{"version":"1.0","type":"rich","provider_name":"Acast","provider_url":"https://acast.com","height":250,"width":700,"html":"<iframe src=\"https://embed.acast.com/$/637503c280c859001151a303/6836e58d944c948b9aaf296e?\" frameBorder=\"0\" width=\"700\" height=\"250\"></iframe>","title":"ปัญญาพระสารีบุตรและพระมหาโกฏฐิตะ - มหาเวทัลลสูตร , นฬกลาปิยสูตร, สีลวันตสูตร, มหาโกฏฐิตสูตร [6822-4s]","description":"<p><strong>สูตร#1 มหาเวทัลลสูตร </strong>เป็นการสนทนาธรรมระหว่างท่านพระสารีบุตรและท่านพระมหาโกฏฐิกะ(หรือมหาโกฏฐิตะ) ขณะพักอยู่ ณ พระเซตวัน อารามของอนาถบินฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ท่านมหาโกฏฐิตะออกจากที่หลีกเร้นในเวลาเย็น ได้เข้าไปหาท่านพระสารีบุตรเพื่อถามปัญหา เรื่องที่ท่านถามมี 6 เรื่อง คือ 1.เรื่องปัญญากับวิญญาณ 2. เรื่องเวทนาสัญญาและวิญญาณ 3. เรื่องประโยชน์แห่งปัญญาและเหตุเกิดสัมมาทิฏฐิ 4. เรื่องภพและฌาน 5.เรื่องอินทรีย์ ๕ 6. เรื่องปัจจัยเจโตวิมุตติ ซึ่งท่านมหาโกฏฐิตะกล่าวชื่นชมยินดีภาษิตของท่านพระสารีบุตร</p><p><br></p><p><strong>สูตร#2 นฬกลาปิยสูตร </strong>ท่านพระมหาโกฏฐิตะถามท่านพระสารีบุตรเกี่ยวกับองค์ปฏิจจสมุปบาททั้ง 12 และท่านพระสารีบุตรได้เปรียบเทียบระหว่างนามรูปกับวิญญาณให้ท่านพระมหาโกฏฐิตะฟังว่าเปรียบเหมือนไม้อ้อ 2 กำพิงกัน สามารถตั้งอยู่ได้เพราะอาศัยกันและกัน และไร่เรียงปฏิจจสมุปบาทไปตามลำดับทั้งสายเกิดและสายดับ และกล่าวต่อไปว่าถ้าภิกษุแสดงธรรมเพื่อความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด เพื่อดับชราและมรณะ ชาติ ภพ ฯลฯ อวิชชา นี้รียกว่า “พระธรรรมกถึก” ถ้าภิกษุปฏิบัติเพื่อความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด เพื่อดับอวิชชา นี้เรียกว่า “ผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม” ถ้าภิกษุเป็นผู้หลุดพ้น เพราะความเบื่อหน่าย คลายกำหนัดไม่ถือมั่นอวิชชา นี้เรียกว่า “ผู้บรรลุนิพพานในปัจจุบัน”</p><p><br></p><p><strong>สูตร#3 สีลวันตสูตร </strong>พระมหาโกฏฐิตะถามพระสารีบุตรว่า ภิกษุผู้มีศีล ผู้เป็นโสดาบัน สกทาคามี อนาคามี หรืออรหันต์ ควรกระทำธรรมเหล่าไหนไว้ในใจโดยแยบคาย ท่านพระสารีบุตรตอบว่า ภิกษุผู้มีศีล ผู้เป็นโสดาบัน สกทาคามี อนาคามี หรือแม้อรหันต์ ควรกระทำอุปาทานขันธ์ 5 ไว้ในใจโดยแยบคาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นดังโรค ดังฝี ดังลูกศร เป็นความคับแค้น เป็นอาพาธ เป็นของแปรปรวน เป็นของทรุดโทรม เป็นของสูญ เป็นของไม่ใช่ตัวตน เมื่อกระทำธรรมเหล่านี้ไว้ในใจโดยแยบคาย ดังนี้แล้ว ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้ คือ ทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล สกทาคามิผล อนาคามิผล อรหัตผล และภิกษุผู้เป็นอรหันต์ ผู้ไม่มีกิจที่จะพึงทำให้ยิ่งขึ้นไป ธรรมเหล่านี้ภิกษุผู้เป็นอรหันต์เจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว เป็นไปเพื่ออยู่เป็นสุขในปัจจุบันและเพื่อสติสัมปชัญญะ&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><strong>สูตร#4&nbsp;มหาโกฏฐิตสูตร</strong> พระมหาโกฏฐิตะถามพระสารีบุตรเรื่องผัสสายตนะ 6 ดับ ซึ่งท่านพระสารีบุตรได้ตอบว่า เมื่อบุคคลกล่าวว่า ‘เพราะผัสสายตนะดับไปไม่เหลือด้วยวิราคะ อะไรอื่นยังมีอยู่หรือ ฯลฯ ชื่อว่าคิดปรุงแต่งสิ่งที่ไม่ ควรคิดปรุงแต่ง ดังนั้น ปปัญจธรรม(สิ่งที่คิดปรุงแต่ง) ย่อมดำเนินไปตราบเท่าที่ผัสสายตนะดำเนินไป ผัสสายตนะก็ดำเนินไปตราบเท่าที่ปปัญจธรรมดำเนินไป เพราะผัสสายตนะดับไปไม่เหลือด้วยวิราคะ ปปัญจธรรมจึงดับสนิท ระงับไป</p><p><br></p><p><br></p>","author_name":"ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana"}