Share
![cover art for พระมหากัสสปะเถระ - กัสสปสังยุต [6846-4s]](https://open-images.acast.com/shows/637503c280c859001151a303/show-cover.jpg?height=750)
4 คลังพระสูตร
พระมหากัสสปะเถระ - กัสสปสังยุต [6846-4s]
สูตร#1 สันตุฏฐสูตร(ความสันโดษ)ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย เขตกรุงสาวัตถี ทรงตรัสสรรเสริญท่านพระมหากัสสปะว่า พระมหากัสสปะนี้เป็นผู้สันโดษด้วยปัจจัย๔ คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร ไม่หลงติดใจในปัจจัย ๔ มองเห็นโทษและใช้สอยปัจจัย ๔ อย่างรู้คุณค่าด้วยปัญญญา ทรงแนะนำให้ภิกษุทั้งหลายประพฤติปฏิบัติตามท่านพระมหากัสสปะ
สูตร#2 อโนตตัปปิสูตร(ความไม่สะดุ้งกลัว) การสนทนาธรรมระหว่าง ท่านพระมหากัสสปะและท่านพระสารีบุตร ขณะอยู่ในป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เขตกรุงพาราณสี เกี่ยวกับบุคคล ๒ ประเภท ๑) บุคคลผู้ไม่มีความเพียรเครื่องเผากิเลส ไม่มีความสะดุ้งกลัวบาป เป็นผู้ไม่ควรเพื่อตรัสรู้และเพื่อนิพพาน ๒) บุคคลผู้มีความเพียรเครื่องเผากิเลส มีความสะดุ้งกลัวบาป จึงเป็นผู้ควรเพื่อตรัสรู้และเพื่อนิพพาน
สูตร#3 จันทูปมาสูตร (การเปรียบเทียบภิกษุกับดวงจันทร์) ทรงแสดงวิธีเข้าไปสู่ตระกูลของท่านพระมหากัสสปะโดยไม่ยึดติดในตระกูล เข้าไปสู่ตระกูลโดยมุ่งประโยชน์สุข ไม่เข้าไปเพื่อหวังลาภสักการะ เปรียบเหมือนดวงจันทร์ไม่ติดในนภากาศ เมื่อทำได้อย่างนี้การเข้าไปสู่ตระกูลก็ไม่มีโทษ การแสดงธรรมก็บริสุทธิ
สูตร#4 กุลูปกสูตร (ภิกษุผู้เข้าไปสู่ตระกูล) ทรงแสดงวิธีการเข้าสู่ตระกูลของท่านพระมหากัสสปะโดยไม่ยืดติดในปัจจัย ๔ และทรงแสดงคุณสมบัติของภิกษุผู้สมควรเข้าไปสู่ตระกูลและภิกษุผู้ไม่สมควรเข้าสู่ตระกูล คือ ไม่มุ่งหวังหรือมุ่งหวังในลาภและความเคารพนับถือของทายก และทรงแนะนำให้ภิกษุปฏิบัติตามพระมหากัสสปะ
สูตร#5 ชิณณสูตร (ความแก่) ทรงสนทนากับพระมหากัสสปะ ณ เวฬุวัน ทรงปรารภความแก่ชราของท่านพระมหากัสสปะ จึงทรงแนะนำให้ท่านพระมหากัสสปะรับคหบดีจีวร รับโภชนะในที่นิมนต์และอยู่ในสำนักของพระองค์ แต่ท่านพระมหากัสสปะยืนยันที่จะอยู่ในป่าและถือธุดงควัตรเหมือนเดิม ด้วยเหตุผล ๒ ประการคือ การอยู่เป็นสุขในปัจจุบันและเพื่ออนุเคราะห์หมู่ชนในภายหลัง
สูตร#6 โอวาทสูตร (การให้โอวาท) ทรงรับสั่งให้ท่านพระมหากัสสปะอบรมสั่งสอนภิกษุทั้งหลายด้วยธรรมีกถา ท่านพระมหากัสสปะกราบทูลว่า บัดนี้ ภิกษุทั้งหลายเป็นผู้ว่ายากสอนยาก ไม่อดทน ไม่รับคำพร่ำสอน เพราะได้เห็นสัทธิวิหาริกของพระอานนท์และสัทธิวิหาริกของพระอนุรุทธะกล่าวล่วงเกินกันและกันด้วยสุตะ พระผู้มีพระภาคจึงทรงเรียกสัทธิวิหาริกนั้นมา ทรงไตร่ถามข้อเท็จจริง ภิกษุนั้นยอมรับ และขอให้ทรงให้อภัยโทษ ทรงตรัสยกโทษให้ เพราะเหตุที่เห็นความผิดเป็นความผิด แล้วแก้ไขให้ถูกต้อง ทั้งนี้เพื่อความเจริญในธรรมวินัยต่อไป
