{"version":"1.0","type":"rich","provider_name":"Acast","provider_url":"https://acast.com","height":250,"width":700,"html":"<iframe src=\"https://embed.acast.com/$/63760ba9d8f20a00114f5b84/651936552843410011fe1831?\" frameBorder=\"0\" width=\"700\" height=\"250\"></iframe>","title":"หลักการใช้จ่ายโภคทรัพย์ [6640-1u]","description":"<p>Q1:&nbsp;คำสอนของพระพุทธเจ้า&nbsp;มีสอนให้แบ่งจ่ายทรัพย์หรือไม่?</p><p>A1:&nbsp;พระพุทธเจ้าทรงสอนนายสิงคาลก&nbsp;เกี่ยวกับหลักการใช้โภคทรัพย์&nbsp;ไว้ดังนี้</p><p>รายจ่ายอย่าให้ท่วมรายรับ&nbsp;รายรับต้องท่วมรายจ่าย&nbsp;โดย&nbsp;cash flow&nbsp;ต้องเป็นบวก&nbsp;ซึ่งทรงสอนให้แบ่งโภคทรัพย์ออกเป็น&nbsp;4&nbsp;ส่วน&nbsp;ส่วนที่หนึ่งใช้สอย&nbsp;2&nbsp;ส่วนใช้เพื่อการงาน และเก็บไว้ใช้ยามมีอันตราย&nbsp;1&nbsp;ส่วน&nbsp;การแบ่งสัดส่วนให้พิจารณาให้เหมาะสมกับตัวเราไม่จำเป็นต้องเท่ากัน&nbsp;</p><p><br></p><p>นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลในเรื่องสมชีวิตา&nbsp;พูดถึงรายรับต้องท่วมรายจ่าย&nbsp;รายจ่ายให้ใช้เพื่อ 4&nbsp;หน้าที่นี้เท่านั้น&nbsp;เพื่อเป็นการเปิดทางน้ำเข้า&nbsp;ดังนี้</p><p>1.&nbsp;ขยันขันแข็ง&nbsp;</p><p>2.&nbsp;มีกัลยาณมิตร&nbsp;</p><p>3.&nbsp;รักษาทรัพย์&nbsp;4&nbsp;รู้จักกระแสเงินสด&nbsp;เงินเข้าต้องมากกว่าเงินออก</p><p>การใช้จ่ายแบ่งเป็น&nbsp;4&nbsp;ส่วน</p><p>ส่วนที่&nbsp;1&nbsp;ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน</p><p>ส่วนที่&nbsp;2&nbsp;ใช้จ่ายเพื่อรักษาทรัพย์</p><p>ส่วนที่&nbsp;3&nbsp;ให้คนที่มีความจำเป็น&nbsp;ไม่หวังได้คืน</p><p>ส่วนที่&nbsp;4&nbsp;ให้เพื่อหวังเอาบุญ</p><p><br></p><p>ถ้าเราใช้จ่ายแบบนี้จะหมุนวนเป็นกระแสเงินเข้ามาเรื่อย&nbsp;ๆ&nbsp;อุปมาเหมือนจอมปลวก&nbsp;หรือรวงผึ้ง&nbsp;ที่ค่อย&nbsp;ๆ&nbsp;สะสมโภคทรัพย์&nbsp;จนสามารถขยับฐานะขึ้นเป็นมหาเศรษฐีได้&nbsp;</p><p><br></p><p>Q2:&nbsp;คนสมัยนี้&nbsp;บรรลุธรรมขั้นโสดาบันได้ง่าย&nbsp;จริงหรือครับ?</p><p>A2:&nbsp;โสดาบัน&nbsp;คือ&nbsp;ผู้มีศีล&nbsp;5&nbsp;บริสุทธิ์&nbsp;มีศรัทธาในพระพุทธเจ้า&nbsp;พระธรรม&nbsp;และพระสงฆ์&nbsp;ชนิดที่ไม่หวั่นไหวคลอนแคลน&nbsp;</p><p>โสดาบัน&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;2&nbsp;ขั้น&nbsp;คือ&nbsp;โสดาปัตติมรรค&nbsp;และโสดาปัตติผล&nbsp;</p><p>คนสมัยนี้บรรลุธรรมโสดาบันขั้นมรรคสามารถเป็นไปได้&nbsp;เนื่องจากมีสื่อต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;</p><p>แต่ในขั้นบรรลุธรรมโสดาบันขั้นผลนั้น&nbsp;ปัจจุบันไม่มีใครสามารถพยากรณ์ได้</p><p>ทั้งนี้ ตัวเราเองสามารถบอกได้ว่าเรามีคุณธรรมขั้นไหน&nbsp;แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของการไม่เข้าข้างตัวเองหรือมีโมหะ&nbsp;โดยจะมีคุณสมบัติ&nbsp;และเครื่องทดสอบในแต่ละขั้น&nbsp;ดังนี้</p><ol><li>โสดาบัน&nbsp;คือ ผู้ที่มีศีลเต็ม&nbsp;สมาธิ&nbsp;และปัญญาพอประมาณ&nbsp;มีเครื่องทดสอบให้เราเสื่อมศรัทธา&nbsp;</li><li>สกทาคามี&nbsp;คือ ผู้ที่มีศีลเต็ม&nbsp;สมาธิ&nbsp;และปัญญาพอประมาณ&nbsp;มีเครื่องสอบ&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;คือ ราคะ&nbsp;โทสะ&nbsp;โมหะ&nbsp;ทำให้โกรธ&nbsp;ให้หลง</li><li>อนาคามี&nbsp;คือ ผู้ที่มีศีลเต็ม&nbsp;สมาธิเต็ม&nbsp;มีเครื่องสอบเพิ่มเติม คือ&nbsp;ราคะกับปฏิฆะ&nbsp;ทำให้หงุดหงิดใจ&nbsp;ยินดีเพลิดเพลินไป</li><li>อรหันต์&nbsp;คือ ผู้ที่มีปัญญาเต็ม&nbsp;มีเครื่องทดสอบเพิ่มเติม คือ&nbsp;ความมีตัวตน&nbsp;ความเป็นอนัตตา&nbsp;อวิชชา&nbsp;วิชชา</li></ol><p><br></p><p>Q3:&nbsp;การฝึกสมาธิแบบ&nbsp;Online&nbsp;หรือไปสถานปฏิบัติธรรม&nbsp;อันไหนดีกว่ากันครับ?</p><p>A3:&nbsp;ทั้ง&nbsp;2&nbsp;แบบมีข้อดีข้อเสียต่างกัน</p><p>Online&nbsp;สามารถทำได้ทุกที่</p><p>Onsite&nbsp;หากปฎิบัติแล้วมีปัญหาติดขัด&nbsp;สามารถสอบถามได้ทันที่&nbsp;(Interactive)</p><p>ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความสะดวกในการปฎิบัติของแต่ละคน</p><p><br></p><p>Q4:&nbsp;การตักบาตรกับพระอรหันต์จะได้บุญมากจริงไหมครับ?</p><p>A4:&nbsp;ในพุทธพจน์&nbsp;มีระบุไว้ว่าการตักบาตรกับพระอรหันต์จะได้บุญมาก</p><p>แต่เนื่องจากเป็นการยากที่จะทราบได้ว่าพระรูปใดเป็นพระอรหันต์&nbsp;</p><p>ทั้งนี้ หากต้องการทำบุญแล้วได้บุญมาก&nbsp;ให้ทำสังฆทาน&nbsp;ซึ่งเป็นการให้ทานในหมู่สงฆ์ โดยให้เราตั้งจิตถวายพระที่ปฎิบัติดีปฎิบัติชอบ&nbsp;โดยมีพระรูปใดรูปหนึ่งเป็นตัวแทน&nbsp;&nbsp;พอเราตั้งจิตถูก&nbsp;มีศรัทธาก่อนให้&nbsp;ระหว่างให้&nbsp;และหลังให้&nbsp;ทำให้ได้บุญมาก&nbsp;ซึ่งเป็นหลักการที่ถูกต้องตามหลักธรรมวินัย</p><p><br></p><p>Q5:&nbsp;จะรู้ได้อย่างไรว่า&nbsp;พระรูปนั้นเป็นพระอรหันต์&nbsp;สังเกตได้อย่างไร?</p><p>A5:&nbsp;เป็นการยากที่จะทราบว่าพระรูปใดเป็นพระอรหันต์</p>","author_name":"ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana"}