Share

cover art for ปฏิจจสมุปบาทสายเกิด "อุปปัชชติ" [6910-3d]

3 ใต้ร่มโพธิบท

ปฏิจจสมุปบาทสายเกิด "อุปปัชชติ" [6910-3d]

Season 69, Ep. 10

ความทุกข์ที่รุนแรงที่สุดในชีวิตคนหนึ่ง ๆ ก็คือ ความตาย นั่นเอง ดังนั้นเราจะสามารถรับมือกับความตายได้ก็ด้วยการทำให้การเกิดสิ้นไป รายละเอียด และวิธีการสามารถศึกษาได้จากธรรมะของพระพุทธเจ้า ที่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าต้องอาศัยการใคร่ครวญโดยแยบคายเป็นอย่างดี จึงจะกลั่นกรองออกมาเป็นธรรมะได้ ถือเป็นสัจจะความจริงสำหรับทุกกรณี ทุกคน ทุกเวลา และทุกสถานที่ เป็นอกาลิโก และทนต่อการเพ่งพิสูจน์ได้

More episodes

View all episodes

  • 14. อธิฐานธรรม 4 ประการ [6914-3d]

    58:17||Season 69, Ep. 14
    อธิษฐานธรรม 4 ไม่ใช่การอ้อนวอนขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่คือการสร้างฐานใจที่มั่นคงเพื่อบรรลุเป้าหมายด้วยวิธีที่ถูกต้อง ประกอบด้วย1. ปัญญา: ไม่ละเลยการใช้เหตุผลเพื่อเข้าถึงความจริง2.  สัจจะ: จริงใจ พูดจริง ทำจริง และรักษาสัจจะ3.  จาคะ: สละกิเลสและนิสัยที่ผิดพลาด4.   อุปสมะ: ฝึกใจให้สงบระงับจากความวุ่นวายนี่คือหลักการประดิษฐานความมั่นคงไว้ในใจ หากคุณเปลี่ยนจากการ "บนบาน" มาเป็นการใช้ "พลังใจ" ตามหลักอธิฐานธรรมนี้ ความสำเร็จที่ยั่งยืนย่อมอยู่ไม่ไกล
  • 13. ฐานะที่พึงพิจารณาด้วยกำลังของบัณฑิต [6913-3d]

    59:19||Season 69, Ep. 13
    เมื่อต้องพบเจอสิ่งที่น่าพอใจและไม่น่าพอใจ คนพาลย่อมไม่รู้ชัดซึ่งประโยชน์ แต่บัณฑิตจะสามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งนี้เป็นประโยชน์หรือมีโทษ แล้วกระทำในสิ่งที่ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์นั้นได้กล่าวถึงฐานสูตรต่างๆ กล่าวคือฐานะแห่งความเสื่อมและความเจริญ 4 ประการ คือ ทำสิ่งที่ไม่น่าพอใจและน่าพอใจเมื่อทำย่อมเป็นไปเพื่อโทษหรือประโยชน์บุคคลมีศรัทธาเลื่อมใส โดยฐานะ 3 ประการ คือ เป็นผู้ใคร่จะเห็นท่านผู้มีศีล ปรารถนาจะฟังพระสัทธรรม ปราศจากความตระหนี่ฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้ 5 ประการ คือ ขอสิ่งที่มีความแก่, ความเจ็บ, ความตาย, ความสิ้นไป, ความฉิบหายเป็นธรรมดา ว่าอย่าแก่…ฯ เป็นฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้ฐานะที่ควรพิจารณาเนืองๆ 5 ประการ คือ พิจารณาเนื่องๆว่า เรามีความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความพลัดพรากจากของรัก เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นไปได้ เรามีกรรมเป็นของตน เราทำกรรมใดไว้ ย่อมเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น
  • 12. ทิฎฐิ 62  ตอนที่ 2 [6912-3d]