สูตร#7 ทุติยโอวาทสูตร (การให้โอวาท สูตรที่ ๒) ทรงรับสั่งให้ท่านพระมหากัสสปะอบรมสั่งสอนภิกษุทั้งหลายด้วยธรรมีกถา ท่านพระมหากัสสปะกราบทูลว่า ภิกษุทั้งหลายเป็นผู้ว่ายากสอนยาก ไม่อดทน ไม่รับคำพร่ำสอน ทั้งไม่มีศรัทธา หิริ โอตตัปปะ วิริยะ ปัญญาในกุศลธรรม จึงหวังความเจริญในธรรมไม่ได้ เปรียบเหมือนดวงจันทร์ข้างแรมที่อับแสง ไม่เต็มดวง ไร้รัศมี การที่บุคคลไม่มีศรัทธานับเป็นความเสื่อม แต่ถ้ามีศรัทธา นับว่าเป็นความเจริญ เปรียบเหมือนดวงจันทร์ในวันเพ็ญเปล่งรัศมีเจิดจ้า ทรงอนุโมทนาภาษิตของท่านพระมหากัสสสปะ
สูตร#8 ตติยโอวาทสูตร (การให้โอวาท สูตรที่ ๓) ทรงรับสั่งให้ท่านพระมหากัสสปะอบรมสั่งสอนภิกษุทั้งหลายด้วยธรรมีกถา ท่านพระมหาทัสสปะกราบทูลว่า ภิกษุทั้งหลายเป็นผู้ว่ายากสอนยาก ไม่อดทน ไม่รับคำพร่ำสอนโดยเคารพ ทรงเห็นด้วยกับคำกล่าวของท่านพระมหากัสสปะ แล้วทรงแสดงความประพฤติที่แตกต่างกันของภิกษุในครั้งก่อนกับภิกษุในสมัยปัจจุบัน
สูตร#9 ปรัมมรณสูตร (ตถาคตตายแล้วเกิดอีกหรือไม่เกิด) พระมหากัสสปะสนทนาธรรมกับพระสารีบุตร โดยพระสารีบุตรเป็นผู้ถามท่านพระมหากัสสปะเกี่ยวกับอัตตา(ตัวตน)ตั้งเป็นคำถามได้ ๔ ประเด็น คือตถาคตตายแล้วเกิดอีกหรือ ตถาคตตายแล้วไม่เกิดอีกหรือ ตถาคตเกิดอีกและไม่เกิดอีกหรือ ตถาคตเกิดอีกก็มิใช่ไม่เกิดอีกก็มิใช่หรือ ท่านพระมหากัสสปะตอบว่า ปัญหาเหล่านี้พระผู้มีพระภาคไม่ทรงตอบเพราะทรงเห็นว่าไม่มีประโยชน์ปัญหาที่พระองค์ทรงตอบคือ ทุกข์ เหตุเกิดแห่งทุกข์ ความดับทุกข์ และปฏิปทาที่ให้ถึงความดับทุกข์ เพราะธรรมเหล่านี้มีประโยชน์ สงบระงับ ตรัสรู้ และเพื่อนิพพานสูตร#10 สัทธรรมปฏิรูปกสูตร (สัทธรรมปฏิรูป) ทรงแสดงต้นเหตุแห่งความเสื่อมและความเจริญแห่งสัทธรรมแก่ท่านพระมหากัสสปะว่า เหตุที่ทำให้สัทธรรมเสื่อมสูญมี ๕ ประการ คือ บริษัท ๔ ในธรรมวินัยนี้ไม่เคารพยำเกรงในพระศาสดา ในพระธรรม ในพระสงฆ์ ในสิกขา และในสมาธิ ส่วนเหตุที่ทำให้สัทธรรมเจริญตั้งมั่นก็มีนัยตรงข้ามกับที่กล่าวแล้ว
More episodes
View all episodes

41. ใจเขา ใจเรา - อนุมานสูตรและจูฬตัณหาสังขยสูตร [6941-4s]
