Share
![cover art for รุ่งอรุณแห่งอริยมรรคมีองค์แปด [6830-3d]](https://open-images.acast.com/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg?height=750)
3 ใต้ร่มโพธิบท
รุ่งอรุณแห่งอริยมรรคมีองค์แปด [6830-3d]
เมื่อดวงอาทิตย์กำลังจะขึ้นจะมีแสงสีเงิน แสงสีทอง มาให้เห็นก่อน เรียกว่ารุ่งอรุณ อุปไมยองค์ประกอบ 8 อย่างอันประเสริฐ (มรรค 8) จะเกิดขึ้นในจิตใจของผู้ใด สิ่งที่มาก่อนเป็นนิมิตให้เห็นในผู้นั้น คือ
1. เป็นผู้มีกัลยาณมิตร (กัลลยาณมิตตตา) นัยยะที่หนี่งคือเพื่อนผู้ที่จะนำความดีมาให้เป็นผู้ที่มีศีล มีศรัทธา มีจาคะและมีปัญญา นัยยะที่สองกัลยาณมิตรอาจจะเป็นครูอาจารย์ พระสงฆ์หรือผู้มีคุณงามความดีเป็นแบบอย่างที่ดี นัยยะที่สามเราอาจจะเอามรรคแปดเป็นกัลยาณมิตรก็ได้ยิ่งจะส่งเสริมให้เราอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องไม่ออกนอกเส้นทาง ในที่นี้จะกล่าวถึงคุณสมบัติของกัลยาณมิตร 7 ประการได้แก่
- เป็นผู้มีความน่ารักใคร่พอใจ (ปิโย) คือเป็นลักษณะมีความเมตตา
- เป็นที่น่าเคารพ (ครุ) คือเป็นผู้ที่มีความหนักแน่น มีหลักเกณฑ์หลักการ คุ้มครองให้ในทิศทั้งปวง
- เป็นผู้น่ายกย่อง (ภาวนีโย) คือ เป็นผู้รู้จักจุดอ่อนของตนเองมีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอควรเอาเป็นแบบอย่าง
- เป็นผู้ฉลาดพูด (วตฺตา) คือรู้จังหวะรู้เวลาที่จะพูดที่จะสอนได้ และเป็นผู้ให้คำปรึกษาที่ดีได้
- เป็นผู้อดทนต่อถ้อยคำ (วจนกฺขโม) คืออดทนที่จะพูดซ้ำๆในเรื่องเดิมๆได้โดยไม่เบื่อหน่าย
- เป็นผู้สามารถแจกแจงคำสอนได้อย่างละเอียดลึกซึ้ง (คมฺภีรญฺจ กถํ กตฺตา)
- เป็นผู้ไม่ชักนำไปในเรื่องที่เสื่อมเสีย (จฎฺฐาเน นิโยชเย)
2. เป็นผู้มีความถึงพร้อมด้วยศีล (สีลสัมปทา) คือเป็นผู้มีศีลสมบูรณ์ ทำให้ศีลที่มีดีขึ้นเรื่อยๆ ละเอียดขึ้นเรื่อยๆ
3. เป็นผู้มีความถึงพร้อมด้วยฉันทะ (ฉันทสัมปทา) คือเป็นผู้มีความพอใจมีแรงจูงใจที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มีเป้าหมายที่ชัดเจนทำให้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้
4. เป็นผู้มีความถึงพร้อมด้วยตน (อัตตสัมปทา) คือจิตของเราต้องมีการพัฒนาให้มีการถึงพร้อม
5. เป็นผู้มีความถึงพร้อมด้วยทิฏฐิ (ทิฏฐิสัมปทา) คือมีทัศนคติมีความเชื่อที่ถึงพร้อม
6. เป็นผู้มีความถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท (อัปปมาทสัมปทา) คือเป็นผู้ไม่ขาดสติ มีสติกำกับจิตใจในการดำเนินชีวิต
