Share

cover art for คุณค่าของชีวิต [6939-1u]

1 สมการชีวิต

คุณค่าของชีวิต [6939-1u]

Season 69, Ep. 39
•

เหตุปัจจัยแห่งความตาย

  - เหตุปัจจัยแห่งการตายมีมาก เกิดขึ้นเป็นธรรมดา เกิดไม่ยาก และเกิดขึ้นกับทุกคนแน่นอน 

  - เมื่อรัก/พอใจในสิ่งใดมาก หากไม่ได้สิ่งนั้นมา “จะตาย” ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การตาย แต่อยู่ที่ “ความอยาก (ตัณหา)”

  - เพราะมีตัณหา จึงมีอุปาทาน (ความยึดถือ)

   เพราะมีอุปาทาน จึงมีภพ (สภาวะ) 

   เพราะมีภพ จึงมีความเกิด

   เพราะมีความเกิด จึงมีความตาย


ความตายไม่ใช่เครื่องมือพ้นทุกข์

- ความตายไม่ใช่ตัวแก้ปัญหา เพราะปัญหาอยู่ที่ความอยาก 

- ถ้ายังมีตัณหาหรืออวิชชาอยู่ ก็เป็นเหตุให้ไปเกิดใหม่ ต้องเจอปัญหา เจอสิ่งที่เป็นทุกข์อีก และต้องตายอีก 

- ความตายเป็นตัวทุกข์ ไม่ใช่เครื่องมือให้พ้นจากความทุกข์ 

- ทุกข์เป็นสิ่งที่ควรกำหนดรู้ = ให้รู้ว่าเหตุปัจจัยของความตายคือการเกิด การเกิดมาจากภพ ภพมาจากอุปาทาน อุปาทานมาจากตัณหา ถ้ามีตัณหามากมีอุปาทานมาก ความทุกข์ก็จะมาก

- การฆ่าตัวตายเป็นบาป (ยกเว้นบางกรณีในสมัยพุทธกาล) การฆ่าตัวตายด้วยทิฏฐิที่ไม่ถูกต้องอาจต้องไปเกิดในนรก ซึ่งเป็นภพที่มีความทุกข์มาก ความสุขน้อย


ผู้ที่เกิดเป็นมนุษย์ เป็นผู้มีบุญ 

- ภพของมนุษย์มีทั้งสุขทั้งทุกข์ปนกันไป ไม่ใช่มีแต่ทุกข์เพียงอย่างเดียว ต้องมีสุขบ้างอย่างแน่นอน อยู่ที่เราจะมองเห็นหรือไม่ 

- การเห็นความจริงเพียงครึ่งเดียวว่าชีวิตมีแต่ความทุกข์เท่านั้น แล้วรับความจริงไม่ได้ จิตใจก็จะตกต่ำลง แต่หากจิตมีกำลังพอ จะมองเห็นอีกด้านหนึ่งของสุขและทุกข์ การคิดวนแต่เพียงด้านเดียวจะมองไม่เห็น ต้องเงยหน้าขึ้นมามองไปรอบ ๆ ถึงคนที่ยังมีความรักในเราอยู่ เช่น คนในครอบครัว ให้ตั้งสติไว้ ก็จะค่อย ๆ เห็น


ทางออกของปัญหาในโลกนี้ 

- ปัญหาในโลกนี้มีทางออกหลายทาง ซึ่งความตายไม่ใช่ทางออกของปัญหา 

- “หากลำพังเพียงการตายแล้วจะทำให้ปัญหาจบลงตรงนั้น โลกนี้จะไม่มีปัญหาอะไร” แต่ความจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น ปัญหาในโลกนี้ยังคงมีอยู่

- ตัณหา (ความอยาก) คือ ต้นเหตุของปัญหาต่าง ๆ จึงต้องกำจัดตัณหา 

- จิตใจเราต้องมีเมตตา ให้อภัย ทั้งต่อตัวเราและผู้อื่น จิตใจจะเริ่มเบาขึ้นเรื่อย ๆ จะเห็นตามความเป็นจริงของชีวิตว่า สุขก็มี ทุกข์ก็มี ความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ เรื่องดี ๆ ในชีวิต ยังมีอยู่

- หากไม่เหลือใครในชีวิต ก็ยังมีพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเมตตากรุณาต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย ยังมีคำสอนของท่านอยู่


การมีชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่า

- การมีชีวิตอยู่ด้วยความดี เมตตากรุณา ให้อภัย เห็นตามความเป็นจริงว่า สุขก็มีทุกข์ก็มี วินาทีนั้นการมีชีวิตอยู่ของเราก็จะมีคุณค่า มีความหมาย 