59:36||Season 69, Ep. 41สูตร#1 อนุมานสูตร พระมหาโมคคัลลานะแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะพักอยู่เภสกฬาวัน เขตเมืองสุงสุมารคิระ แคว้นภัคคะ โดยปรารภการปวารณาของภิกษุเพื่อขอให้ท่านว่ากล่าวตักเตือนได้ โดยยกเรื่องธรรมที่ทำให้เป็นผู้ว่ายาก ๑๖ ประการ และธรรมที่ทำให้เป็นผู้ว่าง่าย ๑๖ ประการ และให้ภิกษุนำข้อธรรมทั้ง ๑๖ มาเทียบเคียงตนด้วยตนเองสูตร#2 จูฬตัณหาสังขยสูตร ทรงแสดงแก่ท้าวสักกะ ณ บุพพาราม กรุงสาวัตถี เพื่อตอบปัญหาของท้าวสักกะ ที่ได้ทูลถามว่า กล่าวโดยย่อ ข้อปฏิบัติเพียงเท่าไร ภิกษุจึงชื่อว่า ผู้หลุดพ้นด้วยธรรมเป็นที่สิ้นตัณหา ฯลฯ เป็นผู้ประเสริฐกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทรงตรัสตอบและอธิบายถึงข้อปฏิบัติที่ว่า "ธรรมทั้งปวง ไม่ควรยึดมั่น" จากนั้นพระมหาโมคคัลลานะเดินทางไปยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ของท้าวสักกะ เพื่อดูว่าพระองค์ทรงเข้าใจสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนอย่างแท้จริงหรือไม่
40. การบำเพ็ญเพียร - อังคสูตร, สมยสูตร, ปฐมมรณัสสติสูตร, ทุติยมรณัสสติสูตร, สันธสูตร, โสณสูตร [6940-4s]
57:56||Season 69, Ep. 40สูตร#1 อังคสูตร (เล่มที่ ๒๒ ข้อที่ ๕๓) ว่าด้วยองค์ของภิกษุผู้มีความเพียร ๕ ประการสูตร#2 สมยสูตร (เล่มที่๒๒ ข้อที่ ๕๔) ว่าด้วยสมัยที่ไม่ควรบำเพ็ญเพียร ๕ ประการ และสมัยที่ควรบำเพ็ญเพียร ๕ ประการสูตร#3 ปฐมมรณัสสติสูตร (เล่มที่ ๒๓ ข้อที่ ๗๓) ว่าด้วยการเจริญมรณัสสติ สูตรที่ ๑ ทรงแสดงเกี่ยวกับการเจริญสติระลึกถึงความตาย ว่ามีผลมากและมีอานิสงส์มาก โดยทรงจำแนกวิธีคิดของภิกษุออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ประมาท และกลุ่มผู้ไม่ประมาทสูตร#4 ทุติยมรณัสสติสูตร (เล่มที่ ๒๓ ข้อที่ ๗๔) ว่าด้วยการเจริญมรณัสสติ สูตรที่ ๒ ทรงแสดง ณ คิญชกาวสถาราม ในนาทิกคาม โดยตรัสถึงการเจริญมรณัสสติ (การระลึกถึงความตาย) ว่ามีผลมาก มีอานิสงส์มาก และมีอมตะ (นิพพาน) เป็นที่สุด ทรงแนะให้ภิกษุพิจารณาปัจจัยแห่งความตายที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เพื่อให้เกิดความรู้สึกเร่งด่วนในการละอกุศลและทำความเพียร โดยวัดจากช่วงเวลาที่คิดว่าตนจะมีชีวิตอยู่สูตร#5 สันธสูตร (เล่มที่ ๒๔ ข้อที่ ๙) ว่าด้วยธรรมเทศนาที่แสดงแก่พระสันธะ ทรงเปรียบเทียบการทำสมาธิเป็น ๒ ลักษณะใหญ่ ๆ คือ การเพ่งแบบม้ากระจอก (อุปมาถึงผู้ปฏิบัติที่ยังติดในนิวรณ์) และการเพ่งแบบม้าอาชาไนย (อุปมาถึงการเจริญสมาธิขั้นสูง/วิปัสสนา) ซึ่งเป็นการทำสมาธิที่มุ่งตรงสู่ความหลุดพ้นและพระนิพพานอย่างแท้จริงสูตร#6 โสณสูตร (เล่มที่ ๒๒ ข้อที่ ๕๕) ว่าด้วยพระโสณะ ทรงแสดงหลักธรรมสำคัญเกี่ยวกับการปฏิบัติความเพียร (วิริยะ) ให้พอดี ไม่ตึงหรือหย่อนจนเกินไป ผ่านอุปมาเรื่องพิณ 3 สาย
39. ข้อปฏิบัติเพื่อความสิ้นตัณหา - จูฬตัณหาสังขยสูตร และมหาตัณหาสังขยสูตร [6939-4s]
