{"version":"1.0","type":"rich","provider_name":"Acast","provider_url":"https://acast.com","height":250,"width":700,"html":"<iframe src=\"https://embed.acast.com/$/637503c280c859001151a303/690239f9e5f14b413118188a?\" frameBorder=\"0\" width=\"700\" height=\"250\"></iframe>","title":"การตายของคหบดี - จิตตสังยุต ตอนที่ ๒ [6844-4s]","description":"<p><strong>สูตร#1 อิสิทัตตสูตรที่ ๒ ว่าด้วยพระบวชใหม่ชื่ออิสิทัตตสูตร</strong> จิตตคหบดีถามพระเถระทั้งหลายว่า เมื่อมีอะไร ทิฏฐิ ๖๒ ที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ในพรหมชาลสูตรจึงมี เมื่อไม่มีอะไร จึงไม่มี พระอิสิทัตตะขออนุญาตตอบแทนว่า เมื่อมีสักกายทิฏฐิ ทิฏฐิ ๖๒ จึงมี เมื่อไม่มี สักกายทิฏฐิจึงไม่มี พร้อมทั้งอธิบายว่า สักกายทิฏฐิมีได้เพราะเห็นขันธ์ ๕ เป็นอัตตา ถ้าไม่เห็นขันธ์ ๕ เป็นอัตตา สักกายทิฎฐิก็มีไม่ได้ คำตอบนี้ทำให้จิตตคหบดีพอใจ จึงได้รู้จักกันว่า ทั้งสองเป็นสหายกันมานแล้ว แต่ยังไม่เคยเห็นกัน</p><p><br></p><p><strong>สูตร#2 มหกปาฏิหาริยสูตร ว่าด้วยพระมหกะแสดงปาฏิหาริย์</strong> คือพระมหกะผู้เป็นพระบวชใหม่ในคณะสงฆ์ที่มาพักในอัมพาฎกวันของจิตตคหบดี แต่เป็นผู้มีฤทธิ์มาก สามารถแสดงฤทธิ์ให้มีลมเย็นและฝนตกลงมาขจัดความร้อนในขณะนั้นได้ จิตตคหบดีเห็นแล้วนิมนต์ให้แสดงฤทธิ์ให้ดูบ้าง โดยได้บันดาลฤทธิ์ให้เปลวไฟออกทางช่องลูกดาลและระหว่างกลอนประตู ให้ไหม้หญ้า แต่ไม่ให้ไหม้ผ้าห่ม จิตตคหบดีตกใจสลัดผ้าห่ม และกล่าวว่า พอได้แล้ว และถวายตัวเป็นอุปัฏฐาก</p><p><br></p><p><strong>สูตร#3 โคทัตตสูตร</strong> ท่านพระโคทัตตะขณะพักอยู่ที่อัมพาฏกวันถามจิตตคหบดีว่า อัปปมาณาเจโตวิมุตติ อากิญจัญญาเจโตวิมุตติ สุญญตาเจโตวิมุตติ และอนิมิตตาเจโตวิมุตติมีอรรถต่างกัน มีพยัญชนะต่างกันหรือมีอรรถอย่างเดียวกันต่างกันแต่พยัญชนะ จิตตคหบดีตอบแยกเป็น ๒ ประเด็นคือ เหตุที่ทำให้ธรรม ๔ ประการนี้ต่างกันทั้งธรรถและพยัญชนะก็มีอยู่ และหตุที่ทำให้มีอรรถอย่างเดียวกัน ต่างกันแต่พยัญชนะก็มีอยู่ แล้วอธิบายเหตุเหล่านั้นโดยละเอียด</p><p><br></p><p><strong>สูตร#4 นิคัณฐนาฏปุตตสูตร</strong> นิครนถ์นาฏบุตรขณะไปพักที่อัมพาฎกวัน พร้อมด้วยนิครนถบริษัท ได้ถามจิตตคหบดีว่า <em>\"ท่านเชื่อหรือไม่ว่า สมณโคดมมีสมาธิที่ไม่มีวิตก วิจาร มีความดับวิตก วิจาร\"</em> เมื่อจิตตคหบดีตอบว่า ไม่เชื่อ นิครนถ์ นาฏบุตรจึงกล่าวยกย่องชมเชยให้บริษัทของตนฟังว่า คหบดีนี้เป็นคนตรง ไม่โอ้อวด ไม่มีมารยา แต่เมื่อจิตตคหบดีขยายความว่า ที่ไม่เชื่อพระสมณโคดมอย่างนั้น เพราะตัวเองก็ได้บรรลุฌานเหล่านั้นแล้ว จึงไม่ต้องเชื่อสมณพราหมณ์ใด ๆนิครนถ์ นาฏบุตรจึงพูดกลับคำว่า จิตตคหบดีเป็นคนไม่ตรง โอ้อวด มีมารยา</p><p><br></p><p><strong>สูตร#5 อเจลกัสสปสูตร </strong>อเจลกัสสปะผู้เป็นสหายเก่า ของจิตตคหบดีได้มาพักที่อัมพาฎกวัน จิตตคหบดีทราบ จึงไปสนทนาธรรมด้วยความสนิทสนมยิ่ง อเจลกัสสปะยอมรับว่าได้บวชเป็นนักบวชเปลือยมา ๓๐ ปีแล้วไม่ได้ญาณทัสสนะอันประเสริฐอะไรเลย ซึ่งต่างกับจิตตคหบดีที่ยืนยันว่าได้เป็นอุบาสกของพระพุทธเจ้ามา ๓๐ ปี และได้บรรลุฌานสมาบัติชั้นสูง ในที่สุดจิตตคหบดีนำสหายเก่าไปขอบรรพชาอุปสมบทกับพระรูปหนึ่ง และไม่นานท่านพระกัสสปะก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์</p><p><br></p><p><strong>สูตร#6 คิลานทัสสนสูตร</strong> ขณะนั้นจิตตคหบดีป่วยหนัก มีเทวดาจำนวนมากที่สถิตอยู่ในป่า ที่ต้นไม้ ต้นหญ้า และต้นไม้ที่เป็นเจ้าป่าได้มาเยี่ยมไข้ และได้กล่าวแนะนำให้จิตตคหบดีปรารถนาขอไปเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ซึ่งจิตตคหบดีตอบว่า ไม่ต้องการ เพราะไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ต้องละจากไป พวกญาติมิตรสหายที่มาเยี่ยมเข้าใจว่าจิตตคหบดีบ่นเพ้อเพราะพิษไข้ จึงพูดปลอบใจ จิตตคหบดีจึงเล่าเรื่องให้คนเหล่านั้นฟัง และสอนให้คนเหล่านั้นมีความเลื่อมใสในพระรัตนตรัยและการให้ทาน จากนั้นท่านจิตตคหบดีได้ตายไป&nbsp;</p>","author_name":"ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana"}