมั่นและดำเนินชีวิตตามแนวทางแห่งพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ย่อมนำพาชีวิตไปสู่ความสงบและหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวงได้อย่างแท้จริง
31. การภาวนา 4 ประการ [6931-3d]
57:59||Season 69, Ep. 31การภาวนาคือ การเจริญ การพัฒนาตนเอง ประกอบด้วย กาย สีล จิต และปัญญา คือการสำรวมกายให้อยู่ในระเบียบวินัย ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ฝึกจิตให้มั่นคง และเจริญปัญญาเพื่อรู้แจ้งดับทุกข์หากไม่เจริญภาวนาจะก่อให้เกิด อนาคตภัย 5 ประการ ได้แก่ พระธรรมวินัยเลอะเลือนจนศรัทธาเสื่อมถอย, ไม่สามารถอบรมสั่งสอนคนรุ่นหลังได้ถูกต้อง, หลงผิดถลำลงสู่ธรรมดำโดยไม่รู้ตัว, ละทิ้งธรรมะอันลึกซึ้ง หันไปสนใจคำกวีแต่งใหม่, ผู้ใหญ่ย่อหย่อน ไม่เพียรบรรลุธรรม และกลายเป็นแบบอย่างที่ผิดการเจริญภาวนาอย่างต่อเนื่องจึงเกิดประโยชน์มหาศาล ทั้งช่วยสืบทอดพระศาสนาให้ยั่งยืน และนำพาตนให้เป็นผู้รู้แจ้งในธรรมได้อย่างแท้จริง
30. หลักธรรมสู่ความเจริญรุ่งเรือง [6930-3d]
56:55||Season 69, Ep. 30การรักษาความมั่งคั่งของตระกูลให้ยั่งยืน เริ่มต้นได้ด้วย "กุลจิรัฏฐิติธรรม" 4 ประการ ได้แก่ ของหายต้องตามหา, ของชำรุดรู้จักซ่อมแซม, ใช้จ่ายอย่างพอประมาณให้สมฐานะ (สมชีวิตา) และมอบหมายให้คนดีมีศีลธรรมดูแลทรัพย์สินเพื่อยกระดับชีวิตให้เจริญก้าวหน้า ควรเชื่อมโยงกับ "จักร 4" คือ การเลือกพาตัวเองไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี, คบหาคนดี (กัลยาณมิตร), ตั้งตนไว้ในความดี และเป็นผู้มีความดีที่บำเพ็ญไว้กาลก่อนเพื่อพร้อมพัฒนาตนเองอยู่เสมอเมื่อนำธรรมะเหล่านี้มาผสานกับการขยันทำงานและรู้จักรักษาทรัพย์ ย่อมนำพาครอบครัวและชีวิตไปสู่ความมั่นคงมีคและมีความสุขอย่างยั่งยืน
29. การใช้งาน “พรหมวิหาร 4” [6929-3d]
53:10||Season 69, Ep. 29ความขัดแย้งวุ่นวายในโลกล้วนมีจุดเริ่มต้นจาก "ตัณหา" ที่นำไปสู่การยึดติด ความตระหนี่ และการหวงกั้นในที่สุด ทางออกของปัญหาเหล่านี้คือการใช้หลัก "พรหมวิหาร 4" คือ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา เข้ามาแก้ไข โดยมีหัวใจสำคัญ 3 ประการ คือ ต้องปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไม่มีเงื่อนไข ไร้ขอบเขต และไม่ผูกเวรหรือละเว้นใคร นอกจากนี้ การนำไปใช้ในชีวิตประจำวันต้องแสดงออกให้ผู้อื่นรับรู้ได้ประจักษ์ชัด ทั้งทางการกระทำ (กาย) คำพูด (วาจา) และความคิด (ใจ)
28. ฆราวาสธรรม 4 ประการ [6928-3d]
59:21||Season 69, Ep. 28การเผชิญโลกที่มีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกัน เราสามารถนำหลัก "ฆราวาสธรรม 4 ประการ" มาใช้เพื่อสร้างความสำเร็จและความสุขในชีวิตได้ดังนี้1. สัจจะ (ความจริงใจ): มีความซื่อตรงทั้งต่อหน้าและลับหลัง ตรงไปตรงมาทั้งความคิดและการกระทำ2. ทมะ (การข่มใจ): รู้จักปรับตัวและฝึกควบคุมจิตใจให้เลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องและดีงาม3. ขันติ (ความอดทน): เผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างเข้าใจโดยไม่เก็บกด แต่ใช้สติรักษาใจไม่ให้ขุ่นมัว4. จาคะ (การเสียสละ): รู้จักการให้ แบ่งปัน และสละทิ้งกิเลสหรือนิสัยที่ไม่ดีออกจากใจเมื่อเรานำหลักธรรมเหล่านี้มาปรับใช้ด้วยปัญญา จะช่วยให้ก้าวผ่านทุกสถานการณ์ได้อย่างมั่นคงและมีความสุขอย่างแท้จริง