57:19||Season 69, Ep. 39สูตร#1 จูฬตัณหาสังขยสูตร (เล่มที่๑๒ ข้อที่๓๙๐)ทรงแสดงแก่ท้าวสักกะ ณ บุพพารามกรุงสาวัตถี ทรงปรารภคำถามของท้าวสักกะ ว่า ข้อปฏิบัติเพียงเท่าไร ภิกษุจึงชื่อว่า ผู้หลุดพ้นด้วยธรรมเป็นที่สิ้นตัณหา เป็นต้น ทรงตรัสอธิบายในรายละเอียด ท้าวสักกะชื่นชมพระภาษิตและทูลลากลับ จากนั้นพระมหาโมคคัลลานะเดินทางไปยังสวรรค์ของท้าวสักกะ จอมเทพ เพื่อสอบถามว่าพระองค์ทรงเข้าใจสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนอย่างแท้จริงหรือไม่ และได้กลับมารายงานให้พระพุทธเจ้าทรงทราบ และทรงยืนยันว่าได้ตรัสอย่างนั้นจริงสูตร#2 มหาตัณหาสังขยสูตร (เล่มที่๑๒ ข้อที่ ๓๙๖) ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน โดยทรงปรารภความเห็นผิดของภิกษุชื่อ“สาติ“ ผู้เป็นบุตรชาวประมง ซึ่งมีความเห็นว่า “ วิญญาณนี้แลมิใช่อื่น ท่องเที่ยวไป แล่นไป” แต่พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าวิญญาณอาศัยปัจจัยเกิดขึ้น ถ้าไม่มีปัจจัย วิญญาณก็เกิดไม่ได้ และทรงตรัสเรื่อง ปัจจัยเป็นเหตุเกิดแห่งวิญญาณ ,ปัจจัยเป็นเหตุเกิดแห่งขันธ์ 5 ,ปฏิจจสมุปบาทสายเกิดเป็นต้น
38. การปรารภความเพียร - กุสีตารัมภวัตถุสูตร,ปฐมอนาคตภยสูตร,ทุติยอนาคตภยสูตร,สังวรสูตร, ปธานสูตร,ปโตทสูตร [6938-4s]
56:16||Season 69, Ep. 38สูตร#1 กุสีตารัมภวัตถุสูตร(เล่มที่๒๓ ข้อที่ ๘๐) ว่าด้วยเหตุแห่งความเกียจคร้าน ๘ ประการ และเหตุแห่งความเพียร ๘ ประการที่สอดคล้องกันสูตร#2 ปฐมอนาคตภยสูตร(เล่มที่๒๒ ข้อที่๗๗) ทรงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ถึงอันตรายจากการใช้ชีวิตในป่าท่ามกลางสัตว์ป่าและสิ่งอื่น ๆ ในทำนองเดียวกันสูตร#3 ทุติยอนาคตภยสูตร(เล่มที่๒๒ ข้อที่ ๗๘) ทรงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ถึงความไม่แน่นอนของชีวิตอาจเป็นอุปสรรคต่อการฝึกปฏิบัติสูตร#4 สังวรสูตร (เล่มที่ ๒๑ ข้อที่ ๑๔)ทรงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายถึงความเพียร ๔ ประการ ที่จะเป็นเหตุให้ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ผู้มีความเพียร ถึงความสิ้นทุกข์ได้สูตร#5 ปธานสูตร (เล่มที่ ๒๑ ข้อที่ ๑๓) ว่าด้วยสัมมัปปธาน ความเพียรชอบ ๔ ประการสูตร#6 ปโตทสูตร (เล่มที่๒๑ ข้อที่๑๑๓)ว่าด้วยปฏักของสารถี ทรงเปรียบเทียบระหว่างม้าอาชาไนยพันธุ์ดี ที่จะตอบสนองต่อการกระตุ้นของปฏัก มี ๔ ระดับ กับบุรุษอาชาไนยผู้เจริญ ๔ จำพวก
37. การออกบวชที่ชอบธรรม-โฆฏมุขสูตร และ ฆฏิการสูตร [6937-4s]
