{"version":"1.0","type":"rich","provider_name":"Acast","provider_url":"https://acast.com","height":250,"width":700,"html":"<iframe src=\"https://embed.acast.com/$/63760970dd58ee001167d420/69be11fc62f6c66afee5273f?\" frameBorder=\"0\" width=\"700\" height=\"250\"></iframe>","title":"ศรัทธาคือสารตั้งต้น [6912-7q]","description":"<p><strong>Q: เมื่อเบียดเบียนสำเร็จแล้ว ไปอ้อนวอนขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลให้กระทำสำเร็จอีก จัดเป็นมิจฉาทิฏฐิหรือไม่?</strong></p><p>A<strong> :</strong> ความคิดในการเบียดเบียนเป็นมิจฉาทิฏฐิอยู่แล้ว เราจะดับความเบียดเบียนดับได้ต้องด้วยความกรุณา ส่วนความคิดที่เป็นสัมมาทิฏฐิ มี 2 ขั้นตอน คือ เราต้องแยกแยะให้ได้ว่าอันไหนคือความเบียดเบียน ถ้าเรารู้แล้วเราละไม่ได้ แสดงว่าสัมมาทิฐิของเรายังไม่เต็ม ให้เราวิเคราะห์แยกแยะแล้วนำมาปรับใช้กับชีวิตเรา</p><p>&nbsp;</p><p><strong>Q: ปกตูปนิสสยปัจจัยและปัจจัย 24 เป็นมิจฉาทิฏฐิหรือไม่?</strong></p><p>&nbsp;A : ท่านได้ให้คำตอบไว้แล้ว ทุกอย่างเกิดจากเหตุปัจจัย ไม่มีสัตว์ ตัวตน บุคคล เรา เขา ทุกอย่างเป็นอนัตตา เพราะฉะนั้นเมื่อมีผัสสะมากระทบใจ เราต้องมีสติสัมปชัญญะ เพื่อที่จะตัดสินใจได้ถูกต้องว่า ไม่ต้องยึดถือสิ่งใด ๆ ให้คิดดี พูดดี ทำดี มีเมตตา</p><p>&nbsp;</p><p><strong>Q: เมื่อยังไม่ถูกใจแม้สิ่งนั้นจะถูกต้อง ควรทำอย่างไรให้เกิดปัญญา?</strong></p><p>&nbsp;A : “ไม่ถูกใจ” ก็คือ มีผัสสะอันไม่น่าพอใจเกิดขึ้น เราต้องมีสติสัมปชัญญะ เห็นผัสสะที่ไม่น่าพอใจ เมื่อเห็นแล้วก็ให้รีบละเสีย ให้เห็นว่าความไม่พอใจความโกรธนั้นเป็นอกุศล เช่นนี้คือเรามีปัญญา</p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>Q : สนทนาธรรมอย่างไรให้ได้ธรรม?</strong></p><p><strong>&nbsp;</strong>A : ให้ดูทั้งสองฝั่ง ถ้าความลำบากจะเกิดขึ้นแก่เราและความขัดเคืองใจจะเกิดขึ้นกับเขา เราอย่าพูด หรือถ้าพูดแล้วเราลำบากใจแต่จะทำให้เขาเปลี่ยนแปลงได้ เราควรบอกเขา ให้ถือการบอกที่เปลี่ยนแปลงแล้วเป็นกุศลเป็นสำคัญ</p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>Q: Feedback เพื่อนร่วมงานอย่างไร ไม่ให้ใจกระทบกับผัสสะ?</strong></p><p>A : ให้พิจารณาทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งฝ่ายเขาและฝ่ายเรา หากเขาพอจะเปลี่ยนได้ให้บอกเขา แต่หากเขาเป็นคนบอกยากก็ให้อุเบกขาเสีย ให้ถือว่าการเปลี่ยนแปลงที่จะเป็นไปในทางกุศล เป็นเรื่องสำคัญ พยายามหาวิธีการที่เขาจะรับฟังในจุดที่เขาจะเกิดกุศลได้</p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>Q: การเซ่นสรวงมีผลหรือไม่?