27. ประสงค์เพื่อให้สมความปรารถนา [6927-3d]
56:30||Season 69, Ep. 27ได้นำเอา ขัตติยสูตร ที่ว่าด้วยความประสงค์ 5 อย่างของบุคคล 6 ประเภท มาอธิบายขยายความ เพื่อให้ทราบถึงความต้องการที่เหมือนกัน หรือแตกต่างกันของบุคคลแต่ละประเภท เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาความเข้าใจ และสานสัมพันธภาพที่ดีในระหว่างบุคคลเริ่มจากความประสงค์เพื่อให้สมตามสิ่งที่ปรารถนา ในบุคคลแต่ละประเภทนั้น ย่อมมีความประสงค์ต้องการเพื่อให้สมความปรารถนาสูงสุด อย่างเช่นกษัตริย์ พราหมณ์ คหบดี มีความประสงค์โภคทรัพย์ และนิยมปัญญาเหมือนกัน แต่สิ่งที่เสริมกำลังความมั่นใจเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการ และให้ถึงความเป็นที่สุดแตกต่างกันสตรี นิยมประดับตกแต่งเพื่อประสงค์บุรุษ มีบุตรเป็นกำลัง และไม่ต้องการหญิงอื่นร่วมสามี มีความเป็นใหญ่ในบ้านเป็นที่สุดโจร นิยมที่เร้นลับเพื่อประสงค์ลักทรัพย์ มีอาวุธเป็นกำลัง และต้องการที่มืด ไม่ปรารถนาให้ผู้อื่นล่วงรู้สมณะ นิยมปัญญา มีความประสงค์ขันติ และโสรัจจะ มีศีลเป็นกำลัง และต้องการความไม่มีกิเลสเครื่องกังวล มีนิพพานเป็นที่สุดข้อสังเกต ความต้องการที่เป็นไปเพื่อดับความต้องการ มีความเป็นอิสระพ้นจากอำนาจกิเลสเครื่องร้อยรัดมีในบุคคลผู้ที่มีปัญญาเห็นตามความเป็นจริง
26. สังคหวัตถุ 4 [6926-3d]
56:08||Season 69, Ep. 26สังคหวัตถุ 4 คือหลักธรรมประสานความสามัคคีเพื่อให้อยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างสงบสุข ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับจิตใจของเราให้พัฒนาขึ้นได้ ดังนี้ทาน (การให้): การแบ่งปันสิ่งของช่วยลดความเห็นแก่ตัวได้ แต่การให้ที่เลิศที่สุดและนำไปสู่ปัญญาคือ "การให้ธรรมะ"ปิยวาจา (วาจาไพเราะ): การพูดจาสุภาพ จริงใจ และเป็นประโยชน์ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ส่วนวาจาที่เลิศกว่าวาจาทั้งปวงคือ "การแสดงธรรม" แก่ผู้ที่ตั้งใจฟังอัตถจริยา (บำเพ็ญประโยชน์): นอกจากการช่วยเหลือส่วนรวมแล้ว การบำเพ็ญประโยชน์ที่สูงสุดคือการชักชวนผู้อื่นให้ตั้งมั่นในศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญาสมานัตตตา (วางตนเหมาะสม): การทำหน้าที่ไม่ถือตัวเป็นความสม่ำเสมอที่ดี แต่ความมีตนเสมอที่เลิศที่สุด คือการวางตนเสมอด้วยพระอริยบุคคล ตั้งแต่พระโสดาบันไปจนถึงพระอรหันต์นอกจากนี้ สำหรับผู้บริหารหรือผู้นำยังมี ราชสังคหวัตถุ เพื่อใช้ปกครองและดูแลผู้คนให้ร่มเย็นเป็นสุขอีกด้วย การปฏิบัติธรรมเหล่านี้จะช่วยเกื้อกูลความสามัคคีและยกระดับจิตใจได้อย่างยั่งยืน