Share

cover art for การแสวงหา 2 อย่าง ด้วยตา 2 ข้าง [6804-3d]

3 ใต้ร่มโพธิบท

การแสวงหา 2 อย่าง ด้วยตา 2 ข้าง [6804-3d]

Season 68, Ep. 4
•

ผู้ที่มีดวงตา ก็จะสามารถใช้ตามองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ และจะสามารถแสวงหาสิ่งที่ต้องการได้ ในตอนนี้จะกล่าวถึง “การแสวงหา 2 อย่าง ด้วยตา 2 ข้าง” โดยจะกล่าวนัยยะการใช้ดวงตา มาแยกบุคคลได้ 4 จำพวกดังนี้

1. คนตาบอด คือ บุคคลที่ไม่มีดวงตา (คือปัญญา) มองหาลู่ทางที่จะให้ได้ทรัพย์ที่ยังไม่ได้ มองไม่เห็นทางที่จะทำให้ทรัพย์ที่มีอยู่งอกเงยขึ้น และไม่มีดวงตา ที่เป็นเหตุจะให้รู้ธรรมทั้งหลายอันเป็นกุศลและอกุศล อันมีโทษและไม่มีโทษ หยาบและละเอียด 

2. คนมีตาข้างเดียว คือ บุคคลที่มองเห็นลู่ทางที่จะทำให้ได้ทรัพย์ที่ยังไม่ได้นั้นมา และมองเห็นลู่ทางที่จะทำให้ทรัพย์ที่มีอยู่งอกเงยขึ้น แต่ไม่มีดวงตาที่เป็นเหตุจะให้รู้ธรรมทั้งหลายอันเป็นกุศลและอกุศล และอาจแสวงหาทรัพย์มาด้วยทางที่ไม่ดี

3. คนมีตา 2 ข้าง คือ บุคคลที่มองเห็นลู่ทางที่จะทำให้ได้ทรัพย์ที่ยังไม่ได้นั้นมา และมองเห็นลู่ทางที่จะทำให้ทรัพย์ที่มีอยู่งอกเงยขึ้น และมีดวงตาที่เป็นเหตุจะให้รู้ธรรมเห็นธรรม

4. คนที่มีตาที่ 3 คือ มีตาสมบูรณ์ คือ ดวงตาที่เห็นอริยสัจ 4 เห็นสิ่งที่เหนือบุญเหนือบาป 


การแสวงหา 2 อย่าง

1. การแสวงหาที่ไม่ประเสริฐ (อนริยปริเยสนา ) คือการแสวงหาสิ่งที่ยังมี ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความโศกร่ำไรรำพัน นั่นคือแสวงหาทุกข์

2. การแสวงหาที่ประเสริฐ (อริยปริเยสนา ) คือการแสวงหาทางที่จะทำให้พ้นจากความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความโศกร่ำไรรำพัน นั่นคือแสวงหาหนทางแห่งการหลุดพ้นจากทุกข์


ลำดับขั้นที่นำไปสู่การแสวงหาตามนัยยะ สังยุตตนิกาย สนิทานสูตร คือ

1. ธาตุ ความหมายรู้ในกาม บังเกิดขึ้นเพราะอาศัยกามธาตุ 

2. สัญญา ความดำริในกามบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความหมายรู้ในกาม

3. สังกัปปะ ความพอใจในกามบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความดำริในกาม

4. ฉันทะ ความเร่าร้อนเพราะกามบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความพอใจในกาม

5.ปริราหะ การแสวงหากามบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความเร่าร้อน

6. แสวงหา เมื่อแสวงหากาม ย่อมปฏิบัติผิดโดย ฐานะ 3 คือ กาย วาจา ใจ


ทางอกุศลเกิดขึ้นอย่างไรในทางกุศลก็เกิดขึ้นอย่างนั้นเช่นกัน

More episodes

View all episodes

  • 45. รุ่งอรุณแห่งอริยมรรคมีองค์แปด [6945-3d]

