Share

cover art for ภัยอันตรายที่พึงพิจารณา [6815-3d]

3 ใต้ร่มโพธิบท

ภัยอันตรายที่พึงพิจารณา [6815-3d]

Season 68, Ep. 15
•

พระพุทธเจ้าได้ทรงแบ่งภัยในโลกนี้ไว้ 2 อย่างคือ ภัยที่ช่วยเหลือกันได้ และภัยที่ช่วยกันไม่ได้ 

1.ภัยที่พอช่วยเหลือกันได้ ได้แก่ 1.ภัยน้ำท่วม 2.ภัยเกิดจากไฟไหม้ 3.ภัยเกิดจากโจรขโมยและสงคราม ภัยเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วยังพอช่วยเหลือให้ผ่อนหนักเป็นเบาได้บ้าง มากบ้างน้อยบ้าง ตามสถานการณ์

2.ภัยที่ช่วยกันไม่ได้ ถึงแม้จะเป็น พ่อ แม่ ลูก ที่รักและห่วงใยกันแค่ไหนก็ไม่สามารถช่วยกันได้เลย ได้แก่ 1. ภัยจากความแก่(ชราภัย) 2.ภัยจากความเจ็บไข้(พยาธิภัย) 3. ภัยจากความตาย(มรณะภัย) ภัยเหล่านี้เป็นภัยที่หากเกิดขึ้นแก่ผู้แล้วไม่มีใครที่จะสามารถช่วยแบ่งเบา หรือรับเอาภัยนั้นมาแทนกันได้เลย พระพุทธองค์ทรงชี้ทางออกไว้ให้ว่าหากผู้ใดเป็นผู้ที่มีอริยมรรคมีองค์ 8 ประกอบอยู่ในจิตของตน ผู้นั้นก็จะสามารถพ้นจากภัยอันตรายที่เกิดขึ้นจาก ความแก่ ความเจ็บ และความตายในอนาคตได้อย่างแน่นอน โดยอริยมรรคมีองค์ 8นี้ได้แก่ 1.ศีล คือสัมมาวาจา, สัมมากัมมันตะ,สัมมาอาชีวะ 2.สมาธิ คือสัมมาวายามะ,สัมมาสติ,สัมมาสมาธิ 3.ปัญญา คือ สัมมาทิฏฐิ, สัมมาสังกัปปะ

ภัยต่างๆที่เกิดขึ้นล้วนก่อให้เกิดทุกข์แก่ผู้ประสบภัยนั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในที่นี้จะกล่าวถึงหมวดธรรมที่ทำให้เห็นว่าสุข-ทุกข์ที่เกิดขึ้นนั้นสิ่งใดทำให้เกิด โดยจะกล่าวหมวดธรรม 3 ข้อที่เป็นมิจฉาทิฏฐิ ได้แก่

1.สุข ทุกข์ เกิดจากผู้อื่นทำให้ 

2.สุข ทุกข์ เกิดจาก กรรมเก่า 

3.สุข ทุกข์ เกิดจาก ไม่มีอะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัย 

หากผู้ใดมีมิจฉาทิฏฐิทั้ง 3 ข้อนี้ ก็จะเป็นผู้ที่ไม่ได้ทำสิ่งที่ควรทำ ไม่ได้ละในสิ่งที่ควรละ จะทำให้อกุศลเกิดขึ้นในจิตใจได้ และเมื่อใดก็ตามที่อกุศลเกิด แต่กุศลไม่เกิดในจิตใจ เมื่อนั้นก็จะทำให้เกิดความทุกข์ขึ้น


More episodes

View all episodes

  • 45. รุ่งอรุณแห่งอริยมรรคมีองค์แปด [6945-3d]

    55:57||Season 69, Ep. 45
    การเกิดขึ้นของธรรม 7 ประการเปรียบดั่งรุ่งอรุณที่มีแสงเงินแสงทองก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น ธรรม 7 ประการนี้ ได้แก่ การมีกัลยาณมิตร, ศีลสัมปทา, ฉันทสัมปทา, อัตตสัมปทา, ทิฏฐิสัมปทา, อัปปมาทสัมปทา และโยนิโสมนสิการ เป็นนิมิตหมายอันประเสริฐที่นำพาจิตใจให้ก้าวเข้าสู่อริยมรรคมีองค์แปดอย่างมั่นคง หากผู้ใดมีธรรมเหล่านี้และปฏิบัติอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง ย่อมมั่นใจได้ว่าจะไม่เดินออกนอกเส้นทาง และสามารถบรรลุเป้าหมายคือนิพพานได้ในเวลาอันรวดเร็ว
  • 44. ปัจฉิมวัยใจสงบ [6944-3d]

