Share
![cover art for สติปัฏฐาน 4 [6837-3d]](https://open-images.acast.com/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg?height=750)
3 ใต้ร่มโพธิบท
สติปัฏฐาน 4 [6837-3d]
สติ หมายถึงความระลึกได้ คือระลึกถึงสิ่งที่ทำ จำคำที่พูดแล้วแม้นานได้ สติมีทั้งมิจฉาสติและสัมมาสติ หากระลึกถึงเรื่องไม่ดีทำให้กิเลสเกิดนั่นคือมิจฉาสติ แต่หากระลึกถึงเรื่องที่ดีๆเรื่องที่ก่อให้เกิดกุศลก็คือสัมมาสติ สติต้องมีปัญญาประกอบควบคู่ไปด้วย จึงจะทำให้ใช้สติอย่างถูกต้องก่อให้เกิดประโยชน์ สตินั้นมีอานิสงส์มาก การที่เราจะเข้าสมาธิได้เป็นสัมมาสมาธิก็ต้องอาศัยสัมมาสติ และในสัมมาสติเจาะลงไปก็คือสติปัฏฐาน4 การเจริญสติปัฏฐานสี่นั้นเป็นเหตุให้เกิดวิชชาและวิมุติได้
สติปัฏฐาน เป็นธรรมเป็นที่ตั้งแห่งสติ การตั้งสติไว้โดยปัญญาพิจารณาสิ่งทั้งหลายให้รู้เห็นเท่าทันตามความเป็นจริง และการมีสติกำกับดูสิ่งต่างๆ และความเป็นไปทั้งหลาย โดยปัญญารู้เท่าทันตามสภาวะของมัน ไม่ถูกครอบงำด้วยความยินดียินร้าย ที่ทำให้มองเห็นเพี้ยนไปตามอำนาจกิเลส มี 4 อย่าง คือ กาย เวทนา จิต ธรรม
1. กายานุปัสสนา สติปัฏฐาน การตั้งสติกำหนดพิจารณากาย, การมีสติกำกับดูรู้เท่าทันกายและเรื่องทางกาย เช่นนึกถึงกระดูก หนังเอ็น ความเป็น อสุภะ
2. เวทนานุปัสสนา สติปัฏฐาน การตั้งสติกำหนดพิจารณาเวทนา, การมีสติกำกับดูรู้เท่าทันเวทนา การใช้ความรู้สึกเป็นฐานที่ตั้งของการมีสติ พิจารณาทุกขเวทนาและสุขเวทนาอย่างสติ
3. จิตตานุปัสสนา สติปัฏฐาน การตั้งสติกำหนดพิจารณาจิต, การมีสติกำกับดูรู้เท่าทันจิตหรือสภาพและอาการของจิต คือถ้าจิตฟุ้งก็รู้ จิตสงบก็รู้
4. ธัมมานุปัสสนา สติปัฏฐาน การตั้งสติกำหนดพิจารณาธรรม, การมีสติกำกับดูรู้เท่าทันธรรม คือการนำธรรมะมาพิจารณาใคร่ครวญอย่างแยบคายจนเห็นทุกข์
จะเห็นว่าสติปัฏฐาน4 นี้คือ กาย เวทนา จิต ธรรม เป็นหนึ่งในโพธิปักขิยธรรม37 อย่าง สามารถแจกแจงออกให้ละเอียดได้ถึง 10 อย่างเรียกว่า อนุสติ10 คือสิ่งที่จะทำให้สติตามมาได้ 10 ประการได้แก่
1.พุทธานุสสติ การตามระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า
2.ธัมมานุสสติ การตามระลึกถึงพระธรรม
3.สังฆนุสสติ การตามระลึกถึงคุณพระสงฆ์
4.สีลานุสสติ การตามระลึกถึงศีลที่เรารักษา
5.จาคานุสสติ การตามระลึกถึงผลของทานการบริจาค
6.เทวตานุสสติ การตามระลึกถึงคุณธรรมที่ทำให้เป็นเทวดา
7.อุปสมานุสสติ การตามระลึกถึงความว่าง ความพ้น นิพพาน
8.มรณานุสสติ การตามระลึกถึงเหตุปัจจัยแห่งความตายนั้นมีมาก
9.อานาปานานุสสติ การตามระลึกถึงลมหายใจเข้า ลมหายใจออก
10.กายคตานุสสติ การตามระลึกถึงอาการ32
More episodes
View all episodes

45. รุ่งอรุณแห่งอริยมรรคมีองค์แปด [6945-3d]
