{"version":"1.0","type":"rich","provider_name":"Acast","provider_url":"https://acast.com","height":250,"width":700,"html":"<iframe src=\"https://embed.acast.com/$/63760970dd58ee001167d420/6ad252cff38f25c0f07b5b42?\" frameBorder=\"0\" width=\"700\" height=\"250\"></iframe>","title":"ธรรมะท่ามกลางความขัดแย้ง [6942-7q]","description":"<p><strong>Q: อธิบายเพิ่มเติมเรื่องจิตกับใจและการวางจิต</strong></p><p>A: ลักษณะของจิต คือ จะผ่องใสไปตามสติปัญญาที่ตั้งไว้ หรือจะเศร้าหมองไปตามกิเลสที่เป็นอาคันตุกะจรมาก็ได้ ด้วยเหตุนี้จิตจึงไม่เที่ยง เราต้องตั้งสติไว้ ปล่อยวางความยึดถือในจิตให้ได้ และอย่าเข้าใจผิดว่าจิตนั้นเป็นของเรา เพราะถ้าเราเข้าใจว่าจิตเป็นของเรา เราจะทุกข์ทันที</p><p><br></p><p><strong>Q: วางแล้วเหลืออะไร?</strong></p><p>A: วางความยึดถือแล้ว จะเหลือปัญญาเหลือสติ</p><p><br></p><p><strong>Q: ธรรมะข้อใดเมื่ออยู่ในระหว่างคนไม่ถูกกัน และควรทำอย่างไร?</strong></p><p>A: เราต้องทำความเข้าใจว่า คนชั่วก็ไม่ได้ชั่วตลอดเวลา คนดีก็ไม่ได้ดีตลอดเวลา เราไม่ควรกล่าวหาว่าเขาเป็นคนไม่ดี เราควรเชื่อและศรัทธาว่า คนเราเปลี่ยนแปลงได้ อยู่ที่การปฏิบัติ ธรรมะที่จะนำมาใช้คือ พุทโธ ธัมโม สังโฆ เอาตรงนี้เป็นที่พึ่ง แล้วพิจารณาแนวทางว่า<strong> “แม้การบอกนั้นเราจะลำบากในการที่จะไปบอกเขา ให้เห็นว่าความลำบากที่จะเกิดขึ้นกับเราเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ความดีที่จะเกิดขึ้นกับเขามันดีกว่า ให้ทำ”</strong> ให้พิจารณาว่า<strong> “ถ้าเราต้องลำบากในการที่จะบอก บอกแล้วเขาจะขัดเคืองใจ ให้มองว่าความลำบากที่จะเกิดขึ้นกับเราเป็นเรื่องเล็กน้อย ความลำบากที่จะเกิดขึ้นกับเขาเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ว่าเขาจะดีได้ ให้บอกเขา”</strong> ให้พิจารณาว่า <strong>“ถ้าบอกแล้วเขาจะไม่พอใจ จะขัดเคืองใจ เขาจะเปลี่ยนไม่ได้ และเราจะลำบาก จะต้องขวนขวายมาก ให้วางอุเบกขา”</strong></p><p><br></p><p><strong>Q: อุคคคฤหบดีเป็นการพยากรณ์ตนด้วยตนหรือไม่?</strong></p><p>A: อุคคคฤหบดี ท่านเป็นอนาคามี ท่านรู้ว่าท่านบรรลุขั้นไหนได้ด้วยตัวท่านเอง เพราะในศาสนานี้ผู้ที่บรรลุธรรมจะรู้ว่าตนเองบรรลุธรรมขั้นไหนได้ด้วยตัวเอง และจะมีเพียงพระพุทธเจ้า พระองค์เดียวเท่านั้น ที่สามารถพยากรณ์ได้ว่าใครบรรลุขั้นไหน</p><p><br></p><p><strong>Q: ถ้ายังมูอยู่จะหวังโสดาปัตติผลได้หรือไม่?</strong></p><p>A: การอ้อนวอนขอร้องโดยไม่มีเหตุไม่มีผล เป็นลักษณะของสักกายทิฎฐิและสีลัพพตปรามาส เราจะละทั้ง 2 อย่างนี้ได้ เราต้องมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง แล้วเราจะไม่มีความเคลือบแคลงเห็นแย้งในมรรคในข้อปฏิบัติ</p>","author_name":"ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana"}