7. เป็นผู้ที่รู้จักทำในใจอย่างแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) คือ ความเป็นผู้ฉลาดในการคิด คิดอย่างถูกวิธีถูกระบบ พิจารณา ไตร่ตรองสาวไปจนถึงสาเหตุหรือต้นตอของเรื่องที่กำลังคิด ในที่นี้จะเจาะจงลงในคำสอนของพระพุทธเจ้า
ธรรมทั้ง 7 ประการนี้แม้มีอันใดอันหนึ่ง เกิดขึ้นกับใคร ผู้ใดผู้หนึ่งให้มั่นใจได้เลยว่าเราจะไม่เดินออกนอกทางแห่งอริยมรรคมีองค์แปดแน่นอน เมื่อเดินตามทางแห่งมรรคแปดนี้อย่างต่อเนื่องไม่หยุดจะทำให้เราถึงที่หมายคือนิพพานได้ในเวลาไม่นาน
More episodes
View all episodes

20. หลักธรรมสู่ความเจริญ [6920-3d]
56:31||Season 69, Ep. 20หลักธรรมสู่ความเจริญประกอบด้วยหลักปฏิบัติ 3 ชุด คือ ภัพพตาธรรม 6 เพื่อเตรียมตนให้พร้อมรับความดีและรักษาความดีนั้นไว้ด้วยความฉลาดในอุบายและความต่อเนื่อง เวปุลลธรรม 6 เพื่อความงอกงามไพบูลย์ด้วยปัญญา ความเพียร ความเบิกบาน และการไม่หยุดพัฒนาในกุศลธรรม และ วัฒนมุข 6 ซึ่งเป็นประตูสู่ความสำเร็จ ได้แก่ การไม่มีโรค มีศีล ศึกษาแบบอย่างที่ดี หมั่นเรียนรู้ ทำงานสุจริต และมีความกล้าหาญไม่ย่อท้อ หากปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง มีความสุขภายใน และมีความมั่นคงรอบคอบ
19. คำพูดที่ควรกล่าว [6919-3d]
56:58||Season 69, Ep. 19คำพูดเป็นสิ่งสำคัญ ท่านพระพุทธเจ้าจึงทรงบัญญัติไว้ถึง ‘กถาวัตถุ 10’ คือ เรื่องที่ควรพูด นอกเหนือจาก คำพูดที่เว้นขาดจากการพูดโกหก ส่อเสียด หยาบคาย และพูดเพ้อเจ้อและ ‘อักโกสวัตถุ 10’ คือ เรื่องที่ไม่ควรพูด เพราะไม่มีประโยชน์ และทำความเจ็บช้ำน้ำใจแก่ผู้อื่น ได้แก่ ชาติกำเนิด ชื่อ โคตร อาชีพ ศิลปะ (ฝีมือ) โรค รูปพรรณสัณฐาน กิเลส อาบัติ และคำสบประมาทอื่น ๆส่วน ‘กถาวัตถุ 10’ เรื่องที่สมควรพูด ได้แก่ ถ้อยคำให้เกิดความมักน้อย คือ ไม่โอ้อวด ความสันโดษ เกิดความสงัด ไม่คลุกคลีด้วยหมู่ ปรารภความเพียร ให้ตั้งอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ และวิมุตติญาณทัสสนะซึ่งการพูด ‘กถาวัตถุ 10’ ให้ถูกคน ถูกที่ ถูกเวลาได้นั้น นอกจากจะเป็นสัมมาวาจาแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างสัมมาสติ สัมมาวายามะ และสัมมาทิฐิ คือ ความเห็นชอบ ไปตามทางมรรค 8 พร้อมกันอีกด้วย
18. เวสารัชชกรณธรรม : ธรรมที่ให้เกิดความกล้าหาญ [6918-3d]
