Share
![cover art for ไม่ประมาท ไม่เบียดเบียน ไม่เดือดร้อนใจ [6807-5p]](https://open-images.acast.com/shows/63760a127c5bfb001017b3d4/show-cover.jpg?height=750)
5 นิทานพรรณนา
ไม่ประมาท ไม่เบียดเบียน ไม่เดือดร้อนใจ [6807-5p]
ในอดีตกาลพระเจ้าพรหมทัตปกครองนครพาราณสี มีพระโอรสพระนามว่า “ชนสันธกุมาร” เมื่อพระกุมารทรงเจริญวัยขึ้น ได้ศึกษาเล่าเรียนศิลปวิทยาทั้งหลายจนสำเร็จ ในกาลต่อมาเมื่อพระเจ้าพรหมทัตราชบิดาสวรรคตแล้ว พระเจ้าชนสันธราชจึงได้ขึ้นครองราชย์ และทรงรับสั่งให้สร้างโรงทานหกแห่ง ทรงบำเพ็ญมหาทานจนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วชมพูทวีป
พระองค์ทรงรับสั่งให้เปิดเรือนจำ เพื่อให้นักโทษได้มาฟังธรรม ทรงสงเคราะห์โลกด้วยสังคหวัตถุสี่ รักษาศีลห้า อยู่จำอุโบสถ ครองราชสมบัติโดยธรรม เมื่อชาวเมืองมาประชุมกัน ทรงแสดงธรรมแก่ชาวเมือง ว่า “ท่านทั้งหลายจงให้ทาน จงสมาทานศีล จงประพฤติธรรม จงประกอบการงานและการค้าขายโดยธรรม ทรงแสดงธรรมสำหรับเด็กว่า จงเรียนศิลปวิทยา จงแสวงหาทรัพย์ อย่าคดโกง อย่าทำความส่อเสียด อย่าเป็นคนดุร้ายหยาบช้า จงบำรุงมารดาบิดา มีความเคารพอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ในตระกูล” นครพาราณสีจึงเป็นนครแห่งธรรม เหตุเพราะพระองค์ได้ทำมหาชนให้ตั้งอยู่ในสุจริตธรรม
#ชนสันธชาดก #อุรคชาดก
More episodes
View all episodes

41. รอยร้าวที่เชื่อมติด ด้วยทิฏฐิที่เสมอกัน [6941-5p]
56:25||Season 69, Ep. 41นกกระเรียนแม่ลูกอ่อนตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในพระราชวัง และได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีจากพระราชา ต่อมานกกระเรียนได้ตกลูกเป็นนก 2 ตัว แต่กลับถูกพวกพระราชกุมารแกล้งจับลูกนกเหวี่ยงเล่นจนคอหักตาย แม่นกโกรธและเสียใจมาก จึงวางแผนแก้แค้นโดยการหลอกพาพระราชกุมารทั้งสองไปให้เสือโคร่งกินหลังแก้แค้นสำเร็จ แม่นกกระเรียนได้บินไปจับอยู่บนยอดภูเขา พระราชาทรงทราบเรื่องจึงตรัสเรียกให้แม่นกกลับมา โดยทรงอภัยโทษให้และยืนยันว่าจะเลี้ยงดูอย่างดีเหมือนเดิม แต่แม่นกกระเรียนได้ปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่า "เมื่อความบาดหมางและบาดแผลแห่งความสูญเสียได้เกิดขึ้นแล้ว มิตรภาพเดิมไม่อาจประสานให้สนิทดังเดิมได้ การจากกันด้วยดีจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด"#กุนตินีชาดก #ภิกษุชาวเมืองโกสัมพี #ทีฆาวุกุมาร
40. ทุกข์ข่มผู้ประมาทไว้ ด้วยอำนาจของความสุข [6940-5p]
57:22||Season 69, Ep. 40ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์เกิดเป็นเศรษฐีผู้มั่งคั่งแห่งเมืองพาราณสี มีโคอยู่ฝูงหนึ่ง ครั้นถึงฤดูทำนา จึงมอบให้คนเลี้ยงนำไปเลี้ยงในป่า และให้นำน้ำนมมาส่งตามเวลา ใกล้คอกโคนั้นมีราชสีห์อาศัยอยู่ ด้วยความหวาดกลัว ฝูงโคจึงซูบผอมและให้น้ำนมไม่เข้มข้นเหมือนเดิม ราชสีห์เองเกิดสิเนหาต่อแม่โคตัวหนึ่งในฝูง เศรษฐีเห็นดังนั้นจึงคิดอุบาย ให้จับแม่โคมาทายาพิษไว้ตามขน แล้วปล่อยกลับคืนสู่ฝูง เมื่อราชสีห์พบแม่โคด้วยความรักและคิดถึงยิ่ง จึงเลียขนตามตัวของแม่โค จนได้รับพิษและสิ้นชีวิตในที่สุด เหตุเพราะความสิเนหา จึงนำพาความพินาศมาสู่ตนเอง#วิสสาสโภชนชาดก #สันถวชาดก #นังคุฏฐชาดก #คุมพิยชาดก #อสาตรูปชาดก
