{"version":"1.0","type":"rich","provider_name":"Acast","provider_url":"https://acast.com","height":250,"width":700,"html":"<iframe src=\"https://embed.acast.com/$/637503c280c859001151a303/6acfa24629b9fbfbe289d28f?\" frameBorder=\"0\" width=\"700\" height=\"250\"></iframe>","title":"ฉลาดในวาระจิตตน - สจิตตสูตร, ฐิติสูตร, ปริหานสูตร, สมถสูตร, ทุติยสมาธิสูตร, ตติยสมาธิสูตร [6942-4s]","description":"<p><strong>สูตร#1 สจิตตสูตร</strong> (เล่มที่ ๒๔ ข้อที่ ๕๑) ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับ ณ พระเชตวัน ทรงตรัสว่า หากภิกษุเป็นผู้ไม่ฉลาดในวาระจิตของผู้อื่น แต่ให้พึงสำเหนียกว่า“เราทั้งหลายจักเป็นผู้ฉลาดในวาระจิตของตน“ และทรงอธิบายในรายละเอียด</p><p><br></p><p><strong>สูตร#2 ฐิติสูตร</strong> (เล่มที่ ๒๔ ข้อที่ ๕๓) ทรงตรัสถึงธรรมชาติของจิตที่ฝึกแล้วและยังไม่ได้ฝึก ซึ่งส่งผลต่อความคงอยู่หรือความตั้งมั่นในธรรม</p><p><br></p><p><strong>สูตร#3 ปริหานสูตร</strong> (เล่มที่ ๒๔ ข้อที่ ๕๕) พระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุผู้มีอายุทั้งหลาย ในข้อธรรมที่พระพุทธองค์ทรงแสดงถึงองค์ประกอบที่ทำให้บุคคลเสื่อมจากกุศลธรรม (ความดีงาม หรือคุณธรรมที่ได้บรรลุแล้ว) และ องค์ประกอบที่ป้องกันไม่ให้เสื่อม</p><p><br></p><p><strong>สูตร#4 สมถสูตร</strong> (เล่มที่ ๒๔ ข้อที่ ๕๔) ทรงตรัสแก่ภิกษุว่า หากภิกษุไม่ฉลาดในการรู้ใจผู้อื่น ก็พึงเป็น <strong>&quot;ผู้ฉลาดในวาระจิตของตน&quot; </strong>เพื่อพัฒนาธรรม ๒ ฝ่าย คือ สมถะ (ความสงบใจ) และ วิปัสสนา (การเห็นแจ้งธรรม) ให้สมบูรณ์ และการเลือกเสพสิ่งที่เป็นสัปปายะ (การเลือกคบและปฏิบัติตน)</p><p><br></p><p><strong>สูตร#5 ทุติยสมาธิสูตร</strong> (เล่มที่ ๒๔ ข้อที่ ๑๙) ทรงตรัสถึง &quot;การเจริญสมาธิ&quot; เพื่อให้เกิดปัญญาเห็นแจ้งตามความเป็นจริง คือรู้แจ้งการเกิดและการดับของขันธ์ ๕</p><p><br></p><p><strong>สูตร#6 ตติยสมาธิสูตร</strong> (เล่มที่ ๒๔ ข้อที่ ๒๐) ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ถึง <strong>&quot;ลักษณะของสมาธิขั้นสูง&quot; </strong>ที่ผู้ปฏิบัติสามารถเข้าถึงได้ โดยเป็นภาวะจิตที่หลุดพ้นจากการยึดมั่นถือมั่นในสิ่งปรุงแต่งทั้งปวง</p>","author_name":"ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana"}