59:15||Season 69, Ep. 18เวสารัชชกรณธรรม คือหลักธรรมที่ช่วยให้เราเอาชนะความกลัว ความวิตกกังวล และความครั่นคร้าม เพื่อเปลี่ยนคุณให้เป็นคนที่มีความกล้าหาญอย่างถูกต้องและอยู่อย่างผาสุก ประกอบด้วย 5 ประการสำคัญ ได้แก่ ศรัทธา ศีล พาหุสัจจะ วิริยารัมภะ ปัญญา หากนำธรรมทั้ง 5 ข้อนี้มาปรับใช้ คุณจะกลายเป็นผู้ที่มีความแกล้วกล้าและไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคใดๆ
17. อปัณณกปฏิปทา ข้อปฏิบัติที่ไม่ผิด 3 อย่าง [6917-3d]
57:15||Season 69, Ep. 17อปัณณกปฏิปทา ธรรม 3 อย่าง ได้แก่ 1) เป็นผู้คุ้มครองทวารในอินทรีย์ 2) เป็นผู้รู้ประมาณในการบริโภคทั้งหลาย 3) เป็นผู้ประกอบความเพียรในธรรมอันเป็นเครื่องตื่น เป็นรรมที่จะปฏิบัติเวลาไหนก็ได้ทั้งนั้น เป็นธรรมที่ผู้ปฏิบัติแล้วจะไม่ผิด และเมื่อปรารภอยู่เรื่อย ๆ แล้ว จะเป็นไปเพื่อความสิ้นอาสวะทั้งหลาย
16. พละ 4 ประการ [6916-3d]
59:25||Season 69, Ep. 16ในยุคที่โลกผันผวนทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม เราต้องเผชิญกับภัยต่างๆในชีวิต พระพุทธองค์ทรงเตือนให้ระวัง ภัย 5 ประการ ได้แก่ ภัยจากการเลี้ยงชีพ (อาชีวิกภัย), ภัยจากการถูกติเตียน (อสิโลกภัย), ภัยจากความประหม่าในสังคม (ปริสสารัชชภัย), ภัยจากความตาย (มรณภัย) และภัยจากการไปสู่ภพภูมิที่ไม่ดี (ทุคติภัย)เราสามารถก้าวข้ามความกลัวเหล่านี้ได้ด้วย พละ 41. ปัญญาพละ: รอบรู้เหตุผลและกุศลกรรม2. วิริยะพละ: เพียรละชั่วทำดี3. อนวัชชพละ: ประพฤติกาย วาจา ใจ ให้บริสุทธิ์ไร้โทษ4. สังคหพละ: ช่วยเหลือและผูกไมตรีต่อผู้อื่นเมื่อมีกำลังทั้งสี่นี้ เราจะใช้ชีวิตได้อย่างผาสุกและไม่หวั่นเกรงต่อภัยใด ๆ
15. วิธีละความอาฆาต [6915-3d]
54:57||Season 69, Ep. 15จิตที่สะสมอารมณ์โกรธ อาฆาต พยาบาท ขุ่นแค้น จนเกิดเป็นสนิมเกาะใจ หาความสุขไม่ได้ด้วยแรงของพยาบาท อาฆาต ด้วยภัยของความอาฆาตนี้ พระสารีบุตรได้กล่าวถึงวิธีการระงับความอาฆาต ป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นในจิต ดังนี้ แม้ความอาฆาตพึงเกิดขึ้นในบุคคลใด พึงเจริญกรุณาในบุคคลนั้น เปรียบดังเหมือนสงสารคนป่วยไม่สบาย พึงเข้าไปตั้งความกรุณา ความเอ็นดู ความอนุเคราะห์ ในบุคคลนั้นเสีย
14. อธิฐานธรรม 4 ประการ [6914-3d]
58:17||Season 69, Ep. 14อธิษฐานธรรม 4 ไม่ใช่การอ้อนวอนขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่คือการสร้างฐานใจที่มั่นคงเพื่อบรรลุเป้าหมายด้วยวิธีที่ถูกต้อง ประกอบด้วย1. ปัญญา: ไม่ละเลยการใช้เหตุผลเพื่อเข้าถึงความจริง2. สัจจะ: จริงใจ พูดจริง ทำจริง และรักษาสัจจะ3. จาคะ: สละกิเลสและนิสัยที่ผิดพลาด4. อุปสมะ: ฝึกใจให้สงบระงับจากความวุ่นวายนี่คือหลักการประดิษฐานความมั่นคงไว้ในใจ หากคุณเปลี่ยนจากการ "บนบาน" มาเป็นการใช้ "พลังใจ" ตามหลักอธิฐานธรรมนี้ ความสำเร็จที่ยั่งยืนย่อมอยู่ไม่ไกล