    57:33||Season 69, Ep. 12
    ทิฏฐิ 62 คือมิจฉาทิฏฐิที่เกิดจากความหลงผิดในขันธ์ 5 โดยมี "ผัสสะ" เป็นเหตุปัจจัย สามารถจัดกลุ่มตามลักษณะจิตได้ 6 รูปแบบ ดังนี้1. ผู้ที่ชอบคาดเดา คาดคะเน คิดไปเองโดยไม่ทดลอง เชื่อว่าโลกเที่ยง หรือกายไม่เที่ยงแต่จิตเที่ยง2. ผู้มีสมาธิและปัญญาโลกียะ รูปแบบการไปยึดถือคือว่าหลังตายมีสัญญา ไม่มีสัญญา หรือเชื่อว่าตายแล้วสูญ3. ผู้ที่มีสมาธิคือได้เฉพาะเจโตสมาธิ รูปแบบการไปยึดถือคือเห็นว่าโลกมีที่สุดหรือไม่มีที่สุด ยึดติดในกามหรือฌานเป็นนิพพาน4. ผู้มุ่งเน้นกาม: จิตผูกพันอยู่กับกามทางโลก5. ผู้ที่มีความกลัวต่อภัย คือกลัวจะผิด กลัวว่าจะถูกซักถามทำให้ปฏิเสธไปหมด6. ผู้โง่เขลา ขาดความรู้ความเข้าใจจนปฏิเสธความจริงทุกอย่างทิฏฐิเหล่านี้เป็นกับดักที่ทำให้สัตว์โลกยังติดอยู่ในวัฏสงสาร การจะหลุดพ้นได้ต้องอาศัยการมองเห็นความ "ไม่เที่ยง" เพื่อถอนความยึดมั่นถือมั่นและเกิดปัญญาในการบรรลุธรรม
  • 11. ปฏิจจสมุปบาทสายดับ "นิรุชฌติ" [6911-3d]

    58:50||Season 69, Ep. 11
    “ทุกข์เท่านั้นที่เกิด และทุกข์เท่านั้นที่ดับ นอกจากทุกข์แล้วไม่มีอะไรเกิด ไม่มีอะไรดับ”ปฏิจจสมุปบาทสายดับ “นิรุชฌติ” คือ ธรรมในการอธิบายความเสื่อม และความสลาย เหตุเพราะความเสื่อมและความสลายนั้น ตนกระทำเองก็ไม่ใช่ ผู้อื่นกระทำให้เสื่อมสลายก็หาไม่ ทั้งตนกระทำเองทั้งผู้อื่นกระทำให้ก็ไม่ใช่ เกิดขึ้นเพราะอาศัยตนไม่ได้กระทำเอง ผู้อื่นไม่ได้กระทำให้ก็ไม่ใช่
  • 9. วิญญาณฐิติ และ จิต [6909-3d]

    58:01||Season 69, Ep. 9
    ความหลากหลายและแตกต่างของสัตว์โลกที่มีภพภูมิต่างกัน ทั้งกายต่างกัน เหมือนกัน หรือสัญญาต่างกัน เหมือนกัน ไม่ว่าจะเกิดในภพใดก็ตาม ก็ยังไม่สามารถพ้นไปจากทุกข์ได้ ตราบใดที่ยังมีกิเลส ย่อมมีที่ตั้งของปฏิสนธิ ที่เป็น วิญญาณฐิติ การอบรมเจริญปัญญา สะสมความเข้าใจถูก เห็นถูกไปตามลำดับ ความไม่ประมาทในการเจริญกุศล คือ การดับแห่งเหตุของกิเลสทั้งปวง เรามักจะคุ้นเคยหรือได้ยินได้ฟังบ่อยครั้งกับคำว่า “จิตวิญญาณ” จึงควรทำความเข้าใจเพื่อให้จิตไปเกิดในภูมิที่ต้องการ สืบเนื่องจากการเป็นกระแสต่อ ๆ กันไปในความยึดถือสิ่งต่าง ๆ ด้วยความเป็นตัวตน วิญญาณก้าวลงไปยึดถือ เพราะมีตัณหาเป็นเหตุ “วิญญาณฐิติ” หรือฐานที่ตั้งแห่งวิญญาณ ถูกเข้าไปยึดถือโดยวิญญาณจนกลายเป็นจิตขึ้นมา ให้เห็นด้วยปัญญาว่าตัวตนไม่ใช่ตัวตน ไม่มีสาระแก่นสาร ไม่มีค่าที่จะยึดถือเอาไว้ เกิดความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด และปล่อยวางได้
  • 8. เสนามาร 10 ประการ [6908-3d]

