Share
![cover art for ภัยอันตรายที่พึงพิจารณา [6739-3d]](https://open-images.acast.com/shows/63760a658c890a00102a0b39/show-cover.jpg?height=750)
3 ใต้ร่มโพธิบท
ภัยอันตรายที่พึงพิจารณา [6739-3d]
พระพุทธเจ้าได้ทรงแบ่งภัยในโลกนี้ไว้ 2 อย่างคือ ภัยที่ช่วยเหลือกันได้ และภัยที่ช่วยกันไม่ได้
1.ภัยที่พอช่วยเหลือกันได้ ได้แก่ 1.ภัยน้ำท่วม 2.ภัยเกิดจากไฟไหม้ 3.ภัยเกิดจากโจรขโมยและสงคราม ภัยเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วยังพอช่วยเหลือให้ผ่อนหนักเป็นเบาได้บ้าง มากบ้างน้อยบ้าง ตามสถานการณ์
2.ภัยที่ช่วยกันไม่ได้ ถึงแม้จะเป็น พ่อ แม่ ลูก ที่รักและห่วงใยกันแค่ไหนก็ไม่สามารถช่วยกันได้เลย ได้แก่ 1. ภัยจากความแก่(ชราภัย) 2.ภัยจากความเจ็บไข้(พยาธิภัย) 3. ภัยจากความตาย(มรณะภัย) ภัยเหล่านี้เป็นภัยที่หากเกิดขึ้นแก่ผู้แล้วไม่มีใครที่จะสามารถช่วยแบ่งเบา หรือรับเอาภัยนั้นมาแทนกันได้เลย พระพุทธองค์ทรงชี้ทางออกไว้ให้ว่าหากผู้ใดเป็นผู้ที่มีอริยมรรคมีองค์ 8 ประกอบอยู่ในจิตของตน ผู้นั้นก็จะสามารถพ้นจากภัยอันตรายที่เกิดขึ้นจาก ความแก่ ความเจ็บ และความตายในอนาคตได้อย่างแน่นอน โดยอริยมรรคมีองค์ 8 นี้ได้แก่ 1.ศีล คือสัมมาวาจา, สัมมากัมมันตะ,สัมมาอาชีวะ 2.สมาธิ คือสัมมาวายามะ,สัมมาสติ,สัมมาสมาธิ 3.ปัญญา คือ สัมมาทิฏฐิ, สัมมาสังกัปปะ
ภัยต่างๆที่เกิดขึ้นล้วนก่อให้เกิดทุกข์แก่ผู้ประสบภัยนั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในที่นี้จะกล่าวถึงหมวดธรรมที่ทำให้เห็นว่าสุข-ทุกข์ที่เกิดขึ้นนั้นสิ่งใดทำให้เกิด โดยจะกล่าวหมวดธรรม 3 ข้อที่เป็นมิจฉาทิฐิ ได้แก่
1.สุข ทุกข์ เกิดจากผู้อื่นทำให้
2.สุข ทุกข์ เกิดจาก กรรมเก่า
3.สุข ทุกข์ เกิดจาก ไม่มีอะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัย
หากผู้ใดมีมิจฉาทิฐิทั้ง 3 ข้อนี้ ก็จะเป็นผู้ที่ไม่ได้ทำสิ่งที่ควรทำ ไม่ได้ละในสิ่งที่ควรละ จะทำให้อกุศลเกิดขึ้นในจิตใจได้ และเมื่อใดก็ตามที่อกุศลเกิด แต่กุศลไม่เกิดในจิตใจ เมื่อนั้นก็จะทำให้เกิดความทุกข์ขึ้น
More episodes
View all episodes

34. ธรรมเครื่องระงับความอาฆาต 6934-3d]
58:15||Season 69, Ep. 34ความอาฆาตเกิดจากการยึดติดว่าผู้อื่นสร้างความเสียหายแก่เรา แก่คนที่เรารัก หรือเห็นศัตรูได้ดี ไม่ว่าจะในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต วิธีดับไฟแค้นคือการยอมรับและปล่อยวางอดีต ปัจจุบัน อนาคตที่ล้วนควบคุมไม่ได้ ควบคู่กับการใช้หลักธรรม 5 ประการ ได้แก่ การเจริญเมตตา ปลูกความกรุณา วางใจเป็นอุเบกขา หันไปสนใจสิ่งอื่น และพิจารณากฎแห่งกรรมว่าทุกคนมีกรรมเป็นของตน รวมถึงการฝึกมองข้ามข้อเสียและใส่ใจเฉพาะส่วนดีของบุคคลนั้น การหล่อเลี้ยงจิตใจด้วยหลักธรรมเหล่านี้จะช่วยระงับความโกรธ ไม่ผูกเวร และคืนความสงบสุขให้ใจได้อย่างแท้จริง
