{"version":"1.0","type":"rich","provider_name":"Acast","provider_url":"https://acast.com","height":250,"width":700,"html":"<iframe src=\"https://embed.acast.com/$/637609d5c54c93001104ab43/6aadc21864d244acc6165de6?\" frameBorder=\"0\" width=\"700\" height=\"250\"></iframe>","title":"กสิณ10 เพ่งให้เห็นธรรม [6938-6t]","description":"<p>หมวดธรรม 10 ประการใน<strong> มหาวรรค </strong>หมวดว่าด้วยเรื่องใหญ่</p><p><br></p><p><strong>ข้อที่ 25 กสิณสูตร ว่าด้วยบ่อเกิดแห่งธรรมที่มีกสิณเป็นอารมณ์ </strong>พระผู้มีพระภาคทรงแสดงถึง \"บ่อเกิดแห่งธรรมที่มีกสิณเป็นอารมณ์ 10 ประการ\" เพื่อใช้เป็นบาทฐานในการเจริญสมถกัมมัฏฐาน ประกอบด้วยการเพ่งธาตุ 4 (ดิน น้ำ ไฟ ลม) วรรณะ 4 (สีเขียว สีเหลือง สีแดง สีขาว) อากาศ และวิญญาณ โดยผู้เจริญกรรมฐานต้องแผ่จิตเพ่งอารมณ์กสิณออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ครอบคลุมทั้งเบื้องบน เบื้องต่ำ และเบื้องขวาง โดยยึดหลัก \"ไม่มีสอง\" คือการมีสติที่แน่วแน่เป็นอารมณ์เดียว และ \"ไม่มีประมาณ\" คือการแผ่ขยายสมาธิไปทั่วทุกทิศทางอย่างไร้ขอบเขตจำกัด เพื่อจูงใจให้จิตเกิดความตั้งมั่นและเป็นสมาธิอย่างสมบูรณ์</p><p><br></p><p><em>*กสิณ คือเครื่องมือที่ทำให้จิตเป็นสมาธิ ซื่งเป็นส่วนหนื่งในกรรมฐาน 40 กรรมฐานอย่างอื่นก็ทำให้จิตเป็นสมาธิได้เช่นกัน</em></p><p><em>&nbsp;</em></p><p><strong>ข้อที่26 กาลีสูตร ว่าด้วยอุบาสิกาชื่อกาลี </strong>การสนทนาธรรมระหว่างท่านพระมหากัจจานะและอุบาสิกากาลี ณ ภูเขาปวัตตะ แคว้นอวันตี โดยเป็นการขยายความพุทธพจน์ใน \"กุมารีปัญหา\" ว่าด้วยการเจริญสมาธิผ่านกสิณ 10 ประการ สาระสำคัญชี้ให้เห็นว่า แม้ผู้ปฏิบัติจะบรรลุสมาบัติขั้นสูงสุดในกสิณแต่ละกอง แต่พระพุทธองค์ทรงรู้แจ้งสภาวะเหล่านั้นอย่างถ่องแท้ผ่านอริยสัจ 4 พระสูตรนี้จึงมุ่งเน้นสอนไม่ให้ผู้ปฏิบัติยึดติดในสภาวะสมาบัติว่าเป็นเป้าหมายสูงสุด แต่ให้เข้าใจกระบวนการพัฒนาจิตตามความเป็นจริง เพื่อนำไปสู่ความหลุดพ้นและความสงบแห่งหทัยอย่างแท้จริง</p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>ข้อที่27 ปฐมมหาปัญหาสูตร ว่าด้วยปัญหาใหญ่ สูตรที่ ๑ </strong>มีที่มาจากการที่นักบวชนอกศาสนา (อัญเดียรถีย์) กล่าวอ้างว่าลัทธิของตนมีการสอนธรรมหมวด 1 ถึง 10 เช่นเดียวกับพระพุทธศาสนา พระพุทธองค์จึงทรงชี้แจงว่าความรู้เหล่านี้อธิบายได้อย่างถูกต้องถ่องแท้เฉพาะโดยตถาคตและสาวกเท่านั้น พร้อมทั้งทรงแสดงธรรมขยายความ <strong>\"ปัญหา 1 ถึง 10\"</strong> ดังนี้</p><p>1.&nbsp;สัตว์ทั้งปวงตั้งอยู่ได้ด้วยอาหาร</p><p>2.&nbsp;นามและรูป</p><p>3.&nbsp;เวทนา 3</p><p>4.&nbsp;อาหาร 4</p><p>5.&nbsp;อุปาทานขันธ์ 5</p><p>6.&nbsp;อายตนะภายใน 6</p><p>7.&nbsp;วิญญาณฐิติ 7</p><p>8.&nbsp;โลกธรรม 8</p><p>9.&nbsp;สัตตาวาส 9</p><p>10.&nbsp;อกุศลกรรมบถ 10</p><p><br></p><p>ธรรมทั้ง 10 หมวดนี้ คือ <strong>\"ข้อธรรมอันเป็นบาทฐานวิปัสสนา\"</strong> ที่พระพุทธองค์ทรงวางไว้เป็นกรอบแนวคิดให้ผู้ปฏิบัติพิจารณาตามความเป็นจริง เพื่อให้เกิดความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด นำไปสู่การหลุดพ้น และสามารถทำที่สุดแห่งทุกข์ได้อย่างสมบูรณ์ในปัจจุบัน</p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>ข้อที่ 28 ทุติยมหาปัญหาสูตร ว่าด้วยปัญหาใหญ่ สูตรที่ ๒ </strong>นำเสนอการแสดงธรรมของพระกชังคลาภิกษุณีเพื่อโปรดอุบาสกชาวเมืองกชังคละ โดยเป็นการขยายความปัญหาและไวยากรณ์ในหมวดธรรม 1 ถึง 10 (ดูข้อธรรม ปฐมมหาปัญหาสูตร) ธรรมทั้ง 10 หมวดนี้เป็นข้อธรรมเพื่อใช้พิจารณาให้เกิดความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด นำไปสู่การหลุดพ้นและทำที่สุดแห่งทุกข์ จุดเด่นสำคัญของพระสูตรนี้คือการที่พระพุทธองค์ทรงยกย่องและประทานการรับรองปัญญาของพระกชังคลาภิกษุณี โดยตรัสยืนยันว่าหากมีผู้ทูลถามพระองค์ พระองค์ก็จะทรงอธิบายธรรมนี้ด้วยเนื้อความเดียวกันทุกประการ</p><p><br></p><p><em>*เมื่อนำสูตรที่๑ และสูตรที่๒ มาเปรียบเทียบทำให้เห็นว่า </em><strong><em>พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้านั้นเป็นหนึ่งเดียว</em></strong><em> ไม่ว่าจะตรัสด้วยพระองค์เองหรืออธิบายโดยสาวกผู้มีปัญญา</em></p><p>&nbsp;</p><p>พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๔ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๖ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต มหาวรรค</p>","author_name":"ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana"}