    58:43||Season 69, Ep. 8
    พระพุทธองค์ทรงเปรียบกิเลสเป็น "กองทัพมาร 10 กอง" ที่คอยประหารบุคคลผู้มีจิตมืดบอดและขัดขวางการเข้าสู่พระนิพพาน ไว้ดังนี้ 1.กิเลสกาม 2.ความไม่ยินดีในธรรม 3.ความหิวกระหาย 4.ตัณหา 5.ความหดหู่เซื่องซึม 6.ความกลัวไร้เหตุผล 7.ความลังเลสงสัย 8.ความลบหลู่และหัวดื้อ 9.ลาภยศที่ผิด 10.การยกตนข่มผู้อื่น การจะหลุดพ้นจากสังสารวัฏนั้นไม่อาจอาศัยความอยากได้ แต่ต้องใช้ "ความกล้าหาญและความเพียร" เพื่อเอาชนะทัพมารเหล่านี้ แม้ความยากง่ายของแต่ละคนจะต่างกัน แต่หากชนะได้ย่อมพบความสุขอันเกษมคือนิพพาน
  • 7. เหตุให้อายุยืน 5 ประการ [6907-3d]

    55:47||Season 69, Ep. 7
    เหตุปัจจัยแห่งการมีอายุยืน ได้แก่1. รู้จักทำความสบายแก่ตนเอง คือรู้จักสิ่งที่เป็นสัปปายะ รู้จักสิ่งที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของตน2. รู้จักประมาณในสิ่งที่สบาย3. บริโภคอาหารที่ย่อยง่าย รวมถึงการเคี้ยวอาหารให้ละเอียดด้วย4. ประพฤติเหมาะสมในเรื่องเวลา คือ ทำกิจกรรมที่เหมาะสมกับเวลาอย่างสม่ำเสมอ เช่น นอนให้เป็นเวลา ตื่นเป็นเวลา ออกกำลังให้สม่ำเสมอเป็นเวลา5. การประพฤติพรหมจรรย์ ฝึกจิตให้สงบระงับจากการเสพกาม เพื่อพบความสุขเย็นจากภายในซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออายุที่ยืนยาว6. มีศีล ผู้ที่มีศีลถือว่าเป็นผู้ไม่ประมาท จะลดความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่างๆลงได้7. มีกัลยาณมิตร การมีมิตรดีจะช่วยดูแลอันตรายต่างๆให้แก่กันนอกจากนี้ การเจริญ อิทธิบาท 4 และ อารยวัฒิ 5(ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา) ล้วนเป็นเหตุปัจจัยเสริมที่ช่วยให้ชีวิตยืนยาวและมั่นคงยิ่งขึ้น
  • 6. ญาณ 3 อย่าง ในชีวิตประจำวัน [6906-3d]

    58:54||Season 69, Ep. 6
    ญาณ คือปัญญาหยั่งรู้ที่ลึกซึ้งถึงความจริง ในชีวิตประจำวันเราสามารถฝึกฝนเพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญได้ญาณ 3 อย่างในชีวิตประจำวันได้แก่วิญญาณ (การรับรู้แจ้ง): คือการรู้ผ่านประสาทสัมผัสและการลงมือทำจริง เช่น การรู้รสชาติอาหารเมื่อได้กิน หรือการรู้วิธีขับรถจากการฝึกปฏิบัติ ซึ่งต่างจากการจำเพียงทฤษฎีสติ (การระลึกรู้): คือการใช้สติและสมาธิเป็นฐานเพื่อหยั่งรู้ความจริงของสิ่งต่างๆ เช่น มีสติกำกับขณะขับรถเพื่อให้เกิดความปลอดภัยและรู้เท่าทันสภาวะรอบตัวญาณ (ความรู้แจ่มแจ้ง): คือความรู้ที่พ้นจากขั้นพื้นฐานสู่ความเชี่ยวชาญจนสอนผู้อื่นได้ เช่น หมอที่ผ่าตัดจนชำนาญ หรือนักกฎหมายที่เข้าใจข้อกฎหมายอย่างทะลุปรุโปร่งกระบวนการพัฒนาจากวิญญาณสู่ญาณจะรวดเร็วเพียงใดขึ้นอยู่กับความแก่กล้าของ อินทรีย์ 5 โดยมีหัวใจสำคัญคือการปฏิบัติให้อยู่ใน ศีล สมาธิ ปัญญา ให้เคยชิน เพื่อนำไปสู่ สัมมาญาณะ และความหลุดพ้นจากปัญหาทั้งปวง