33. กิจญาณ - กิจที่ควรทำในอริยสัจ 4 [6933-3d]
55:27||Season 69, Ep. 33อริยสัจ 4 คือสัจธรรมความจริงเหนือกาลเวลาที่เราต้องอาศัย "กิจญาณ" หรือการรู้หน้าที่ที่ควรทำต่ออริยสัจแต่ละข้ออย่างถูกต้อง ได้แก่ "ทุกข์" (ขันธ์ 5) เราควรรอบรู้และทำความเข้าใจ "สมุทัย" (ตัณหา) เราควรละทิ้ง "นิโรธ" เราควรทำให้แจ้ง และ "มรรค" เราควรเจริญให้มาก ดังนั้น เมื่อเผชิญสิ่งใดในชีวิต หากเราหมั่นแยกแยะและทำกิจต่อสิ่งเหล่านั้นตามหลักอริยสัจ 4 ได้อย่างถูกต้อง กระบวนการนี้จะช่วยพัฒนาจิตใจจนนำไปสู่การเกิดญาณหยั่งรู้ที่แท้จริงได้ในที่สุด
32. พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ [6932-3d]
58:10||Season 69, Ep. 32พระรัตนตรัยคือที่พึ่งสูงสุดของชาวพุทธ นำโดย พระพุทธคุณ ซึ่งเปี่ยมด้วยพระปัญญาตรัสรู้แจ้ง บริสุทธิ์จากกิเลส และมีพระมหากรุณาธิคุณชี้ทางพ้นทุกข์แก่สัตว์โลก ผสานด้วย พระธรรมคุณ คำสอนอันประเสริฐที่เน้นให้ละเว้นความชั่ว ทำความดี และชำระจิตใจให้ผ่องใสผ่านการศึกษาและลงมือปฏิบัติ ตลอดจน พระสังฆคุณ คือหมู่สาวกผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตามคำสอนจนสามารถละกิเลสและบรรลุธรรม หากเรามีศรัทธาตั้งมั่นและดำเนินชีวิตตามแนวทางแห่งพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ย่อมนำพาชีวิตไปสู่ความสงบและหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวงได้อย่างแท้จริง
31. การภาวนา 4 ประการ [6931-3d]
57:59||Season 69, Ep. 31การภาวนาคือ การเจริญ การพัฒนาตนเอง ประกอบด้วย กาย สีล จิต และปัญญา คือการสำรวมกายให้อยู่ในระเบียบวินัย ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ฝึกจิตให้มั่นคง และเจริญปัญญาเพื่อรู้แจ้งดับทุกข์หากไม่เจริญภาวนาจะก่อให้เกิด อนาคตภัย 5 ประการ ได้แก่ พระธรรมวินัยเลอะเลือนจนศรัทธาเสื่อมถอย, ไม่สามารถอบรมสั่งสอนคนรุ่นหลังได้ถูกต้อง, หลงผิดถลำลงสู่ธรรมดำโดยไม่รู้ตัว, ละทิ้งธรรมะอันลึกซึ้ง หันไปสนใจคำกวีแต่งใหม่, ผู้ใหญ่ย่อหย่อน ไม่เพียรบรรลุธรรม และกลายเป็นแบบอย่างที่ผิดการเจริญภาวนาอย่างต่อเนื่องจึงเกิดประโยชน์มหาศาล ทั้งช่วยสืบทอดพระศาสนาให้ยั่งยืน และนำพาตนให้เป็นผู้รู้แจ้งในธรรมได้อย่างแท้จริง
