{"version":"1.0","type":"rich","provider_name":"Acast","provider_url":"https://acast.com","height":250,"width":700,"html":"<iframe src=\"https://embed.acast.com/$/63760ba9d8f20a00114f5b84/6a4a4170ecd1239143efd462?\" frameBorder=\"0\" width=\"700\" height=\"250\"></iframe>","title":"ดื่มเหล้า ไม่เดือดร้อน [6928-1u]","description":"<p>Q1: ดื่มเหล้า แบบไม่สร้างความเดือดร้อน</p><p>A: การดื่มเหล้า เป็นโทษทั้งต่อตนเอง ผู้อื่น และทั้งสองฝ่าย และเป็นโทษทั้งในปัจจุบัน ในเวลาต่อมา และในเวลาต่อ ๆ มา</p><p>- โทษของความเป็นนักเลงสุรา = เป็นบ่อเกิดของโรค ทอนกำลังปัญญา เสื่อมทรัพย์ เกิดทะเลาะวิวาท ไม่รู้จักละอาย ทำให้เสื่อมเสียงชื่อเสียง</p><p>- ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท = ปัญหาจะเกิดขึ้น เมื่อดื่มสุรา เล่นพนัน คบเพื่อนชั่ว</p><p>- ถ้าต้องดื่มสุราจริง ๆ ก็รักษาศีลอีก 4 ข้อให้ดี + เพิ่มสัมมาวาจา (ไม่พูดยุยงให้แตกกัน ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดเพ้อเจ้อ) ก็จะมีโทษน้อยลงหน่อย อาจจะยังไม่เกินเส้นของความประมาทได้</p><p>- เปลี่ยนวิธีฉลองจากดื่มสุรา เป็นการทำความดี เช่น ให้ทาน ช่วยเหลือคนอื่น ปฏิบัติธรรม</p><p><br></p><p>Q2: หนี้สิน = บ่วง</p><p>A: กับดัก = บ่วง = ความยึดถือ</p><p>- ระบบเศรษฐกิจของโลก เป็นบ่วงของมนุษย์ ทำให้ทุกคนต้องขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยกัน ดอกเบี้ยเป็นตัวบังคับไม่ให้เงินฝืดหรือเงินเฟ้อจนเกินไป&nbsp;</p><p>- เมื่อติดบ่วงแล้ว ก็อาจนำไปสู่การทำชั่วได้</p><p>- หนี้ มี 3 ระดับ แต่ละระดับมีทั้งติดบ่วงและไม่ติดบ่วง</p><p>1) หนี้จากความฟุ่มเฟือย = เกิดจากความยึดถือในสถานะทางสังคม จึงต้องมีรถ มีบ้าน ไปเที่ยวต่างประเทศ ให้ลูกเรียนโรงเรียนอินเตอร์&nbsp;</p><p>2) หนี้จากความจำเป็น = เกิดจากความยึดถือในความจำเป็นนั้น ยิ่งกิเลสมากก็จะเห็นสิ่งที่ไม่จำเป็น กลายเป็นสิ่งจำเป็นได้มาก&nbsp;</p><p>3) ไม่มีหนี้&nbsp;</p><p>- วิธีแก้บ่วงของมนุษย์ = ให้ละความยึดถือความสุขในโลก (โลกธรรม 8) ไม่ยินดี ในสุข ลาภ ยศ สรรเสริญ และไม่ยินร้าย ในทุกข์ เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา</p><p>ถ้าตอนนี้ยินร้ายเพราะหนี้ ก็เนื่องจากยินดีในเงินที่ยังไม่มี ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงให้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงไว้</p><p>- มรรค 8 เป็นทางออกของทางหลุดออกจากบ่วง&nbsp;</p><p><br></p><p>Q3: ความสุขระหว่างวัน</p><p>A: ความสุขระหว่างวันอยู่ที่ปลายจมูก ให้ตั้งสติดูลมหายใจ&nbsp;</p><p>- ไม่ลืมลมหายใจ = ไม่เผลอ = ไม่เพลิน</p><p>- ตอนที่มีสติอยู่กับลมหายใจ ก็ยังรับรู้สิ่งรอบตัวไปพร้อมกันได้ แต่จะไม่เผลอ ไม่เพลินไปกับสิ่งนั้น</p><p>- การตั้งสติ เป็นจุดเริ่มของการหาความสุขที่นี่ เดี๋ยวนี้&nbsp;</p><p>- อย่ามองข้ามจมูกของเรา พอเรานึกถึงลมหายใจ ความระลึกได้นั้นคือ “สติ” นึกได้คือไม่ลืม ไม่ลืมคือไม่เผลอ ไม่เผลอคือไม่เพลิน ไม่เพลินไปตามเสียงที่ได้ยิน ภาพที่เห็น จิตจะรับรู้ว่านี่คือสุขหรือทุกข์ แต่จะไม่แกว่งไม่เพลินไปตามนั้น</p><p><br></p><p>Q4: พักผ่อนน้อย แต่ต้องการปฏิบัติธรรม</p><p>A: ถ้าพักผ่อนไม่พอ ต้องนอนให้หลับ โดยให้แผ่เมตตาก่อนนอนและเมื่อตื่นนอน</p><p><br></p><p>Q5: เหตุที่คนเข้าวัดเยอะขึ้น&nbsp;</p><p>A: คนเข้าวัด อาจเพราะมีทุกข์มากขึ้น หรืออาจมีปัญญามากขึ้นก็ได้</p><p><br></p><p>Q6: ทำผิดด้วยความจำเป็น</p><p>A: กรรม = การกระทำ</p><p>- ทุกคนเลือกได้ว่าจะทำหรือไม่ทำอะไร&nbsp;</p><p>- แม้มีสัมมาทิฏฐิ รู้ว่าอะไรดีหรือชั่ว แต่ที่ยังทำดีไม่ได้ เพราะมีมิจฉาวายามะ (การลงมือทำจริง แน่วแน่จริง) หรือมีมิจฉาสติ (ระลึกถึงความดี) ซึ่งเป็นตัวผลักดันให้ไปทางมิจฉาทิฏฐิมากขึ้น ทำให้สัมมาทิฏฐิที่เคยมีหายไป เช่น เคยทำชั่วแล้ว ก็จะทำชั่วครั้งต่อไปได้ง่ายขึ้น</p><p>- ต้องปรับกาย วาจา ใจ ให้ตรงกัน ให้ไปทางพูดดี คิดดี ทำดี</p><p><br></p><p>Q7: พูดไม่ตรงกับใจ</p><p>A: คนเราต้องดัดจริตที่ไม่ดี ถ้าเราคิดไม่ดี เราต้องดัดความคิดของเราให้ดี ไม่ใช่ดัดวาจาให้เป็นไปตามความคิดที่ไม่ดีนั้น</p><p>- ทางสายกลาง = ต้องมีปิยวาจา พูดดี ไม่กระแนะกระแหน ไม่ประจบประแจง แล้วปรับจิตปรับใจ ให้ตรงกับวาจาที่ดี ให้ตรงกับกายที่มีศีล สัมมาทิฏฐิของเราก็จะเจริญขึ้น</p><p><br></p><p>Q8: ทำบุญวันพระ</p><p>A: ฤกษ์งามยามดี คือ เวลาที่สะดวกและมีจิตที่เป็นกุศล วันไหนก็ได้</p>","author_name":"ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana"}