{"version":"1.0","type":"rich","provider_name":"Acast","provider_url":"https://acast.com","height":250,"width":700,"html":"<iframe src=\"https://embed.acast.com/$/63760a658c890a00102a0b39/64b6b30be2dff200116ce2dd?\" frameBorder=\"0\" width=\"700\" height=\"250\"></iframe>","title":"ปฏิจจสมุปบาท–ธรรมที่อาศัยกัน (ตอนที่ 3) [6629-3d]","description":"<p><strong>“สรรพสัตว์ล้วนรักสุขเกลียดทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น”</strong> จึงแสวงหาแต่ความสุขและไม่อยากได้ทุกข์ <strong>แท้ที่จริงแล้วสุขนั้นก็ไม่มี</strong> เป็นเพียงแต่ทุกข์ที่เกิดขึ้น และดับลงแค่นั้นเอง เวทนาทั้งหลายจึงรวมลงที่ทุกข์ คือ ความเป็นไตรลักษณ์</p><p><br></p><p>การมาพิจารณาคิดใคร่ครวญอาการของ<strong>ปฏิจจสมุปบาทในแต่ละอาการ</strong> แต่ละคู่จนต่อเนื่องสัมพันธ์กันเป็นสาย จะทำให้เรามีความเข้าใจและเห็นถึงความเป็นเหตุ–เป็นผลของธรรมชาติที่อาศัยกันแล้วจึงเกิดขึ้น จะทำให้เราเกิดปัญญาเป็นวิชชา (ญาณ-ความรู้) ดับอวิชชาได้ (ความไม่รู้ในอริยสัจ 4)</p><p><br></p><p><strong>ปฏิจจสมุปบาทแต่ละอาการ</strong>:- ได้กล่าวถึง 6 อาการแต่ละคู่ไปกันแล้ว คือ ชรามรณะ-ชาติ-ภพ-อุปาทาน-ตัณหา-เวทนา และจะขอกล่าวถึงอาการที่เหลือ ได้แก่</p><p><br></p><p><strong>“เพราะมีผัสสะเป็นปัจจัย จึงมีเวทนา และเพราะผัสสะดับ เวทนาจึงดับ”</strong></p><p><strong>ผัสสะ</strong> คือ การกระทบกันของอายตนะภายนอกกับอายตนะภายใน</p><p><strong>เวทนา</strong> คือ ความรู้สึกสุข ทุกข์ ไม่ใช่สุข-ไม่ใช่ทุกข์ ทางกายและใจ</p><p><br></p><p><strong>“เพราะมีสฬายตนะเป็นปัจจัย จึงมีผัสสะ และเพราะสฬายตนะดับ ผัสสะจึงดับ”</strong></p><p><strong>สฬายตนะ </strong>คือ อายตนะภายนอก และอายตนะภายใน</p><p><br></p><p><strong>“เพราะมีนามรูปเป็นปัจจัย จึงมีสฬายตนะ และเพราะนามรูปดับ สฬายตนะจึงดับ”</strong></p><p><strong>นามรูป </strong>คือ กายและใจ</p><p><br></p><p><strong>“เพราะมีวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมีนามรูป และเพราะวิญญาณดับ นามรูปจึงดับ”</strong></p><p><strong>วิญญาณ </strong>คือ การเข้าไปรับรู้การกระทบกันของสฬายตนะ</p>","author_name":"ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana"}