{"version":"1.0","type":"rich","provider_name":"Acast","provider_url":"https://acast.com","height":250,"width":700,"html":"<iframe src=\"https://embed.acast.com/$/63760a658c890a00102a0b39/665f895aaa134f00123e67cd?\" frameBorder=\"0\" width=\"700\" height=\"250\"></iframe>","title":"สาราณียธรรม  [6723-3d]","description":"<p>บทสวด สาราณียะธัมมะสูตตัง  เป็นบทที่กล่าวถึงสาราณียธรรม6 ซึ่งเป็นธรรมอันเป็นไปเพื่อความระลึกถึงกันและกัน คือธรรมแห่งการสร้างความสามัคคี เป็นบทสวดที่มาจากพระสูตรที่พระภิกษุจะมักสวดกันในวันเข้าพรรษา บทสวดนี้พระพุทธเจ้าได้ตรัสกับภิกษุไว้ที่เมืองสาวัตถี ณ วัดเชตวัน โดยกล่าวถึงธรรม  6 ประการ ที่เมื่อนำไปปฏิบัติแล้วจะเป็นธรรมเครื่องก่อให้เกิดอานิสงส์ 7 ประการ คือ  </p><p>1.สาราณียา(ระลึกถึงกัน)</p><p>2.ปิยะกะระณา(เป็นเครื่องกระทำให้เป็นที่รักกัน)</p><p> 3.คะรุกะระณา(เป็นที่เคารพซึ่งกันและกัน) </p><p>4.สังคะหายะ(เป็นไปเพื่อ ความสงเคราะห์ เอื้อเฟื้อ เกื้อกูล)</p><p> 5.อะวิวาทายะ(ไม่วิวาทกัน)</p><p> 6.สามัคคิยา(เกิดความพร้อมเพรียงกัน)</p><p> 7.เอกีภาวายะ(ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน)</p><p>โดยองค์ประกอบของสาราณียธรรม 6 ประการที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสถึงคือ</p><p>1.เมตตาทางกายทั้งต่อหน้าและลับหลัง</p><p>2.เมตตาทางวาจาทั้งต่อหน้าและลับหลัง</p><p>3.เมตตาทางใจทั้งต่อหน้าและลับหลัง</p><p>4.การแบ่งปันลาภที่ได้มาโดยธรรม</p><p>5.มีศีลเสมอกัน ศีลไม่ทะลุไม่ด่างพร้อย </p><p>6.มีทิฏฐิอันประเสริฐ คือรู้เจาะจงในอริยสัจ 4</p><p> </p>","author_name":"ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana"}