55:57||Season 69, Ep. 45การเกิดขึ้นของธรรม 7 ประการเปรียบดั่งรุ่งอรุณที่มีแสงเงินแสงทองก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น ธรรม 7 ประการนี้ ได้แก่ การมีกัลยาณมิตร, ศีลสัมปทา, ฉันทสัมปทา, อัตตสัมปทา, ทิฏฐิสัมปทา, อัปปมาทสัมปทา และโยนิโสมนสิการ เป็นนิมิตหมายอันประเสริฐที่นำพาจิตใจให้ก้าวเข้าสู่อริยมรรคมีองค์แปดอย่างมั่นคง หากผู้ใดมีธรรมเหล่านี้และปฏิบัติอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง ย่อมมั่นใจได้ว่าจะไม่เดินออกนอกเส้นทาง และสามารถบรรลุเป้าหมายคือนิพพานได้ในเวลาอันรวดเร็ว
44. ปัจฉิมวัยใจสงบ [6944-3d]
59:22||Season 69, Ep. 44เมื่อเข้าสู่ปัจฉิมวัยร่างกายเริ่มก็เจ็บป่วยและกระสับกระส่าย แต่เราสามารถรักษาใจให้สงบได้ด้วยหลักธรรม 5 ประการ ได้แก่ การประกอบสัมมาอาชีวะ การตั้งมั่นในพระรัตนตรัยและศีล 5 การวางใจปล่อยวางความห่วงหาอาทรต่อคนรอบข้าง การคลายความยึดติดในทรัพย์สิน และการมองเห็นขันธ์ 5 ตามความเป็นจริงด้วยสัมมาทิฏฐิ เมื่อฝึกฝนจิตใจให้เข้าใจสัจธรรมและละวางความยึดมั่นถือมั่นเหล่านี้ได้ แม้สังขารจะเจ็บป่วยเพียงใด จิตใจก็จะสงบเยือกเย็น ไม่ฟุ้งซ่าน สามารถก้าวผ่านช่วงวัยนี้ไปได้อย่างร่มเย็นและเป็นสุข
43. วิชชาดับอวิชชา [6943-3d]
51:49||Season 69, Ep. 43อวิชชา คือความไม่รู้แจ้งในอริยสัจ 4 ซึ่งเปรียบเสมือนรากเหง้าของความทุกข์และความเข้าใจคลาดเคลื่อนในชีวิต การจะดับอวิชชาทำได้โดยการตัด "อาหารของอวิชชา" เช่น นิวรณ์ 5 ด้วยการเจริญ "วิชชา" ผ่านการมีสติปัฏฐาน 4 โยนิโสมนสิการ และการปฏิบัติ "อริยมรรคมีองค์ 8" อันเป็นเส้นทางสายเอกที่จะนำพาจิตใจหลุดพ้นจากวัฏสงสารและเข้าสู่ความสงบเย็นอย่างแท้จริง
42. ปณิธาน:การตั้งมั่น [6942-3d]
56:30||Season 69, Ep. 42ปณิธาน คือความตั้งใจอันแน่วแน่ในการพัฒนาตนเอง ซึ่งไม่ใช่การอ้อนวอนขอแต่เป็นการสร้างเหตุและปัจจัย เส้นทางสู่ความสำเร็จต้องอาศัยหลัก "อิทธิบาท 4" ได้แก่ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ และวิมังสา ควบคู่กับการประธานสังขารเพื่อขับเคลื่อนการลงมือทำ รวมถึงการมีกัลยาณมิตรคอยช่วยเหลือ เมื่อผสานความตั้งมั่นกับการปฏิบัติที่ถูกต้องและสม่ำเสมอ จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดในชีวิตได้อย่างยั่งยืน
41. ปัจจัย 24 ประการ [6941-3d]
59:15||Season 69, Ep. 41บทสวดมหาปัฏฐานได้แสดงหลักธรรมอันลึกซึ้งผ่าน "ปัจจัย 24 ประการ" ซึ่งเปรียบเสมือนเครือข่ายความสัมพันธ์อันยิ่งใหญ่ที่คอยเกื้อหนุน ค้ำจุน และเป็นเงื่อนไขให้สรรพสิ่ง สภาวธรรม ทั้งรูปและนาม เกิดขึ้น ดำรงอยู่ หรือดำเนินไปอย่างเป็นเหตุเป็นผลแก่กัน ตั้งแต่เรื่องของเหตุ กรรม จิต ไปจนถึงความมีอยู่และไม่มีอยู่ สะท้อนให้เห็นว่าทุกสิ่งในจักรวาลล้วนมีความเกี่ยวโยงและพึ่งพาอาศัยกันอย่างแยกไม่ออก
40. เรื่องของภพภูมิ [6940-3d]