39. เกราะแห่งความไม่ประมาท [6939-5p]
58:40||Season 69, Ep. 39ในอดีตกาล ช่างไม้หลายครอบครัวพากันหนีเจ้าหนี้ โดยแล่นเรือไปกลางมหาสมุทร จนพบเกาะที่อุดมสมบูรณ์ จึงพากันตั้งถิ่นฐาน ต่อมาพวกช่างไม้หลงมัวเมาในสุราและความสุข จนทิ้งอุจจาระปัสสาวะไว้ทั่วเกาะ ทำให้เทวดาโกรธและกำหนดให้น้ำทะเลท่วมเกาะในวันเพ็ญ เทพบุตรผู้มีเมตตาจึงมาเตือนให้หนีไป แต่เทพบุตรอีกองค์กลับบอกว่าไม่มีภัย ช่างไม้ส่วนใหญ่เชื่อคำหลัง มีเพียงช่างไม้ผู้มีปัญญาที่พิจารณาในคำเตือน จึงสร้างเรือเตรียมไว้ เมื่อถึงวันเพ็ญน้ำทะเลท่วมเกาะ ผู้มีปัญญาจึงพาครอบครัวหนีรอด ส่วนผู้ประมาทพากันจมน้ำเสียชีวิต เหตุเพราะไม่พิจารณาเหตุผลและเตรียมพร้อมต่อภัยในอนาคต#สมุททวาณิชชาดก #เกสปุตติสูตร #พาหิยสูตร
38. ไร้สุขส่วนเดียว หากข้องเกี่ยวกับคนพาล [6938-5p]
56:31||Season 69, Ep. 38ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์เกิดในตระกูลตัวเงินตัวทอง มีบริวารหลายร้อยตัว อาศัยอยู่ในโพรงใหญ่ริมแม่น้ำ บุตรของพระโพธิสัตว์ชื่อ “โคธปิลลิกะ” เป็นเพื่อนสนิทกับกิ้งก่าตัวหนึ่ง และมักขึ้นทับกอดกิ้งก่าด้วยความรักใคร่ เมื่อหัวหน้าฝูงทราบเรื่อง จึงเรียกบุตรมาตักเตือนว่า กิ้งก่ามีกำเนิดต่างกัน ไม่ควรสนิทสนมเกินควร เพราะอาจนำภัยมาสู่ตระกูล แต่โคธปิลลิกะไม่เชื่อฟัง ยังคงคบหาและกอดกิ้งก่าเช่นเดิม ฝ่ายกิ้งก่าเริ่มได้รับความลำบากและหวาดกลัวว่าจะถึงแก่ชีวิต จึงร่วมมือกับนายพราน วางแผนทำลายตระกูลตัวเงินตัวทองให้สิ้น#โคธชาดก #ติตถชาดก
37. สติตื่นรู้ ทวนกระแสกิเลสที่ซัดพัดไป [6937-5p]
55:04||Season 69, Ep. 37พระเจ้าปเสนทิโกศลต้องการเป็นพระญาติกับพระพุทธเจ้า จึงขอพระธิดาจากพวกเจ้าศากยะ แต่พวกเจ้าศากยะส่งนางวาสภขัตติยา ซึ่งมีมารดาเป็นทาสีไปถวาย โดยปกปิดชาติกำเนิด นางได้เป็นพระอัครมเหสีและมีพระโอรส คือ พระเจ้าวิฑูฑภะ เมื่อพระเจ้าวิฑูฑภะทราบความจริงเรื่องชาติกำเนิดของพระมารดาพระองค์เกิดความโกรธแค้นและตั้งใจแก้แค้นพวกเจ้าศากยะ ต่อมาทีฆการายนะได้ยึดอำนาจจากพระเจ้าปเสนทิโกศล และแต่งตั้งพระเจ้าวิฑูฑภะเป็นราชา พระเจ้าวิฑูฑภะจึงยกทัพไปสังหารพวกเจ้าศากยะเพื่อแก้แค้น แต่ระหว่างเดินทางกลับ พระองค์และกองทัพบางส่วนถูกน้ำป่าพัดจมน้ำเสียชีวิต#ธรรมบทแปลเรื่อง พระเจ้าวิฑูฑภะ
36. ผู้มีปัญญาย่อมไม่เศร้าโศกถึงสิ่งที่เสียไปแล้ว [6936-5p]
58:42||Season 69, Ep. 36งูตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในจอมปลวก มันเกรี้ยวกราดด้วยควันไฟกระทบนัยย์ตาของมัน เจ้างูจอมโกรธเลื้อยออกมาพลางคิดว่า ใครกันนะมาเผาไฟทำควันให้เกิดขึ้น ด้วยความโมโหอย่างสุดกำลัง ทันทีที่เห็นบุรุษผู้นั้นเจ้างูจึงจมเขี้ยวอันมีพิษร้ายไปที่ขาของเขา บุรุษนั้นล้มลงและเสียชีวิตทันทีด้วยพิษของงูผู้มีปัญญาย่อมพิจารณาถึงความโศกจากการพลัดพรากด้วยปัญญาว่า ความรำพันเศร้าโศกถึงคนที่จากไปแล้วไม่มีประโยชน์ ยิ่งกว่าเด็กน้อยผู้ร้องไห้อยากได้พระจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ เพราะถึงอย่างไร พระจันทร์ยังมีอยู่ ส่วนบุคคลที่จากไปแล้ว บัดนี้ไม่มีปรากฎอยู่ เพราะเหตุนี้ผู้มีปัญญาย่อมไม่เศร้าโศกถึงสิ่งที่เสียไปแล้ว#อุรคชาดก #ทสรถชาดก