    55:57||Season 69, Ep. 45
    การเกิดขึ้นของธรรม 7 ประการเปรียบดั่งรุ่งอรุณที่มีแสงเงินแสงทองก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น ธรรม 7 ประการนี้ ได้แก่ การมีกัลยาณมิตร, ศีลสัมปทา, ฉันทสัมปทา, อัตตสัมปทา, ทิฏฐิสัมปทา, อัปปมาทสัมปทา และโยนิโสมนสิการ เป็นนิมิตหมายอันประเสริฐที่นำพาจิตใจให้ก้าวเข้าสู่อริยมรรคมีองค์แปดอย่างมั่นคง หากผู้ใดมีธรรมเหล่านี้และปฏิบัติอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง ย่อมมั่นใจได้ว่าจะไม่เดินออกนอกเส้นทาง และสามารถบรรลุเป้าหมายคือนิพพานได้ในเวลาอันรวดเร็ว
  • 44. ปัจฉิมวัยใจสงบ [6944-3d]

    59:22||Season 69, Ep. 44
    เมื่อเข้าสู่ปัจฉิมวัยร่างกายเริ่มก็เจ็บป่วยและกระสับกระส่าย แต่เราสามารถรักษาใจให้สงบได้ด้วยหลักธรรม 5 ประการ ได้แก่ การประกอบสัมมาอาชีวะ การตั้งมั่นในพระรัตนตรัยและศีล 5 การวางใจปล่อยวางความห่วงหาอาทรต่อคนรอบข้าง การคลายความยึดติดในทรัพย์สิน และการมองเห็นขันธ์ 5 ตามความเป็นจริงด้วยสัมมาทิฏฐิ เมื่อฝึกฝนจิตใจให้เข้าใจสัจธรรมและละวางความยึดมั่นถือมั่นเหล่านี้ได้ แม้สังขารจะเจ็บป่วยเพียงใด จิตใจก็จะสงบเยือกเย็น ไม่ฟุ้งซ่าน สามารถก้าวผ่านช่วงวัยนี้ไปได้อย่างร่มเย็นและเป็นสุข
  • 43. วิชชาดับอวิชชา [6943-3d]

    51:49||Season 69, Ep. 43
    อวิชชา คือความไม่รู้แจ้งในอริยสัจ 4 ซึ่งเปรียบเสมือนรากเหง้าของความทุกข์และความเข้าใจคลาดเคลื่อนในชีวิต การจะดับอวิชชาทำได้โดยการตัด "อาหารของอวิชชา" เช่น นิวรณ์ 5 ด้วยการเจริญ "วิชชา" ผ่านการมีสติปัฏฐาน 4 โยนิโสมนสิการ และการปฏิบัติ "อริยมรรคมีองค์ 8" อันเป็นเส้นทางสายเอกที่จะนำพาจิตใจหลุดพ้นจากวัฏสงสารและเข้าสู่ความสงบเย็นอย่างแท้จริง
  • 42. ปณิธาน:การตั้งมั่น [6942-3d]

    56:30||Season 69, Ep. 42
    ปณิธาน คือความตั้งใจอันแน่วแน่ในการพัฒนาตนเอง ซึ่งไม่ใช่การอ้อนวอนขอแต่เป็นการสร้างเหตุและปัจจัย เส้นทางสู่ความสำเร็จต้องอาศัยหลัก "อิทธิบาท 4" ได้แก่ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ และวิมังสา ควบคู่กับการประธานสังขารเพื่อขับเคลื่อนการลงมือทำ รวมถึงการมีกัลยาณมิตรคอยช่วยเหลือ เมื่อผสานความตั้งมั่นกับการปฏิบัติที่ถูกต้องและสม่ำเสมอ จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดในชีวิตได้อย่างยั่งยืน
  • 41. ปัจจัย 24 ประการ [6941-3d]

    59:15||Season 69, Ep. 41
    บทสวดมหาปัฏฐานได้แสดงหลักธรรมอันลึกซึ้งผ่าน "ปัจจัย 24 ประการ" ซึ่งเปรียบเสมือนเครือข่ายความสัมพันธ์อันยิ่งใหญ่ที่คอยเกื้อหนุน ค้ำจุน และเป็นเงื่อนไขให้สรรพสิ่ง สภาวธรรม ทั้งรูปและนาม เกิดขึ้น ดำรงอยู่ หรือดำเนินไปอย่างเป็นเหตุเป็นผลแก่กัน ตั้งแต่เรื่องของเหตุ กรรม จิต ไปจนถึงความมีอยู่และไม่มีอยู่ สะท้อนให้เห็นว่าทุกสิ่งในจักรวาลล้วนมีความเกี่ยวโยงและพึ่งพาอาศัยกันอย่างแยกไม่ออก
  • 40. เรื่องของภพภูมิ [6940-3d]