58:08||Season 69, Ep. 37สูตร# 1 โฆฏมุขสูตร เป็นเหตุการณ์ที่เกิดหลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพาน ท่านพระอุเทนะแสดงแก่โฆฏมุขะพราหมณ์ ซึ่งเข้าไปสนทนาธรรม ณ เขมิยอัมพวัน ปรารภเหตุที่โฆฏมุขะพราหมณ์ได้แสดงความเห็นของตนว่า การบวชอันชอบธรรมย่อมไม่มี ท่านพระอุเทนะได้แสดงบุคคล 4 จำพวกและบริษัท 2 จำพวกให้โฆฏมุขะพราหมณ์ฟัง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการบวชมีผล เพราะผู้ไม่ทำตนและผู้อื่นให้เดือดร้อนมีมากในนักบวชโฆฏมุขะพราหมณ์ได้ท่านพระอุเทนะเป็นกัลยาณมิตรให้เกิดความเลื่อมใสถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นสรณะ และได้สร้างโรงฉันปัจจุบันเรียกว่า‘โฆฏมุขี’ ถวายแก่สงฆ์เมืองปาตลีบุตร สูตร# 2 ฆฏิการสูตร เป็นสมัยที่พระพุทธเจ้าเกิดเป็นมานพชื่อโชติปาละ ซึ่งเป็นสมัยของพระกัสสปพุทธเจ้า มีกัลยาณมิตรเป็นช่างปั้นหม้อชื่อฆฏิการะ ที่ได้ชักชวนไปฟังธรรม ซึ่งตอนแรกนั้นโชติปาละไม่ยอมไป ต้องชวนถึง 3 ครั้ง และเมื่อฟังธรรมแล้วโชติปาละมานพได้ออกบวช ส่วนช่างหม้อจำเป็นต้องเลี้ยงมารดาผู้ชราและเสียจักษุ จึงไม่ได้ออกบวช
36. สุภมาณพ - สุภสูตร และจูฬกัมวิภังคสูตร [6936-4s]
01:16:29||Season 69, Ep. 36สูตร #1 สุภสูตร (เล่มที่๑๓) เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้าและสุภมานพ ขณะทรงประทับอยู่ ณ พระเชตวัน เขตกรุงสาวัตถี ได้ทูลถามปัญหาหลายข้อ ทรงตอบและแสดงถึงผลของการดำเนินชีวิตแบบคฤหัสถ์กับบรรพชิตว่า การดำเนินชีวิตแบบบรรพชิตแม้จะมีการเตรียมการน้อยแต่ก็มีผลมากกว่าและก่อให้เกิดคุณธรรมมากกว่าสูตร #2 จูฬกัมวิภังคสูตร (เล่มที่๑๔) เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้าและสุภมานพ ขณะทรงประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ทรงตอบปัญหาเรื่องเหตุทำให้สัตว์มีอายุสั้น มีอายุยืน มีโรคมากหรือโรคน้อย เป็นต้น และเหตุที่ทำให้คนเลวและดีต่างกัน โดยทรงยกภาษิตว่าด้วยกฏแห่งกรรม
35. ความประพฤติที่ผู้รู้ติเตียน - พาหิติกสูตร ,กรรณกัตถลสูตร,ฐานสูตร และ ปิยชาติกสูตร [6935-4s]
58:07||Season 69, Ep. 35สูตร#1 พาหิติกสูตร ว่าด้วยการถวายผ้าพาหิติกา(ผ้าที่ทอจากต่างแคว้น) เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระอานนท์และพระเจ้าปเสนทิโกศล กษัตริย์ผู้ครองแคว้นโกศล ณ ฝั่งแม่น้ำอจิรวดี ทรงตรัสถามพระอานนท์ว่า พระพุทธเจ้าทรงประพฤติ ทางกาย วาจา ใจ ที่ผู้รู้ติเตียนหรือไม่ กับ ความประพฤติที่ผู้รู้ติเตียนและผู้รู้ไม่ติเตียนเป็นอย่างไร พระอานนท์ได้ตอบอธิบายในรายละเอียด เมื่อท่านพระอานนท์แสดงจบ พระเจ้าปเสนทิโกศลเกิดความเลื่อมใสทรงถวายผ้าพาหิติกาเพื่อบูชาธรรมแก่พระอานนท์ ซึ่งท่านได้นำไปถวายพระพุทธเจ้าสูตร #2 กรรณกัตถลสูตร เป็นการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้าและพระเจ้าปเสนทิโกศล ขณะประทับอยู่ ณ กัณณกัตถละ อุทัญญานคร แคว้นโกศล ทรงสนทนา เรื่องสัพพัญญู , วรรณะ 4 ,เทวดาและพรหม