{"version":"1.0","type":"rich","provider_name":"Acast","provider_url":"https://acast.com","height":250,"width":700,"html":"<iframe src=\"https://embed.acast.com/$/63760a658c890a00102a0b39/64ad8a717259e20010d166dd?\" frameBorder=\"0\" width=\"700\" height=\"250\"></iframe>","title":"ปฏิจจสมุปบาท-แต่ละอาการ (ตอนที่ 2) [6628-3d]","description":"<p>พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเน้นสอนเรื่องเกี่ยวกับ “ความทุกข์และความดับทุกข์” ดั่งพุทธภาษิตที่ว่า&nbsp;“ภิกษุ ท. ก่อนแต่นี้ก็ดีบัดนี้ก็ดี ตถาคตบัญญัติ (เพื่อการสอน) เฉพาะเรื่องความทุกข์กับความดับแห่งทุกข์เท่านั้น” ปฏิจจสมุปบาท จึงจัดว่าเป็นหัวใจชองศาสนาและเป็นอริยสัจโดยสมบูรณ์เพราะแสดงให้เห็น ”ทุกข์” ด้วยลักษณะเป็นธรรมชาติที่ต่างอาศัยกันและกันแล้วเกิดขึ้นหรือดับลง กล่าวคือ ต่างอาศัยเหตุเกิด และเหตุดับ</p><p><br></p><p><strong>ความหมายของปฏิจจสมุปบาทแต่ละอาการ :- </strong></p><p><strong>“เพราะมีชาติเป็นปัจจัย จึงมีชรามรณะ และเพราะชาติดับ ชรามรณะจึงดับ”</strong></p><p><strong>ชรา </strong>คือ ความแก่ ความมีผมหงอก หนังเหี่ยว ความสิ้นไป ๆ แห่งอายุความแก่รอบแห่งอินทรีย์ในสัตวนิกายทั้งหลาย</p><p><strong>มรณะ</strong> คือ การตาย การแตกแห่งขันธ์ทั้งหลาย</p><p><strong>ชาติ</strong> คือ การเกิด การบังเกิด</p><p><br></p><p><strong>“เพราะภพเป็นปัจจัย จึงมีชาติ และเพราะภพดับ ชาติจึงดับ”</strong></p><p><strong>ภพ </strong>คือ ความเป็นสภาวะ (time &amp; space) ในกามภพ รูปภพ และอรูปภพ</p><p><br></p><p><strong>“เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย จึงมีภพ และเพราะอุปาทาดับ ภพจึงดับ”</strong></p><p><strong>อุปาทาน </strong>คือ ความยึดมั่นในกาม ในทิฏฐิ ในศีล–วัตร และในวาทะของตน</p><p><br></p><p><strong>“เพราะตัณหาเป็นปัจจัย จึงมีอุปาทาน และเพราะตัณหาดับ อุปาทานจึงดับ”</strong></p><p><strong>ตัณหา </strong>คือ ความทะยานอยากในสัมผ้สทั้ง 5 แบ่งเป็น กามตัณหา ภวตัณหา และวิภวตัณหา</p><p><br></p><p><strong>“เพราะเวทนาเป็นปัจจัย จึงมีตัณหา และเพราะเวทนาดับ ตัณหาจึงดับ”</strong></p><p><strong>เวทนา </strong>คือ ความรู้สึกที่เกิดจากตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ<strong> </strong></p>","author_name":"ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana"}