{"version":"1.0","type":"rich","provider_name":"Acast","provider_url":"https://acast.com","height":250,"width":700,"html":"<iframe src=\"https://embed.acast.com/$/637609d5c54c93001104ab43/6a7f16ebf8e81c4395e75249?\" frameBorder=\"0\" width=\"700\" height=\"250\"></iframe>","title":"นิวรณ์ 5 สิ่งที่กั้นปัญญา [6933-6t]","description":"<p>หมวดธรรม 5 ประการในนีวรณวรรค หมวดว่าด้วยนิวรณ์</p><p><br></p><p><strong>ข้อที่ 51 และ ข้อที่ 52</strong> แสดงธรรมเกี่ยวกับ <strong>“นิวรณ์5”</strong></p><p><br></p><p><strong>ข้อที่ 51 อาวรณสูตร ว่าด้วยนิวรณ์เครื่องกางกั้น</strong> กล่าวถึง <strong>“นิวรณ์ 5”</strong> ซึ่งเป็นเครื่องกางกั้นหรือปิดปัญญา พระพุทธองค์ตรัสว่าหากจิตถูกนิวรณ์ครอบงำ ย่อมไม่สามารถรู้ประโยชน์ตนหรือทำญาณทัสสนะให้แจ้งได้ แต่หากละได้ย่อมเกิดปัญญา</p><p><br></p><p><strong>นิวรณ์ 5 เครื่องกางกั้นจิต</strong></p><ul><li><strong>กามฉันทะ:</strong> ความพอใจติดใจในกาม</li></ul><p>*<strong><em>กาม</em></strong><em> หมายถึง ความใคร่ ความอยาก ความปรารถนา หรือสิ่งที่เป็นที่น่ารักใคร่ น่าพอใจ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ </em><strong><em>วัตถุกาม</em></strong><em> (สิ่งภายนอกที่น่าปรารถนา / กามคุณ 5) และ </em><strong><em>กิเลสกาม</em></strong><em> (ความอยากภายในใจ)</em></p><p><br></p><ul><li><strong>พยาบาท:</strong> ความคิดร้ายขัดเคือง</li><li><strong>ถีนมิทธะ:</strong> ความหดหู่และเซื่องซึม</li><li><strong>อุทธัจจกุกกุจจะ:</strong> ความฟุ้งซ่านและร้อนใจ</li><li><strong>วิจิกิจฉา:</strong> ความลังเลสงสัยในธรรม</li></ul><p><br></p><p><strong>ความสำคัญในพระสูตร</strong></p><ul><li><strong>เมื่อมีนิวรณ์</strong>: จิตจะอ่อนกำลัง ปัญญาจะทุรพล ทำให้ไม่สามารถรู้แจ้งประโยชน์ตน ประโยชน์ผู้อื่น หรือบรรลุธรรมชั้นสูงได้</li><li><strong>เมื่อละนิวรณ์ได้</strong>: จิตใจจะผ่องใส มีปัญญาและกำลังพอที่จะทำญาณทัสสนะอันวิเศษให้แจ้งได้สำเร็จ</li></ul><p>&nbsp;</p><p><strong>ข้อที่ 52 อกุสลราสิสูตร ว่าด้วยกองอกุศล</strong> กล่าวถึง “นิวรณ์ 5” ว่าเป็น “กองอกุศล” เป็นอาหารของอวิชชา</p><p>&nbsp;</p><p><strong>ข้อที่ 53 ปธานิยังคสูตร ว่าด้วยองค์ของภิกษุผู้บำเพ็ญเพียร</strong> แสดงธรรมเกี่ยวกับ <strong>องค์คุณ 5 ประการ </strong>(มีศรัทธา, มีอาพาธน้อย, ไม่โอ้อวด, ปรารภความเพียร, มีปัญญา) ที่ช่วยสนับสนุนให้ภิกษุหรือผู้ปฏิบัติธรรมมีความเพียรพยายามปฏิบัติกิจของศาสนาได้อย่างสำเร็จผล</p><p>&nbsp;</p><p><strong>ข้อที่ 54 สมยสูตร ว่าด้วยสมัยที่ควรบำเพ็ญเพียร</strong> คือพระสูตรที่ว่าด้วย <strong>“สมัยที่ควรบำเพ็ญเพียร” 5 ประการ</strong> (เป็นหนุ่มสาว, มีอาพาธน้อย, บิณฑบาตได้ง่าย, สังคมสามัคคี, สงฆ์พร้อมเพรียง) และ <strong>“สมัยที่ไม่ควรบำเพ็ญเพียร” 5 ประการ</strong> (แก่ชรา, เจ็บป่วย, ข้าวยากหมากแพง, ภัยอันตราย, สงฆ์แตกแยก) เพื่อเตือนสติให้พุทธบริษัทรีบลงมือปฏิบัติธรรมในขณะที่ปัจจัยต่าง ๆ ทั้งร่างกายและสิ่งแวดล้อมยังเอื้ออำนวย</p><p>&nbsp;</p><p>พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต นีวรณวรรค</p>","author_name":"ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana"}