- ชีวิตมีค่า เมื่อใส่ปัญญา ความดี ความเมตตากรุณา ความอดทน ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความเห็นตามความเป็นจริงในสุขทุกข์ ลงไปในชีวิตได้ 

- การที่เราใส่สิ่งใดลงไปในชีวิต ชีวิตเราก็จะมีค่ามีราคาตามสิ่งนั้นขึ้นมา ชีวิตเรา เราเลือกได้ การเลือกได้นั้นคือการตั้งสติ ระลึกให้ได้ มองให้เห็น ทำความเข้าใจชีวิต ชีวิตในโลกนี้ยังมีโอกาสอยู่เสมอ

- เหตุการณ์ในชีวิตต่าง ๆ เป็นเครื่องเตือนสติให้เห็นว่าชีวิตมี 2 ด้าน ทั้งสุขและทุกข์ แล้วดำรงชีวิตให้มีคุณค่า ด้วยปัญญา ความดี เมตตากรุณา ให้อภัย เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เห็นตามความเป็นจริง เข้าใจชีวิต ให้ทำในขณะที่มีชีวิตอยู่ ชีวิตจะมีคุณค่าด้วยสิ่งเหล่านี้

More episodes

View all episodes

  • 44. ส่งพ่อแม่ไปสถานพักฟื้นคนชรา [6944-1u]

    55:23||Season 69, Ep. 44
    Q1: ทำความดี หลังออกพรรษาA: ให้พิจารณาอานิสงส์และโทษของการกระทำที่ตั้งใจทำช่วงเข้าพรรษา เช่น งดเหล้า สวดมนต์ นั่งสมาธิ ก็จะตัดสินใจได้ว่าแม้ออกพรรษาแล้วก็ควรทำสิ่งนั้นต่อไป โดยเพิ่มไปทีละวัน ทีละเดือน ทีละหลายเดือนต่อไปได้- การตั้งสัจจะแล้วกระทำได้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยยกระดับจิต ให้ทำสิ่งนั้นได้ละเอียด/ได้ดียิ่งขึ้น - จึงควรรักษาความดีต่อไป เพราะคนรอบตัวย่อมได้อานิสงส์จากการทำดีของเรา- และควรเอาความชอบใจ/พอใจ ไปติดกับสิ่งที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์Q2: วิพากษ์วิจารณ์หลังออกพรรษาA: ฆราวาส สามารถนำประเพณีปวารณาของสงฆ์ในช่วงออกพรรษา (การออกตัวให้ว่ากล่าวตักเตือนได้) มาปรับใช้ได้ จะทำให้เกิดความก้าวหน้าได้กรณีที่หนึ่ง ถ้าบอกไปแล้วเขาจะเปลี่ยนได้ - ก็ให้ทำ เพราะจะเกิดความดี จะดีทั้งตัวเราและตัวเขา โดยให้พิจารณาดังนี้(1) บอกไปแล้วจะลำบากเราหรือไม่(2) ลำบากมากหรือน้อย = ให้เห็นความลำบากเป็นเรื่องเล็กน้อย ถ้าเขาจะเปลี่ยนได้ ก็ควรจะทำ(3) ถ้าเขาจะขัดเคืองใจ = ให้เห็นว่าความขัดเคืองใจที่จะเกิดขึ้นในจิตของเขาเป็นเรื่องเล็กน้อยกรณีที่สอง ถ้าบอกไปแล้วเขาจะไม่เปลี่ยน- ก็ให้วางเฉย (อุเบกขา) ไว้ก่อนQ3: เหตุการณ์น้ำท่วมA: การไม่ประมาทในการเตรียมการ จะทำให้ทุกข์น้อยกว่า- แม้เตรียมการเรื่องทางกายไม่ทัน แต่ถ้าเตรียมจิตใจไว้แล้ว ก็จะทุกข์แค่ทางกาย- ต้องตั้งสติ อดทนอยู่กับทุกขเวทนาให้ได้ จากนั้น ทำจิตให้นิ่ง แล้วมองหาทางออกของปัญหาที่ถูกต้องต่อไปQ4: AIA: ต้องมีวิจารณญาณและใช้สติสัมปชัญญะในการเสพ AI - ถ้าเพลินกับความสะดวกสบายจาก AI ก็จะเกิดความผิดพลาดได้Q5: ส่งพ่อแม่ไปสถานพักฟื้นคนชราA: การตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ (1) ทางกาย = ต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ โดยอาจทำเองหรือจัดให้ผู้อื่นกระทำก็ได้(2) ทางใจ = ถ้าพ่อแม่ยังไม่มีศรัทธา ศีล จาคะ ปัญญา ช่วยประดิษฐานให้ท่านมีสิ่งเหล่านั้น โดยอาจจัดแจงด้วยตนเองหรือจัดให้ผู้อื่นกระทำก็ได้- การตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ทางใจ เป็นเรื่องสำคัญ เป็นการกระทำตอบพอสมกันได้
  • 43. ละความไม่พอใจในที่ทำงาน [6943-1u]