13. ฐานะที่พึงพิจารณาด้วยกำลังของบัณฑิต [6913-3d]
59:19||Season 69, Ep. 13เมื่อต้องพบเจอสิ่งที่น่าพอใจและไม่น่าพอใจ คนพาลย่อมไม่รู้ชัดซึ่งประโยชน์ แต่บัณฑิตจะสามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งนี้เป็นประโยชน์หรือมีโทษ แล้วกระทำในสิ่งที่ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์นั้นได้กล่าวถึงฐานสูตรต่างๆ กล่าวคือฐานะแห่งความเสื่อมและความเจริญ 4 ประการ คือ ทำสิ่งที่ไม่น่าพอใจและน่าพอใจเมื่อทำย่อมเป็นไปเพื่อโทษหรือประโยชน์บุคคลมีศรัทธาเลื่อมใส โดยฐานะ 3 ประการ คือ เป็นผู้ใคร่จะเห็นท่านผู้มีศีล ปรารถนาจะฟังพระสัทธรรม ปราศจากความตระหนี่ฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้ 5 ประการ คือ ขอสิ่งที่มีความแก่, ความเจ็บ, ความตาย, ความสิ้นไป, ความฉิบหายเป็นธรรมดา ว่าอย่าแก่…ฯ เป็นฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้ฐานะที่ควรพิจารณาเนืองๆ 5 ประการ คือ พิจารณาเนื่องๆว่า เรามีความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความพลัดพรากจากของรัก เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นไปได้ เรามีกรรมเป็นของตน เราทำกรรมใดไว้ ย่อมเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น
12. ทิฎฐิ 62 ตอนที่ 2 [6912-3d]
57:33||Season 69, Ep. 12ทิฏฐิ 62 คือมิจฉาทิฏฐิที่เกิดจากความหลงผิดในขันธ์ 5 โดยมี "ผัสสะ" เป็นเหตุปัจจัย สามารถจัดกลุ่มตามลักษณะจิตได้ 6 รูปแบบ ดังนี้1. ผู้ที่ชอบคาดเดา คาดคะเน คิดไปเองโดยไม่ทดลอง เชื่อว่าโลกเที่ยง หรือกายไม่เที่ยงแต่จิตเที่ยง2. ผู้มีสมาธิและปัญญาโลกียะ รูปแบบการไปยึดถือคือว่าหลังตายมีสัญญา ไม่มีสัญญา หรือเชื่อว่าตายแล้วสูญ3. ผู้ที่มีสมาธิคือได้เฉพาะเจโตสมาธิ รูปแบบการไปยึดถือคือเห็นว่าโลกมีที่สุดหรือไม่มีที่สุด ยึดติดในกามหรือฌานเป็นนิพพาน4. ผู้มุ่งเน้นกาม: จิตผูกพันอยู่กับกามทางโลก5. ผู้ที่มีความกลัวต่อภัย คือกลัวจะผิด กลัวว่าจะถูกซักถามทำให้ปฏิเสธไปหมด6. ผู้โง่เขลา ขาดความรู้ความเข้าใจจนปฏิเสธความจริงทุกอย่างทิฏฐิเหล่านี้เป็นกับดักที่ทำให้สัตว์โลกยังติดอยู่ในวัฏสงสาร การจะหลุดพ้นได้ต้องอาศัยการมองเห็นความ "ไม่เที่ยง" เพื่อถอนความยึดมั่นถือมั่นและเกิดปัญญาในการบรรลุธรรม