โดยได้ทรงพยากรณ์ความเป็นสัพพัญญู , ทรงตรัสถึงวรรณะ 4 จำพวกในสัมปรายภพไม่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับมีหรือไม่มีธรรม 5 ประการ และความเพียร เปรียบเหมือนสัตว์ที่ฝึกกับสัตว์ที่ไม่ได้ฝึก ,ตรัสตอบเรื่องเทวดาและพรหมที่มีความเบียดเบียน มีทุกข์จึงจะมาเกิดในมนุษยโลกสูตร#3 ฐานสูตร (เพิ่มเติม) พระพุทธเจ้าตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้ มี 5 ประการ คือ อย่าแก่ อย่าเจ็บไข้ อย่าตาย อย่าสิ้นไป และอย่าฉิบหายสูตร#4 ปิยชาติกสูตร (เพิ่มเติม)ตอน ลูกชายคนเดียวของคหบดีตาย
34. การระงับความอาฆาต - อาฆาตวัตถุสูตร, อาฆาตปฏิวินยสูตร, ปฐมและทุติยอาฆาตปฏิวินยสูตร,สัพพาสวสังวรสูตร [6934-4s]
54:32||Season 69, Ep. 34สูตร#1 อาฆาตวัตถุสูตร (เล่มที่๒๓ ข้อที่๒๙) ทรงตรัสแก่ภิกษุ ถึงสาเหตุผูกอาฆาต ๙ประการสูตร#2 อาฆาตปฏิวินยสูตร (เล่มที่๒๓ ข้อที่๓๐) ทรงแสดงแก่ภิกษุ ถึงอุบายเป็นเครื่องกำจัดอาฆาต ๙ ประการสูตร#3 ปฐมอาฆาตปฏิวินยสูตร (เล่มที่๒๒ ข้อที่๑๖๑) ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย เรื่อง อุบายกำจัดอาฆาต ๕ ประการ ซึ่งเป็นเครื่องกำจัดอาฆาตที่เกิดขึ้นแก่ภิกษุได้อย่างสิ้นเชิงสูตร#3 ทุติยอาฆาตปฏิวินิยสูตร (เล่มที่๒๒ ข้อที่๑๖๒) ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลายถึงอุบายกำจัดอาฆาต ๕ ประการ ซึ่งเป็นเครื่องกำจัดอาฆาตที่เกิดขึ้นแก่ภิกษุได้อย่างสิ้นเชิงสูตร#4 สุภสูตร [เล่มที่๑๓ ข้อที่ ๗๒๘]ว่าด้วยบริขารของจิตเพื่อความไม่เบียดเบียนสูตร#5 สัพพาสวสังวรสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ความสิ้นอาสวะทั้งปวงจะมีได้ เฉพาะผู้รู้ ผู้เห็นเท่านั้น ด้วยการพิจารณาโดยแยบคาย ทรงจำแนกอาสวะออกเป็น 7 ชนิด ตามเหตุเกิดและอุบายวิธีที่จะละให้หมดสิ้นไปได้ คือ อาสวะที่ต้องละด้วย 1. ทัสสนะ (ความเห็น) 2. การสังวร 3. การใช้สอย 4. การอดกลั้น 5. การเว้น 6. การบรรเทา 7. การเจริญ อาสวะเหล่านั้นเมื่อภิกษุละได้แล้วด้วยอุบายนั้น ๆ อาสวะนั้นละได้เด็ดขาด
33. ความบริสุทธิ์อันมีวรรณะ ๔ - อัสสลายนสูตร [6933-4s]
47:58||Season 69, Ep. 33อัสสลายนสูตร เป็นการโต้วาทะระหว่างพระพุทธเจ้า กับ "อัสสลายนมาณพ" พราหมณ์หนุ่มวัย ๑๖ ปี มานพผู้ฉลาดหลักแหลม ซึ่งถูกยุยงโดยพวกพราหมณ์ให้มาโต้วาทะกับพระพุทธเจ้า ในประเด็นเรื่องวรรณะแม้จะไม่เต็มใจ เนื่องจากพระพุทธเจ้าทรงตรัสคัดค้านความเชื่อเรื่องระบบวรรณะและความประเสริฐโดยกำเนิดของพราหมณ์ โดยทรงตรัสถามตอบชี้แจงด้วยเหตุผลตามความเป็นจริง ซึ่งอัสสลายนมาณพถึงกับหมดปฏิภาณที่จะโต้แย้ง และเกิดความเลื่อมใส ประกาศตนเป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต