{"version":"1.0","type":"rich","provider_name":"Acast","provider_url":"https://acast.com","height":250,"width":700,"html":"<iframe src=\"https://embed.acast.com/$/63760a658c890a00102a0b39/63fe20ec311d96001172623a?\" frameBorder=\"0\" width=\"700\" height=\"250\"></iframe>","title":"มงคลชีวิต 34 #เห็นอริยสัจและทำให้แจ้งในนิพพาน [6609-3d]","thumbnail_width":200,"thumbnail_height":200,"thumbnail_url":"https://open-images.acast.com/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg?height=200","description":"<p>ในทางปฏิบัติเราจำเป็นจะต้องรู้เรื่อง<strong>อริยสัจ</strong>ไว้บ้าง เพราะเวลาที่เราไปรับรู้หรือเห็นนิมิตอะไรมา เราอาจจะหลงหรือเข้าใจผิดสำคัญว่าตนมีคุณวิเศษหรือได้บรรลุธรรมแล้ว</p><p><br></p><p>พระพุทธเจ้าได้สละความสุขส่วนพระองค์เพื่อที่จะออกค้นหาศาสตร์ความจริงที่จะช่วยให้คนพ้นจากความทุกข์ความแก่และความตาย ซึ่งศาสตร์ที่พระองค์ทรงค้นพบนี้เรียกว่า <strong>“ อริยสัจ 4 ”</strong> </p><p><br></p><p><strong>การเห็นอริยสัจ </strong>(ญาณในอริยสัจ 4)<strong> </strong>ที่แท้จริงนั้นต้องเห็นโดยมีปริวัฏฏ์ 3 มีอาการ 12 จึงจะเป็นความพ้นทุกข์ที่แท้จริงคือเป็นจิตที่พ้นจากกิเลสโดยสิ้นเชิง เป็น<strong>ความแจ้งในนิพพาน </strong></p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>นิพพานธาตุ</strong> แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ <strong>สอุปาทิเลสนิพพาน</strong> คือ ยังมีชีวิตอยู่ อินทรีย์ห้ายังคงอยู่ เสวยเวทนาอยู่ และ <strong>อนุปาทิเลสนิพพาน</strong> คือ การดับภพและเวทนาได้สิ้นเชิง</p>","author_name":"ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana"}