    59:22||Season 69, Ep. 44
    เมื่อเข้าสู่ปัจฉิมวัยร่างกายเริ่มก็เจ็บป่วยและกระสับกระส่าย แต่เราสามารถรักษาใจให้สงบได้ด้วยหลักธรรม 5 ประการ ได้แก่ การประกอบสัมมาอาชีวะ การตั้งมั่นในพระรัตนตรัยและศีล 5 การวางใจปล่อยวางความห่วงหาอาทรต่อคนรอบข้าง การคลายความยึดติดในทรัพย์สิน และการมองเห็นขันธ์ 5 ตามความเป็นจริงด้วยสัมมาทิฏฐิ เมื่อฝึกฝนจิตใจให้เข้าใจสัจธรรมและละวางความยึดมั่นถือมั่นเหล่านี้ได้ แม้สังขารจะเจ็บป่วยเพียงใด จิตใจก็จะสงบเยือกเย็น ไม่ฟุ้งซ่าน สามารถก้าวผ่านช่วงวัยนี้ไปได้อย่างร่มเย็นและเป็นสุข
  • 43. วิชชาดับอวิชชา [6943-3d]

    51:49||Season 69, Ep. 43
    อวิชชา คือความไม่รู้แจ้งในอริยสัจ 4 ซึ่งเปรียบเสมือนรากเหง้าของความทุกข์และความเข้าใจคลาดเคลื่อนในชีวิต การจะดับอวิชชาทำได้โดยการตัด "อาหารของอวิชชา" เช่น นิวรณ์ 5 ด้วยการเจริญ "วิชชา" ผ่านการมีสติปัฏฐาน 4 โยนิโสมนสิการ และการปฏิบัติ "อริยมรรคมีองค์ 8" อันเป็นเส้นทางสายเอกที่จะนำพาจิตใจหลุดพ้นจากวัฏสงสารและเข้าสู่ความสงบเย็นอย่างแท้จริง
  • 42. ปณิธาน:การตั้งมั่น [6942-3d]

    56:30||Season 69, Ep. 42
    ปณิธาน คือความตั้งใจอันแน่วแน่ในการพัฒนาตนเอง ซึ่งไม่ใช่การอ้อนวอนขอแต่เป็นการสร้างเหตุและปัจจัย เส้นทางสู่ความสำเร็จต้องอาศัยหลัก "อิทธิบาท 4" ได้แก่ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ และวิมังสา ควบคู่กับการประธานสังขารเพื่อขับเคลื่อนการลงมือทำ รวมถึงการมีกัลยาณมิตรคอยช่วยเหลือ เมื่อผสานความตั้งมั่นกับการปฏิบัติที่ถูกต้องและสม่ำเสมอ จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดในชีวิตได้อย่างยั่งยืน
  • 41. ปัจจัย 24 ประการ [6941-3d]

    59:15||Season 69, Ep. 41
    บทสวดมหาปัฏฐานได้แสดงหลักธรรมอันลึกซึ้งผ่าน "ปัจจัย 24 ประการ" ซึ่งเปรียบเสมือนเครือข่ายความสัมพันธ์อันยิ่งใหญ่ที่คอยเกื้อหนุน ค้ำจุน และเป็นเงื่อนไขให้สรรพสิ่ง สภาวธรรม ทั้งรูปและนาม เกิดขึ้น ดำรงอยู่ หรือดำเนินไปอย่างเป็นเหตุเป็นผลแก่กัน ตั้งแต่เรื่องของเหตุ กรรม จิต ไปจนถึงความมีอยู่และไม่มีอยู่ สะท้อนให้เห็นว่าทุกสิ่งในจักรวาลล้วนมีความเกี่ยวโยงและพึ่งพาอาศัยกันอย่างแยกไม่ออก
  • 40. เรื่องของภพภูมิ [6940-3d]

