Share

cover art for “กรรม” ตอนที่3 (จบ) [6811-3d]

3 ใต้ร่มโพธิบท

“กรรม” ตอนที่3 (จบ) [6811-3d]

Season 68, Ep. 11
•

กรรม คือ เจตนาที่มีการปรุงแต่ง (สังขาร) ออกไปทางกาย วาจา ใจ เมื่อมีการปรุงแต่งกระทำออกไปแล้ว ย่อมมีผลหรือมีวิบากของกรรมนั้นอย่างแน่นอน

เรื่องของกรรมเป็น “อจินไตย” คือ เป็นสิ่งที่ไม่ควรคิด เพราะถ้าคิดแล้วอาจจะทำให้เป็นบ้าได้ ในที่นี้หมายถึง เป็นสิ่งที่ไม่อาจเข้าใจได้ด้วยตรรกะสามัญของปุถุชน (ตามนัยยะ อจินติตสูตร) ตราบใดที่เมื่อยังมีการปรุงแต่งกรรมอยู่ การให้ผล (วิบาก) ของกรรมนั้น ก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัยของกรรมนั้นเสมอ ผลของกรรมจึงมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ

ความคิดที่ว่า “ผลของกรรม เกิดจากรรมเก่าอย่างเดียวเท่านั้น” ความคิดอย่างนี้ยังไม่ถูกต้อง เพราะผลของกรรมไม่ได้เกิดจากกรรมเก่าอย่างเดียว แต่อาจเกิดขึ้นจากการปรุงแต่งของสังขารนาม-รูปในปัจจุบัน (ตามนัยยะ 8 อย่างใน สีวกสูตร)

ประเภทผลของกรรม แบ่งออกเป็น 4 หมวด แต่ละหมวดแยกเป็น 4 ประเภท (รวม 16 ประเภท)

1. แบ่งโดยหน้าที่ คือ กรรมที่ให้ไปเกิด (ยังวิบากให้เกิดขึ้น-มีสภาวะการเกิด) / อุปถัมภ์สนับสนุนให้กรรมนั้นมีพลังมากยิ่งขึ้น / เบียดเบียนกรรมนั้นให้อ่อนกำลังลง / ตัดรอนกรรมนั้นไม่ให้ส่งผล

2. แบ่งตามลำดับการให้ผล คือ ให้ผลในลำดับแรกก่อน / ให้ผลเวลาใกล้ตาย / กรรมที่กระทำบ่อยๆ สั่งสมไว้ ให้ผลในชาติต่อมา / กรรมที่ผู้กระทำไม่มีเจตนา แต่ย่อมให้ผล (ในห้วงของสังสารวัฏ)

3. แบ่งตามเวลา คือ ให้ผลรวดเร็วปัจจุบันทันด่วน / ให้ผลในชาติหน้า / ให้ผลในชาติต่อๆ มา / ไม่มีโอกาสให้ผล

4. แบ่งตามฐานะการให้ผล คือ ให้ผลไปเกิดในอบายภูมิ / สุคติภูมิ / รูปพรหม / อรูปพรหม

ฟัง “เรื่องของ “กรรม” (ตอนที่ 2)-กรรมเป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ”


Time stamp 6811-3d: 

(00:32) ปฏิบัติภาวนา เจริญพุทธานุสสติ ธัมมานุสสติ สังฆานุสสติ

(12:25) เรื่องของ “กรรม” ตอนที่ 3

(15:45) เรื่องของกรรมเป็น “อจินไตย” 

(21:51) ทำกรรมอย่างไร ได้ผลของกรรมอย่างนั้น

(26:54) สิวกสูตร ว่าด้วยสีวกปริพาชก

(34:09) ประเภทของกรรม แบ่งเป็น 4 หมวด (รวม 16 ประเภท)

(37:11) กรรมแบ่งตามหน้าที่ของกรรม

(45:44) กรรมแบ่งตามเวลา

(48:39) กรรมแบ่งตามลำดับการให้ผล

(52:39) กรรมแบ่งตามฐานะการให้ผล


More episodes

View all episodes

  • 45. รุ่งอรุณแห่งอริยมรรคมีองค์แปด [6945-3d]