    01:00:19||Season 69, Ep. 43
    ช่วงไต่ตามทาง: ปัญหาในที่ทำงาน- การทำงานทุกที่ มีปัญหาอยู่เสมอ- เวลามีคนทำให้โกรธ/ไม่พอใจ หากเราตอบโต้กลับด้วยความโกรธ/ความไม่พอใจ เรื่องราวก็จะยิ่งขยายผล- ผู้ปฏิบัติธรรม จะชนะความโกรธได้ด้วยการไม่โกรธตอบ ชนะความอิจฉาริษยาได้ด้วยเมตตามุทิตา ชนะความตระหนี่ได้ด้วยการให้ ชนะความเพ่งเล็งหาโทษใส่ความได้ด้วยความสัตย์ความจริง (ความจริงใจ โอบอ้อมอารี)- เมื่อรู้ตัวว่าโกรธ แสดงว่ามีสติ เพียงแต่ยังตัดไม่ได้ เพราะสติและปัญญามีกำลังน้อย ก็ต้องเพิ่มสติเข้าไป ด้วยการฟังเทศน์ฟังธรรม สวดมนต์ นั่งสมาธิ แล้วตั้งใจใหม่ ตั้งปณิธานในวันใหม่ว่า “ไม่ว่าจะเกิดอะไร จะยิ้มสู้ จะไม่โกรธ จะแผ่เมตตาให้ทุกคนที่พูดด้วย ทุกที่ที่เดินไป ทุกสถานการณ์ที่ผ่านมา รวมถึงแผ่เมตตาให้ตนเองด้วย”- วิธีตอบโต้ความไม่พอใจในที่ทำงาน 4 อย่าง ได้แก่ เมตตาจิต รักใคร่เอ็นดู ไม่เบียดเบียน และความอดทน ปัญญาก็จะเกิด เมื่อมีสติปัญญาเกิด ก็จะตัดความไม่พอใจ (โทสะ) ได้- ถ้าละความโกรธ/ความไม่พอใจในที่ทำงานได้ ไปที่ไหนเราก็จะสบายใจแน่นอน- อย่าไปคิดว่างานมันยาก งานมันหนัก งานมันเหนื่อย แต่ความยาก ความหนัก ความเหนื่อย นี่แหละ มีค่า มีความหมาย มีคุณธรรมที่เราใส่ลงไป คุณธรรมต่าง ๆ ที่ใส่ลงไป จะสามารถเอาชนะได้ เมื่อเราเอาชนะความโกรธความไม่พอใจในที่ทำงานได้ จิตใจเราก็จะเบาช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: ฆราวาสธรรม 4- พระพุทธเจ้าเทศน์สอนอาฬวกยักษ์- ฆราวาสธรรม 4 ประการ ได้แก่(1) สัจจะ (ความจริง)- ให้เป็นคนดีจริง ๆ มีความจริงใจ ซื่อตรง ซื่อสัตย์ ไม่เป็นคนหลอกลวงหรือหน้าไหว้หลังหลอก- ผลที่ได้รับ คือ ความเคารพจากผู้อื่น ความจริงใจจากผู้อื่น(2) ทมะ (การข่มบังคับใจ)- การฝึกฝนตน ปรับจิตใจตน แก้ไขนิสัยตน ให้มีลักษณะที่ดีขึ้นมา ด้วยสติปัญญา- ผลที่ได้รับ คือ ไม่มีเวรกับใคร ยับยั้งตนไม่ให้ทำชั่วทำผิดได้ การงานออกมาดี(3) ขันติ (ความอดทน)- ความอดทน ขยันหมั่นเพียร พยายามทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จ ทำจริง แน่วแน่จริง ไม่เพลินไปกับสิ่งมาล่อลวง- ผลที่ได้รับ คือ การงานสำเร็จ เป็นหลักให้กับผู้อื่นได้(4) จาคะ (การสละออก)- การให้ การบริจาค เป็นประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น แสดงถึงการไม่ผูกเวร- ผลที่ได้รับ คือ ฝึกจิตให้ละความตระหนี่ เป็นการละกิเลสฆราวาสธรรม 4 ประการ นอกจากทำให้ปัจจุบันอยู่เป็นสุข ไม่ผูกเวรกับใคร ฝึกฝนตน รักษาทรัพย์ได้ มีมิตร มีบริวาร แล้ว ยังทำตนให้มีความสุขในโลกหน้าได้อีกด้วย
  • 42. เตรียมใจสู้มะเร็ง [6942-1u]