    58:48||Season 69, Ep. 40
    ภพภูมิ ในพระพุทธศาสนาเปรียบเสมือนแผนผังการเดินทางของจิตที่ขับเคลื่อนด้วยตัณหาและกรรม ซึ่งถูกจัดหมวดหมู่อย่างเป็นระบบผ่าน "สัตตาวาส 9" (ที่อยู่อาศัยของสัตว์ 9 ภูมิ) สอดคล้องกับ "วิญญาณฐิติ 7" (ฐานที่ตั้งของวิญญาณตามปกติ 7 ภูมิ) และ "อายตนะ 2" (ขอบเขตสุดโต่ง 2 ภูมิที่วิญญาณไม่ได้ตั้งอยู่ตามปกติ คืออสัญญีสัตว์และเนวสัญญานาสัญญายตนะ) ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนความหลากหลายของสภาวะจิตในสังสารวัฏที่สัตว์ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดจนกว่าจะหลุดพ้นด้วยอริยมรรคมีองค์ 8
  • 39. การใช้งาน “พรหมวิหาร 4” [6939-3d]

    52:18||Season 69, Ep. 39
    ท่ามกลางความขัดแย้งและปัญหาความวุ่นวายในปัจจุบันที่มีจุดเริ่มต้นจากตัณหาและการหวงกั้น เราสามารถคลี่คลายได้ด้วยการน้อมนำ “พรหมวิหาร 4” อันได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา มาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน โดยเป็นการแสดงออกผ่านทางกาย วาจา และใจอย่างแท้จริง ที่สำคัญต้องประกอบด้วยคุณลักษณะ 3 ประการ คือ ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีประมาณ และไม่มีการผูกเวรกับผู้ใด เพื่อสร้างความสงบสุขที่ยั่งยืนแก่จิตใจและสังคม
  • 38. โกลาหล 5 ประการ [6938-3d]

    58:51||Season 69, Ep. 38
    "โกลาหล 5 ประการ" คือความแตกตื่นโกลาหลของเหล่าเทวดาและพรหม ที่ปรากฏกายบอกข่าวหรือเตือนเรื่องสำคัญที่จะเกิดขึ้นในโลกมนุษย์ ได้แก่ กัปปโกลาหลเตือนเรื่องโลกาวินาศ จักกวัตติโกลาหลเตือนการอุบัติของพระเจ้าจักรพรรดิ พุทธโกลาหลเตือนการบังเกิดของพระพุทธเจ้า มงคลโกลาหลเตือนการแสดงมงคลสูตร 38 ประการ และโมเนยยโกลาหลเตือนวิถีปฏิบัติเพื่อความสงบ   เรื่องราวเหล่านี้เตือนสติให้เราดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท ไม่หลงมงคลตื่นข่าวหรือเครื่องรางโชคลาง แต่ให้เชื่อในผลแห่งการกระทำของตนเอง และน้อมนำหลักธรรมมาปฏิบัติในชีวิตประจำวันอย่างมีสติ เพื่อพัฒนาตนเองสู่ความเจริญและหลุดพ้นจากความทุกข์ในที่สุด
  • 37. โอกาส 8 ที่ทำให้ได้ประพฤติพรหมจรรย์ [6937-3d]

    56:38||Season 69, Ep. 37
     โอกาสที่ทำให้ได้ประพฤติพรหมจรรย์นั้นหาได้ยากยิ่ง เพราะต้องหลุดพ้นจากสภาวะอับโชคทั้ง 8 ประการ (อาทิ การเกิดในนรก เดรัจฉาน เปรต อรูปพรหม หรือเป็นมนุษย์ที่ไร้ปัญญา มิจฉาทิฏฐิ และไร้พระธรรมคำสอน) ) การที่เราได้เกิดเป็นมนุษย์ผู้มีปัญญาและสัมมาทิฏฐิ ในยุคที่พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นพร้อมคำสอนที่ละเอียดครบถ้วน จึงถือเป็นสุดยอดแห่งโอกาสทอง เมื่อได้รับช่วงเวลาอันประเสริฐที่ทุกอย่างประจวบเหมาะนี้แล้ว เราจึงควรเร่งทำความเพียรและปฏิบัติตามหนทางอันประเสริฐ 8 อย่างให้แน่วแน่ เพื่อไม่ให้ต้องมาทุกข์ร้อนใจในภายหลัง