    55:57||Season 69, Ep. 45
    การเกิดขึ้นของธรรม 7 ประการเปรียบดั่งรุ่งอรุณที่มีแสงเงินแสงทองก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น ธรรม 7 ประการนี้ ได้แก่ การมีกัลยาณมิตร, ศีลสัมปทา, ฉันทสัมปทา, อัตตสัมปทา, ทิฏฐิสัมปทา, อัปปมาทสัมปทา และโยนิโสมนสิการ เป็นนิมิตหมายอันประเสริฐที่นำพาจิตใจให้ก้าวเข้าสู่อริยมรรคมีองค์แปดอย่างมั่นคง หากผู้ใดมีธรรมเหล่านี้และปฏิบัติอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง ย่อมมั่นใจได้ว่าจะไม่เดินออกนอกเส้นทาง และสามารถบรรลุเป้าหมายคือนิพพานได้ในเวลาอันรวดเร็ว
  • 44. ปัจฉิมวัยใจสงบ [6944-3d]

    59:22||Season 69, Ep. 44
    เมื่อเข้าสู่ปัจฉิมวัยร่างกายเริ่มก็เจ็บป่วยและกระสับกระส่าย แต่เราสามารถรักษาใจให้สงบได้ด้วยหลักธรรม 5 ประการ ได้แก่ การประกอบสัมมาอาชีวะ การตั้งมั่นในพระรัตนตรัยและศีล 5 การวางใจปล่อยวางความห่วงหาอาทรต่อคนรอบข้าง การคลายความยึดติดในทรัพย์สิน และการมองเห็นขันธ์ 5 ตามความเป็นจริงด้วยสัมมาทิฏฐิ เมื่อฝึกฝนจิตใจให้เข้าใจสัจธรรมและละวางความยึดมั่นถือมั่นเหล่านี้ได้ แม้สังขารจะเจ็บป่วยเพียงใด จิตใจก็จะสงบเยือกเย็น ไม่ฟุ้งซ่าน สามารถก้าวผ่านช่วงวัยนี้ไปได้อย่างร่มเย็นและเป็นสุข
  • 43. วิชชาดับอวิชชา [6943-3d]

    51:49||Season 69, Ep. 43
    อวิชชา คือความไม่รู้แจ้งในอริยสัจ 4 ซึ่งเปรียบเสมือนรากเหง้าของความทุกข์และความเข้าใจคลาดเคลื่อนในชีวิต การจะดับอวิชชาทำได้โดยการตัด "อาหารของอวิชชา" เช่น นิวรณ์ 5 ด้วยการเจริญ "วิชชา" ผ่านการมีสติปัฏฐาน 4 โยนิโสมนสิการ และการปฏิบัติ "อริยมรรคมีองค์ 8" อันเป็นเส้นทางสายเอกที่จะนำพาจิตใจหลุดพ้นจากวัฏสงสารและเข้าสู่ความสงบเย็นอย่างแท้จริง
  • 42. ปณิธาน:การตั้งมั่น [6942-3d]

    56:30||Season 69, Ep. 42
    ปณิธาน คือความตั้งใจอันแน่วแน่ในการพัฒนาตนเอง ซึ่งไม่ใช่การอ้อนวอนขอแต่เป็นการสร้างเหตุและปัจจัย เส้นทางสู่ความสำเร็จต้องอาศัยหลัก "อิทธิบาท 4" ได้แก่ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ และวิมังสา ควบคู่กับการประธานสังขารเพื่อขับเคลื่อนการลงมือทำ รวมถึงการมีกัลยาณมิตรคอยช่วยเหลือ เมื่อผสานความตั้งมั่นกับการปฏิบัติที่ถูกต้องและสม่ำเสมอ จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดในชีวิตได้อย่างยั่งยืน
  • 41. ปัจจัย 24 ประการ [6941-3d]

    59:15||Season 69, Ep. 41
    บทสวดมหาปัฏฐานได้แสดงหลักธรรมอันลึกซึ้งผ่าน "ปัจจัย 24 ประการ" ซึ่งเปรียบเสมือนเครือข่ายความสัมพันธ์อันยิ่งใหญ่ที่คอยเกื้อหนุน ค้ำจุน และเป็นเงื่อนไขให้สรรพสิ่ง สภาวธรรม ทั้งรูปและนาม เกิดขึ้น ดำรงอยู่ หรือดำเนินไปอย่างเป็นเหตุเป็นผลแก่กัน ตั้งแต่เรื่องของเหตุ กรรม จิต ไปจนถึงความมีอยู่และไม่มีอยู่ สะท้อนให้เห็นว่าทุกสิ่งในจักรวาลล้วนมีความเกี่ยวโยงและพึ่งพาอาศัยกันอย่างแยกไม่ออก
  • 40. เรื่องของภพภูมิ [6940-3d]

