{"version":"1.0","type":"rich","provider_name":"Acast","provider_url":"https://acast.com","height":250,"width":700,"html":"<iframe src=\"https://embed.acast.com/$/63760ba9d8f20a00114f5b84/67a8a4c4c6f97f89d8627b80?\" frameBorder=\"0\" width=\"700\" height=\"250\"></iframe>","title":"การอธิษฐาน VS การบน [6807-1u]","description":"<p>ช่วงไต่ตามทาง :&nbsp;</p><p>- ผู้ฟังท่านนี้เป็นนักขายประกัน เป็นคนที่มีศรัทธาตั้งมั่นในพระรัตนตรัย ไม่เชื่อว่าการบนบานศาลกล่าวจะทำให้ขายประกันเพิ่มได้ แต่เพื่อนร่วมวงการไปบนบานแล้วได้ลูกค้าเพิ่ม และตนเองก็เจอลูกค้าที่ให้หมอดูไพ่ก่อนทำประกัน จึงลังเลว่าจะไปบนบานศาลกล่าวบ้างดีหรือไม่ แต่ก็แย้งในใจว่าตนมีศรัทธาตั้งมั่นในพระรัตนตรัย&nbsp;</p><p>- ผู้ฟังอีกท่านหนึ่ง เป็นคนที่มีศรัทธาตั้งมั่นในพระรัตนตรัย ลูกจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย คนอื่นไปบนกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้สอบได้ แต่ผู้ฟังท่านนี้ไม่ได้พาลูกไปบนบานศาลกล่าวที่ใด</p><p>- ความมั่นใจอันหยั่งลงมั่นไม่หวั่นไหวในพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ สามารถยังประโยชน์ให้ถึงความสำเร็จในชีวิตได้</p><p><br></p><p>ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: การอธิษฐาน VS การบน</p><p>- พระพุทธเจ้าสอนว่า “ถ้าลำพังคนเราจะได้อะไร เพียงจากการอ้อนวอนขอร้องแล้ว จะไม่มีใครเสื่อมจากอะไร” การอ้อนวอนขอร้องไม่ใช่หลักการของคำสอนของพระพุทธเจ้าโดยสิ้นเชิง สิ่งที่ท่านให้ทำคือ “อธิษฐาน”</p><p>- ความงมงาย = ศรัทธาที่ไม่ประกอบด้วยปัญญา</p><p>- อธิษฐาน = ไม่ใช่การบนบาน อ้อนวอนขอร้อง แต่หมายถึง การตั้งใจมั่นอย่างแรงกล้าที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่เป็น “การสร้างเหตุ” ที่จะทำให้เกิดผลสำเร็จ ไม่ใช่อธิษฐานเพื่อขอผลสำเร็จ โดยจะมีเครื่องบูชาหรือไม่ก็ได้ สำคัญอยู่ที่ใจ เช่น เพื่อให้ได้ผลนี้ ขออธิษฐานตั้งจิตไว้ว่าจะสร้างเหตุอย่างนี้</p><p>- อย่างไรก็ตาม การบูชาสิ่งที่ควรบูชาเป็นมงคลอย่างยิ่ง เช่น การบูชาบรรพบุรุษ (ความเมตตากรุณาที่ท่านเลี้ยงดูเรามา) การบูชาเทพเจ้า (ซึ่งมีความดี เช่น ความกล้าหาญ ความซื่อสัตย์ ความเพียร) ให้บูชาความดีเหล่านั้นให้เข้ามาอยู่ในจิตใจของเรา</p><p>- เครื่องบูชา มี 2 รูปแบบ ได้แก่ การให้ทานโดยมีผู้รับ และการบูชายัญโดยไม่มีผู้รับ ความเชื่อที่ว่ายัญที่บูชาแล้วมีผล ทานที่ให้แล้วมีผล นั่นเป็นสัมมาทิฏฐิ</p><p>- สังคหวัตถุ 4 ธรรมให้เกิดความเป็นที่รัก สามารถทำให้เกิดความสำเร็จได้ ได้แก่&nbsp;การให้ การมีปิยวาจา การประพฤติประโยชน์ และการวางตนเสมอกัน</p><p>- การมีระเบียบวินัย นำไปสู่ความสำเร็จได้</p><p>- พระพุทธเจ้าอธิษฐานสร้างเหตุให้เกิดความสำเร็จในการตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากที่สุด</p><p>- ศรัทธา = ความมั่นใจ = ความเชื่อที่ประกอบด้วยเหตุและผล ประกอบด้วยปัญญา ไม่ใช่ความเชื่อแบบงมงาย</p><p>1. ศรัทธาในเรื่องของกรรม = เชื่อในกฎแห่งกรรม</p><p>2. ศรัทธาในผลของกรรม (วิบาก) = ผลของกรรมอาจไม่ได้ให้ผลในทันที แต่จะให้ผลในเวลาต่อไป และให้ผลไม่เท่ากัน มากบ้างน้อยบ้าง</p><p>3. ศรัทธาว่าสัตว์มีกรรมเป็นของของตน = แต่ละคนย่อมต้องรับผิดชอบในการกระทำของตนที่ได้ทำไว้</p><p>4. ศรัทธาในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า = พุทโธ (ทางพ้นทุกข์มีอยู่) ธัมโม (วิธีปฏิบัติเพื่อให้ถึงความพ้นทุกข์มีอยู่) สังโฆ (ผู้ปฏิบัติแล้วพ้นทุกข์ได้จริงมีอยู่) ให้มีศรัทธาในข้อนี้แบบอจลศรัทธา คือ ศรัทธาเหมือนเสาหินยาว 16 ศอก มีเส้นผ่านศูนย์กลางยาว 1 ศอก เป็นเสาหินทั้งแท่งไม่มีรอยต่อ ฝังลงไปในดินลึก 8 ศอก โผล่ขึ้นพ้นดินยาว 8 ศอก ทำมุม 90 องศากับพื้นดิน ตบดินให้แน่นอย่างดี ลมจะไม่สามารถพัดเสานี้ให้สั่นคลอนได้ ผู้ที่มีศรัทธาในข้อนี้อย่างเต็มเปี่ยม สามารถยังประโยชน์ให้ไม่ต้องเกิดอีก เป็นพระโสดาบันเข้าถึงกระแสที่จะเข้าสู่พระนิพพานได้</p>","author_name":"ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana"}