</strong></p><p>A : การเซ่นสรวง หมายถึง การบูชายัญ เป็นการบูชาด้วยสิ่งของและไม่มีผู้รับ ในมุมที่เป็นสัมมาทิฏฐิ คือการตั้งใจบูชาด้วยสิ่งของที่หามาได้ด้วยความบริสุทธิ์สุจริต ขอบูชาด้วยศีล บูชาความดีของท่าน บูชาด้วยคำพูดที่ดีทั้งกาย วาจา ใจ, ในมุมที่เป็นมิจฉาทิฏฐิ คือ บูชาด้วยสิ่งของแล้วอ้อนวอนขอร้อง โดยไม่ได้เข้าใจถึงเหตุและผล</p><p>&nbsp;</p><p><strong>Q: สัมมาทิฏฐิขึ้นอยู่กับกาลเวลาสังคมหรือไม่?</strong></p><p><strong>A: </strong>เป็น<strong> “อกาลิโก”</strong> คือ ไม่ประกอบด้วยกาล ไม่ว่าเมื่อไหร่กาลไหนก็ได้ผลเหมือนกัน แต่ถ้าเป็นเรื่องถูกผิดจะขึ้นอยู่กับสังคม วัฒนธรรม และกาลเวลา บางอย่างใช้ในสมัยนั้นถูก แต่ใช้ในสมัยนี้อาจจะไม่ถูกก็ได้ เพราะฉะนั้น ถูกผิดกับสัมมาหรือมิจฉา จึงต่างกัน</p><p>&nbsp;</p><p><strong>Q: ศรัทธาเป็นสารตั้งต้นของโยนิโสมนสิการใช่หรือไม่?</strong></p><p><strong>A: </strong>ทุกข์เป็นที่ตั้งอาศัยของศรัทธา เมื่อเราหาทางออกของทุกข์ เราจึงศรัทธาในคำสอน ทำให้เราเข้าไปหาเข้าไปนั่งใกล้ ได้ฟังธรรมแล้วคิดใคร่ครวญธรรมด้วยจิตที่เป็นสมาธิ คือโยนิโสมนสิการจนเกิดปัญญา เมื่อเราทำให้มากให้บ่อย ก็จะพัฒนาได้</p><p>&nbsp;</p><p><strong>Q: เห็นคนเจอเหตุการณ์ไม่ดี ควรวางจิตอย่างไร?</strong></p><p>A: เราก็ตั้งจิตอุทิศส่วนกุศล สัตว์โลกมีกรรมเป็นของตน ความตายไม่เที่ยง ตั้งตนอยู่ในกุศลธรรม</p><p>&nbsp;</p><p><strong>Q: อยู่กับคนไม่มีศีลห้า ควรปรับตัวอย่างไร?</strong></p><p>A: เราไม่ควรผิดศีลตามเขา ให้เราตั้งสติมีความอดทนหรือเปลี่ยนคนนั้นให้เป็นคนมีศีล</p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>Q: จะทราบได้อย่างไรว่าอินทรีย์แก่กล้าแล้ว?</strong></p><p>A: อินทรีย์แก่กล้าดูที่ถ้ามีผัสสะมากระทบแล้วเราละได้ อุเบกขาได้ รวดเร็วเท่ากับกระทะร้อนที่ถูกหยดน้ำแล้วระเหยไปได้อย่างรวดเร็ว นี่คืออินทรีย์ภาวนาชั้นเลิศ</p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>Q: ถ้าประโยชน์ของเราไปขัดกับผู้อื่น ควรทำอย่างไร?</strong></p><p>A : ควรเอาประโยชน์สูงสุดโดยเอาประโยชน์ 3 อย่าง 2 นัยยะมาพิจารณา จะทำให้เราตัดสินใจได้ว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดควรเว้น</p>","author_name":"ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana"}