    58:48||Season 69, Ep. 40
    ภพภูมิ ในพระพุทธศาสนาเปรียบเสมือนแผนผังการเดินทางของจิตที่ขับเคลื่อนด้วยตัณหาและกรรม ซึ่งถูกจัดหมวดหมู่อย่างเป็นระบบผ่าน "สัตตาวาส 9" (ที่อยู่อาศัยของสัตว์ 9 ภูมิ) สอดคล้องกับ "วิญญาณฐิติ 7" (ฐานที่ตั้งของวิญญาณตามปกติ 7 ภูมิ) และ "อายตนะ 2" (ขอบเขตสุดโต่ง 2 ภูมิที่วิญญาณไม่ได้ตั้งอยู่ตามปกติ คืออสัญญีสัตว์และเนวสัญญานาสัญญายตนะ) ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนความหลากหลายของสภาวะจิตในสังสารวัฏที่สัตว์ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดจนกว่าจะหลุดพ้นด้วยอริยมรรคมีองค์ 8
  • 39. การใช้งาน “พรหมวิหาร 4” [6939-3d]

    52:18||Season 69, Ep. 39
    ท่ามกลางความขัดแย้งและปัญหาความวุ่นวายในปัจจุบันที่มีจุดเริ่มต้นจากตัณหาและการหวงกั้น เราสามารถคลี่คลายได้ด้วยการน้อมนำ “พรหมวิหาร 4” อันได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา มาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน โดยเป็นการแสดงออกผ่านทางกาย วาจา และใจอย่างแท้จริง ที่สำคัญต้องประกอบด้วยคุณลักษณะ 3 ประการ คือ ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีประมาณ และไม่มีการผูกเวรกับผู้ใด เพื่อสร้างความสงบสุขที่ยั่งยืนแก่จิตใจและสังคม
  • 38. โกลาหล 5 ประการ [6938-3d]

    58:51||Season 69, Ep. 38
    "โกลาหล 5 ประการ" คือความแตกตื่นโกลาหลของเหล่าเทวดาและพรหม ที่ปรากฏกายบอกข่าวหรือเตือนเรื่องสำคัญที่จะเกิดขึ้นในโลกมนุษย์ ได้แก่ กัปปโกลาหลเตือนเรื่องโลกาวินาศ จักกวัตติโกลาหลเตือนการอุบัติของพระเจ้าจักรพรรดิ พุทธโกลาหลเตือนการบังเกิดของพระพุทธเจ้า มงคลโกลาหลเตือนการแสดงมงคลสูตร 38 ประการ และโมเนยยโกลาหลเตือนวิถีปฏิบัติเพื่อความสงบ   เรื่องราวเหล่านี้เตือนสติให้เราดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท ไม่หลงมงคลตื่นข่าวหรือเครื่องรางโชคลาง แต่ให้เชื่อในผลแห่งการกระทำของตนเอง และน้อมนำหลักธรรมมาปฏิบัติในชีวิตประจำวันอย่างมีสติ เพื่อพัฒนาตนเองสู่ความเจริญและหลุดพ้นจากความทุกข์ในที่สุด
  • 37. โอกาส 8 ที่ทำให้ได้ประพฤติพรหมจรรย์ [6937-3d]

    56:38||Season 69, Ep. 37
     โอกาสที่ทำให้ได้ประพฤติพรหมจรรย์นั้นหาได้ยากยิ่ง เพราะต้องหลุดพ้นจากสภาวะอับโชคทั้ง 8 ประการ (อาทิ การเกิดในนรก เดรัจฉาน เปรต อรูปพรหม หรือเป็นมนุษย์ที่ไร้ปัญญา มิจฉาทิฏฐิ และไร้พระธรรมคำสอน) ) การที่เราได้เกิดเป็นมนุษย์ผู้มีปัญญาและสัมมาทิฏฐิ ในยุคที่พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นพร้อมคำสอนที่ละเอียดครบถ้วน จึงถือเป็นสุดยอดแห่งโอกาสทอง เมื่อได้รับช่วงเวลาอันประเสริฐที่ทุกอย่างประจวบเหมาะนี้แล้ว เราจึงควรเร่งทำความเพียรและปฏิบัติตามหนทางอันประเสริฐ 8 อย่างให้แน่วแน่ เพื่อไม่ให้ต้องมาทุกข์ร้อนใจในภายหลัง