30. หลักธรรมสู่ความเจริญรุ่งเรือง [6930-3d]
56:55||Season 69, Ep. 30การรักษาความมั่งคั่งของตระกูลให้ยั่งยืน เริ่มต้นได้ด้วย "กุลจิรัฏฐิติธรรม" 4 ประการ ได้แก่ ของหายต้องตามหา, ของชำรุดรู้จักซ่อมแซม, ใช้จ่ายอย่างพอประมาณให้สมฐานะ (สมชีวิตา) และมอบหมายให้คนดีมีศีลธรรมดูแลทรัพย์สินเพื่อยกระดับชีวิตให้เจริญก้าวหน้า ควรเชื่อมโยงกับ "จักร 4" คือ การเลือกพาตัวเองไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี, คบหาคนดี (กัลยาณมิตร), ตั้งตนไว้ในความดี และเป็นผู้มีความดีที่บำเพ็ญไว้กาลก่อนเพื่อพร้อมพัฒนาตนเองอยู่เสมอเมื่อนำธรรมะเหล่านี้มาผสานกับการขยันทำงานและรู้จักรักษาทรัพย์ ย่อมนำพาครอบครัวและชีวิตไปสู่ความมั่นคงมีคและมีความสุขอย่างยั่งยืน
29. การใช้งาน “พรหมวิหาร 4” [6929-3d]
53:10||Season 69, Ep. 29ความขัดแย้งวุ่นวายในโลกล้วนมีจุดเริ่มต้นจาก "ตัณหา" ที่นำไปสู่การยึดติด ความตระหนี่ และการหวงกั้นในที่สุด ทางออกของปัญหาเหล่านี้คือการใช้หลัก "พรหมวิหาร 4" คือ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา เข้ามาแก้ไข โดยมีหัวใจสำคัญ 3 ประการ คือ ต้องปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไม่มีเงื่อนไข ไร้ขอบเขต และไม่ผูกเวรหรือละเว้นใคร นอกจากนี้ การนำไปใช้ในชีวิตประจำวันต้องแสดงออกให้ผู้อื่นรับรู้ได้ประจักษ์ชัด ทั้งทางการกระทำ (กาย) คำพูด (วาจา) และความคิด (ใจ)
28. ฆราวาสธรรม 4 ประการ [6928-3d]
59:21||Season 69, Ep. 28การเผชิญโลกที่มีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกัน เราสามารถนำหลัก "ฆราวาสธรรม 4 ประการ" มาใช้เพื่อสร้างความสำเร็จและความสุขในชีวิตได้ดังนี้1. สัจจะ (ความจริงใจ): มีความซื่อตรงทั้งต่อหน้าและลับหลัง ตรงไปตรงมาทั้งความคิดและการกระทำ2. ทมะ (การข่มใจ): รู้จักปรับตัวและฝึกควบคุมจิตใจให้เลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องและดีงาม3. ขันติ (ความอดทน): เผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างเข้าใจโดยไม่เก็บกด แต่ใช้สติรักษาใจไม่ให้ขุ่นมัว4. จาคะ (การเสียสละ): รู้จักการให้ แบ่งปัน และสละทิ้งกิเลสหรือนิสัยที่ไม่ดีออกจากใจเมื่อเรานำหลักธรรมเหล่านี้มาปรับใช้ด้วยปัญญา จะช่วยให้ก้าวผ่านทุกสถานการณ์ได้อย่างมั่นคงและมีความสุขอย่างแท้จริง
27. ประสงค์เพื่อให้สมความปรารถนา [6927-3d]