58:48||Season 69, Ep. 40ภพภูมิ ในพระพุทธศาสนาเปรียบเสมือนแผนผังการเดินทางของจิตที่ขับเคลื่อนด้วยตัณหาและกรรม ซึ่งถูกจัดหมวดหมู่อย่างเป็นระบบผ่าน "สัตตาวาส 9" (ที่อยู่อาศัยของสัตว์ 9 ภูมิ) สอดคล้องกับ "วิญญาณฐิติ 7" (ฐานที่ตั้งของวิญญาณตามปกติ 7 ภูมิ) และ "อายตนะ 2" (ขอบเขตสุดโต่ง 2 ภูมิที่วิญญาณไม่ได้ตั้งอยู่ตามปกติ คืออสัญญีสัตว์และเนวสัญญานาสัญญายตนะ) ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนความหลากหลายของสภาวะจิตในสังสารวัฏที่สัตว์ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดจนกว่าจะหลุดพ้นด้วยอริยมรรคมีองค์ 8
39. การใช้งาน “พรหมวิหาร 4” [6939-3d]
52:18||Season 69, Ep. 39ท่ามกลางความขัดแย้งและปัญหาความวุ่นวายในปัจจุบันที่มีจุดเริ่มต้นจากตัณหาและการหวงกั้น เราสามารถคลี่คลายได้ด้วยการน้อมนำ “พรหมวิหาร 4” อันได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา มาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน โดยเป็นการแสดงออกผ่านทางกาย วาจา และใจอย่างแท้จริง ที่สำคัญต้องประกอบด้วยคุณลักษณะ 3 ประการ คือ ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีประมาณ และไม่มีการผูกเวรกับผู้ใด เพื่อสร้างความสงบสุขที่ยั่งยืนแก่จิตใจและสังคม
38. โกลาหล 5 ประการ [6938-3d]
58:51||Season 69, Ep. 38"โกลาหล 5 ประการ" คือความแตกตื่นโกลาหลของเหล่าเทวดาและพรหม ที่ปรากฏกายบอกข่าวหรือเตือนเรื่องสำคัญที่จะเกิดขึ้นในโลกมนุษย์ ได้แก่ กัปปโกลาหลเตือนเรื่องโลกาวินาศ จักกวัตติโกลาหลเตือนการอุบัติของพระเจ้าจักรพรรดิ พุทธโกลาหลเตือนการบังเกิดของพระพุทธเจ้า มงคลโกลาหลเตือนการแสดงมงคลสูตร 38 ประการ และโมเนยยโกลาหลเตือนวิถีปฏิบัติเพื่อความสงบ เรื่องราวเหล่านี้เตือนสติให้เราดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท ไม่หลงมงคลตื่นข่าวหรือเครื่องรางโชคลาง แต่ให้เชื่อในผลแห่งการกระทำของตนเอง และน้อมนำหลักธรรมมาปฏิบัติในชีวิตประจำวันอย่างมีสติ เพื่อพัฒนาตนเองสู่ความเจริญและหลุดพ้นจากความทุกข์ในที่สุด
37. โอกาส 8 ที่ทำให้ได้ประพฤติพรหมจรรย์ [6937-3d]
56:38||Season 69, Ep. 37โอกาสที่ทำให้ได้ประพฤติพรหมจรรย์นั้นหาได้ยากยิ่ง เพราะต้องหลุดพ้นจากสภาวะอับโชคทั้ง 8 ประการ (อาทิ การเกิดในนรก เดรัจฉาน เปรต อรูปพรหม หรือเป็นมนุษย์ที่ไร้ปัญญา มิจฉาทิฏฐิ และไร้พระธรรมคำสอน) ) การที่เราได้เกิดเป็นมนุษย์ผู้มีปัญญาและสัมมาทิฏฐิ ในยุคที่พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นพร้อมคำสอนที่ละเอียดครบถ้วน จึงถือเป็นสุดยอดแห่งโอกาสทอง เมื่อได้รับช่วงเวลาอันประเสริฐที่ทุกอย่างประจวบเหมาะนี้แล้ว เราจึงควรเร่งทำความเพียรและปฏิบัติตามหนทางอันประเสริฐ 8 อย่างให้แน่วแน่ เพื่อไม่ให้ต้องมาทุกข์ร้อนใจในภายหลัง