35. ทิ้งสิ่งสูงค่า เพื่อไขว่คว้าความว่างเปล่า [6935-5p]
01:04:44||Season 69, Ep. 35จุลธนุคคหบัณฑิตสำเร็จวิชายิงธนูจากตักสิลา อาจารย์เห็นความสามารถจึงยกธิดาให้ ทั้งสองเดินทางไปพาราณสีและพบช้างดุร้าย เขาใช้ธนูยิงช้างจนชาวบ้านพ้นภัย ต่อมาพบโจรป่า โจรเห็นเครื่องประดับจึงคิดปล้น แต่หัวหน้าโจรห้ามไว้ จุลธนุคคหบัณฑิตเกิดทะเลาะกับกลุ่มโจร จึงยิงโจรจนเหลือเพียงหัวหน้า ภรรยากลับทรยศสามี ช่วยหัวหน้าโจรฆ่าเขา แล้วหนีไปด้วยกัน ต่อมาหัวหน้าโจรเห็นว่านางเป็นคนไม่ดี จึงหลอกให้ข้ามแม่น้ำและทิ้งนางไว้ พระอินทร์จึงแปลงกายเป็นสุนัขจิ้งจอกเพื่อสั่งสอนนาง แต่นางกลับไม่สำนึกผิด เพราะถูกความโลภและความหลงครอบงำ#จุลลธนุคคหชาดก #จุลปทุมชาดก
34. ผู้กลืนกินกาลเวลา [6934-5p]
57:22||Season 69, Ep. 34พระเจ้าพรหมทัตทรงครองราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ ครั้นเจริญวัยก็สำเร็จสรรพวิชา เป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์ สอนมนต์ให้แก่มาณพทั้งหลาย เหล่าศิษย์เมื่อเรียนจบแล้ว พากันหลงตนว่ามีปัญญาเทียบอาจารย์ จึงเกิดความทะนงและกล่าวถ้อยคำดูหมิ่นอาจารย์ว่า “ต้นไม้นี้ไม่มีแก่นฉันใด อาจารย์ก็ฉันนั้น” พระโพธิสัตว์ผู้เป็นอาจารย์ ครั้นได้ฟังถ้อยคำหยามหมิ่น จึงประสงค์สั่งสอน ได้ตั้งคำถามแก่เหล่ามาณพทั้งหลายว่า “กาลเวลานั้นย่อมกัดกินสัตว์ทั้งปวง แม้ตัวของมันเองก็ถูกกาลกลืนกิน ถ้าเช่นนั้นเล่า ใครเล่าหนอที่สามารถกินกาลเวลาได้” เหล่ามาณพทั้งหลาย แม้เรียนจบวิชาแล้ว ก็หามีผู้ใดสามารถตอบได้ไม่ ต่างนิ่งเงียบ อับจนถ้อยคำ มิอาจไขปริศนาแห่งอาจารย์ได้เลย#มูลปริยายชาดก #ติรีติวัจฉชาดก
33. พลิกทิฏฐิมุมมอง ปล่อยวางความขัดข้องด้วยกุศลธรรม [6933-5p]
55:09||Season 69, Ep. 33ภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งไปฉันข้าวต้มที่เรือนนางวิสาขา ระหว่างรอพระเถระ หลานสาวของนางกำลังกรองน้ำ เห็นเงาตนเองในตุ่มจึงหัวเราะ ภิกษุหนุ่มเห็นเข้าก็หัวเราะตาม นางจึงพูดว่า “คนหัวขาด ย่อมหัวเราะ” ภิกษุหนุ่มไม่พอใจ ด่าตอบจนเกิดการโต้เถียง นางวิสาขาและพระเถระต่างพยายามไกล่เกลี่ยแต่ไม่สำเร็จ ครั้นพระพุทธเจ้าเสด็จมา ทรงทราบว่าภิกษุหนุ่มมีอุปนิสัยแห่งโสดาปัตติผล จึงตรัสสอนให้เห็นโทษของการปล่อยใจไปตามกิเลส ความประมาท และความเห็นผิด พร้อมประทานพระคาถาว่า “ไม่พึงเสพธรรมอันเลว ไม่พึงอยู่ร่วมกับความประมาท ไม่พึงเสพมิจฉาทิฏฐิ และไม่พึงเป็นผู้เพิ่มพูนความเสื่อมแก่โลก” ภิกษุหนุ่มได้ดวงตาเห็นธรรม บรรลุโสดาปัตติผลในที่สุด#นิทานธรรมบทเรื่องภิกษุหนุ่ม #นิทานธรรมบทเรื่องอุตตราอุบาสิกา