56:30||Season 69, Ep. 27ได้นำเอา ขัตติยสูตร ที่ว่าด้วยความประสงค์ 5 อย่างของบุคคล 6 ประเภท มาอธิบายขยายความ เพื่อให้ทราบถึงความต้องการที่เหมือนกัน หรือแตกต่างกันของบุคคลแต่ละประเภท เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาความเข้าใจ และสานสัมพันธภาพที่ดีในระหว่างบุคคลเริ่มจากความประสงค์เพื่อให้สมตามสิ่งที่ปรารถนา ในบุคคลแต่ละประเภทนั้น ย่อมมีความประสงค์ต้องการเพื่อให้สมความปรารถนาสูงสุด อย่างเช่นกษัตริย์ พราหมณ์ คหบดี มีความประสงค์โภคทรัพย์ และนิยมปัญญาเหมือนกัน แต่สิ่งที่เสริมกำลังความมั่นใจเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการ และให้ถึงความเป็นที่สุดแตกต่างกันสตรี นิยมประดับตกแต่งเพื่อประสงค์บุรุษ มีบุตรเป็นกำลัง และไม่ต้องการหญิงอื่นร่วมสามี มีความเป็นใหญ่ในบ้านเป็นที่สุดโจร นิยมที่เร้นลับเพื่อประสงค์ลักทรัพย์ มีอาวุธเป็นกำลัง และต้องการที่มืด ไม่ปรารถนาให้ผู้อื่นล่วงรู้สมณะ นิยมปัญญา มีความประสงค์ขันติ และโสรัจจะ มีศีลเป็นกำลัง และต้องการความไม่มีกิเลสเครื่องกังวล มีนิพพานเป็นที่สุดข้อสังเกต ความต้องการที่เป็นไปเพื่อดับความต้องการ มีความเป็นอิสระพ้นจากอำนาจกิเลสเครื่องร้อยรัดมีในบุคคลผู้ที่มีปัญญาเห็นตามความเป็นจริง
26. สังคหวัตถุ 4 [6926-3d]
56:08||Season 69, Ep. 26สังคหวัตถุ 4 คือหลักธรรมประสานความสามัคคีเพื่อให้อยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างสงบสุข ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับจิตใจของเราให้พัฒนาขึ้นได้ ดังนี้ทาน (การให้): การแบ่งปันสิ่งของช่วยลดความเห็นแก่ตัวได้ แต่การให้ที่เลิศที่สุดและนำไปสู่ปัญญาคือ "การให้ธรรมะ"ปิยวาจา (วาจาไพเราะ): การพูดจาสุภาพ จริงใจ และเป็นประโยชน์ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ส่วนวาจาที่เลิศกว่าวาจาทั้งปวงคือ "การแสดงธรรม" แก่ผู้ที่ตั้งใจฟังอัตถจริยา (บำเพ็ญประโยชน์): นอกจากการช่วยเหลือส่วนรวมแล้ว การบำเพ็ญประโยชน์ที่สูงสุดคือการชักชวนผู้อื่นให้ตั้งมั่นในศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญาสมานัตตตา (วางตนเหมาะสม): การทำหน้าที่ไม่ถือตัวเป็นความสม่ำเสมอที่ดี แต่ความมีตนเสมอที่เลิศที่สุด คือการวางตนเสมอด้วยพระอริยบุคคล ตั้งแต่พระโสดาบันไปจนถึงพระอรหันต์นอกจากนี้ สำหรับผู้บริหารหรือผู้นำยังมี ราชสังคหวัตถุ เพื่อใช้ปกครองและดูแลผู้คนให้ร่มเย็นเป็นสุขอีกด้วย การปฏิบัติธรรมเหล่านี้จะช่วยเกื้อกูลความสามัคคีและยกระดับจิตใจได้อย่างยั่งยืน