{"version":"1.0","type":"rich","provider_name":"Acast","provider_url":"https://acast.com","height":250,"width":700,"html":"<iframe src=\"https://embed.acast.com/$/63760a658c890a00102a0b39/64c015161f0c500011c99f46?\" frameBorder=\"0\" width=\"700\" height=\"250\"></iframe>","title":"ปฏิจจสมุปบาท–ธรรมชาติที่อาศัยกันแล้วเกิดขึ้น (ตอนที่ 4) [6630-3d]","description":"<p><strong>“ปฏิจจสมุปบาท”</strong> ธรรมอันเป็นธรรมชาติที่อาศัยกันแล้วเกิดขึ้น คือ</p><p>เป็น<strong> ตถตา</strong> คือ ความเป็นอย่างนั้น,</p><p>เป็น <strong>อวิตถตา</strong> คือ ความไม่ผิดไปจากความเป็นอย่างนั้น,</p><p>เป็น <strong>อนัญญถตา</strong> คือ ความไม่เป็นไปโดยประการอื่น,</p><p>เป็น <strong>อิทัปปัจจยตา</strong> คือ ความที่เมื่อมีสิ่งนี้สิ่งนี้เป็นปัจจัย สิ่งนี้สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น</p><p>&nbsp;</p><p><strong>อาการของปฏิจจสมุปบาทแต่ละอาการ :- </strong></p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>“เพราะมีวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมีนามรูป และเพราะวิญญาณดับ นามรูปจึงดับ”</strong></p><p><strong>วิญญาณ</strong> คือ การเข้าไปรับรู้การกระทบกันของสฬายตนะ</p><p>เปรียบกับไม้อ้อสองกำเอามาพิงกันเอาไว้ เมื่อหยิบกำหนึ่งออกย่อมตั้งอยู่ไม่ได้, เปรียบกับการตกกระทบของแสงกับวัถตุ ที่เมื่อแสงตกกระทบกับวัตถุย่อมเห็นว่ามีแสงและวัตถุ, เปรียบกับกฏของ Quantum mind คือ สิ่ง ๆ เดียวเป็นได้หลายสภาวะอยู่ที่เราจะสังเกตุมองมุมไหน วิญญาณ คือ ผู้สังเกตุ</p><p><br></p><p><strong>“เพราะมีสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ และเพราะสังขารดับ วิญาณจึงดับ”</strong></p><p><strong>สังขาร </strong>คือ การปรุงแต่งทางกาย วาจา ใจ</p><p><br></p><p><strong>“เพราะมีอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร และเพราะอวิชชาดับ สังขารจึงดับ”</strong></p><p><strong>อวิชชา </strong>คือ ความไม่รู้</p>","author_name":"ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana"}