    58:48||Season 69, Ep. 40
    ภพภูมิ ในพระพุทธศาสนาเปรียบเสมือนแผนผังการเดินทางของจิตที่ขับเคลื่อนด้วยตัณหาและกรรม ซึ่งถูกจัดหมวดหมู่อย่างเป็นระบบผ่าน "สัตตาวาส 9" (ที่อยู่อาศัยของสัตว์ 9 ภูมิ) สอดคล้องกับ "วิญญาณฐิติ 7" (ฐานที่ตั้งของวิญญาณตามปกติ 7 ภูมิ) และ "อายตนะ 2" (ขอบเขตสุดโต่ง 2 ภูมิที่วิญญาณไม่ได้ตั้งอยู่ตามปกติ คืออสัญญีสัตว์และเนวสัญญานาสัญญายตนะ) ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนความหลากหลายของสภาวะจิตในสังสารวัฏที่สัตว์ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดจนกว่าจะหลุดพ้นด้วยอริยมรรคมีองค์ 8
  • 39. การใช้งาน “พรหมวิหาร 4” [6939-3d]

    52:18||Season 69, Ep. 39
    ท่ามกลางความขัดแย้งและปัญหาความวุ่นวายในปัจจุบันที่มีจุดเริ่มต้นจากตัณหาและการหวงกั้น เราสามารถคลี่คลายได้ด้วยการน้อมนำ “พรหมวิหาร 4” อันได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา มาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน โดยเป็นการแสดงออกผ่านทางกาย วาจา และใจอย่างแท้จริง ที่สำคัญต้องประกอบด้วยคุณลักษณะ 3 ประการ คือ ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีประมาณ และไม่มีการผูกเวรกับผู้ใด เพื่อสร้างความสงบสุขที่ยั่งยืนแก่จิตใจและสังคม
  • 38. โกลาหล 5 ประการ [6938-3d]

    58:51||Season 69, Ep. 38
    "โกลาหล 5 ประการ" คือความแตกตื่นโกลาหลของเหล่าเทวดาและพรหม ที่ปรากฏกายบอกข่าวหรือเตือนเรื่องสำคัญที่จะเกิดขึ้นในโลกมนุษย์ ได้แก่ กัปปโกลาหลเตือนเรื่องโลกาวินาศ จักกวัตติโกลาหลเตือนการอุบัติของพระเจ้าจักรพรรดิ พุทธโกลาหลเตือนการบังเกิดของพระพุทธเจ้า มงคลโกลาหลเตือนการแสดงมงคลสูตร 38 ประการ และโมเนยยโกลาหลเตือนวิถีปฏิบัติเพื่อความสงบ   เรื่องราวเหล่านี้เตือนสติให้เราดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท ไม่หลงมงคลตื่นข่าวหรือเครื่องรางโชคลาง แต่ให้เชื่อในผลแห่งการกระทำของตนเอง และน้อมนำหลักธรรมมาปฏิบัติในชีวิตประจำวันอย่างมีสติ เพื่อพัฒนาตนเองสู่ความเจริญและหลุดพ้นจากความทุกข์ในที่สุด
  • 37. โอกาส 8 ที่ทำให้ได้ประพฤติพรหมจรรย์ [6937-3d]

    56:38||Season 69, Ep. 37
     โอกาสที่ทำให้ได้ประพฤติพรหมจรรย์นั้นหาได้ยากยิ่ง เพราะต้องหลุดพ้นจากสภาวะอับโชคทั้ง 8 ประการ (อาทิ การเกิดในนรก เดรัจฉาน เปรต อรูปพรหม หรือเป็นมนุษย์ที่ไร้ปัญญา มิจฉาทิฏฐิ และไร้พระธรรมคำสอน) ) การที่เราได้เกิดเป็นมนุษย์ผู้มีปัญญาและสัมมาทิฏฐิ ในยุคที่พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นพร้อมคำสอนที่ละเอียดครบถ้วน จึงถือเป็นสุดยอดแห่งโอกาสทอง เมื่อได้รับช่วงเวลาอันประเสริฐที่ทุกอย่างประจวบเหมาะนี้แล้ว เราจึงควรเร่งทำความเพียรและปฏิบัติตามหนทางอันประเสริฐ 8 อย่างให้แน่วแน่ เพื่อไม่ให้ต้องมาทุกข์ร้อนใจในภายหลัง