    49:26||Season 69, Ep. 42
    Q1: เตรียมใจสู้มะเร็งA: ต้องมีการเตรียมตัว 3 ช่วง(1) ช่วงยังไม่ป่วยทางกาย = ให้เลี่ยงอาหารกลุ่มเสี่ยง ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ทำประกันทางใจ = ให้พิจารณาว่า เราต้องมีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา ล่วงพ้นไปไม่ได้ รวมถึงความแก่และความตายด้วย(2) ช่วงป่วยแล้วทรัพย์สิน = ให้ทำพินัยกรรม จัดการให้เรียบร้อยคนรอบตัว = ทำหน้าที่ทิศ 6ร่างกายของเรา = แจ้งความประสงค์เรื่องการให้ช่วยชีวิตถึงขั้นไหน บริจาคอวัยวะ/ร่างกาย จัดการศพ(3) ช่วงใกล้ตายทรัพย์สิน = ให้พิจารณาว่า เป็นของไม่เที่ยง อยู่กับใครก็เป็นของคนนั้น เราเอาไปด้วยไม่ได้ อย่าห่วง ควรละความยึดถือในสิ่งของนั้นคนรอบตัว = ให้พิจารณาว่า บุคคลเหล่านั้นมีกรรมเป็นของตน ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ไม่ต้องไปห่วงเขา กิจที่เราต้องทำต่อเขา เราได้ทำแล้ว ถ้าติดต่อไม่ได้ ก็ให้ตั้งจิตที่ประกอบด้วยเมตตานึกถึงเขาร่างกายของเรา = ให้พิจารณาว่า กายนี้เป็นของเน่าเปื่อย เป็นรังของโรค ให้เราเข้าใจ ให้เห็นความไม่เที่ยงในกายนี้ แล้ววางลงเสีย อย่ามีความกังวลใจ รักษาด้วยสติและปัญญา ปล่อยวางเวทนาในกาย เมื่อกายกับใจแยกกันได้ จิตใจก็จะสบายQ2: “สติ” เครื่องมือดึงจิตA: เครื่องมือที่ทำให้จิตมีกำลัง คือ “สติ”- “สติ” = เกิดจากศรัทธาและความเพียร- “ศรัทธา” = ความมั่นใจ ความลงใจ ในวิธีการปฏิบัติ ทุกข์เป็นที่ตั้งของศรัทธา ธรรมะเป็นทางออกของทุกข์ กัลยาณมิตร เป็นตัวเชื่อมจากทุกข์ไปสู่ศรัทธาได้- “ความเพียร” = การลงมือทำจริง แน่วแน่จริง ในการปฏิบัติ- “ปัญญา” = หากมีปัญญาพิจารณาได้แล้ว กายกับจิตก็จะแยกกัน สุขภาพกายก็จะไม่มีผลต่อสุขภาพจิตQ3: เด็ก Gen BetaA: ควรฝึกตั้งเด็กคำถาม เพราะคำตอบสามารถหาได้ง่ายจาก AI- คำถามที่ดี = ไปในเรื่องความดี ทางที่เป็นกุศลธรรมQ4: ทุกข์จากโลก OnlineA: เหตุแห่งทุกข์ ไม่ใช่การรับรู้ข่าวสารจาก Social media แต่เกิดจาก “ความอยาก/ไม่อยาก” ที่จะเป็น/ไม่เป็นเหมือนสิ่งที่เห็นในโลก Online- ต้องกำจัดความอยาก ด้วยการสำรวมระวัง โดยมอง 2 มุม ทั้งมุมกว้างแบบรวม ๆ และมุมแยกเป็นส่วน ๆ อย่าให้บาปอกุศลเกิดขึ้นว่าอยาก/ไม่อยาก- ควรจำกัดเวลาในการดู Social media เพื่อไม่ให้เกิดความเพลินQ5: ธรรมะสำหรับผู้เกษียณอายุA: ช่วงเกษียณอายุถือว่ามีโอกาสว่างเกิดขึ้นแล้ว ที่จะทำในสิ่งที่ทำตอนทำงานไม่ได้ ให้ลิสรายการ แล้วทำเลย- ต้องมีสิ่งที่ทำ เพื่อตั้งอิทธิบาท 4 ขึ้น ก็จะมีความมุ่งหมายในการมีชีวิตอยู่ เช่น ทำงานบ้าน ธุรกิจอื่น จิตอาสา ท่องเที่ยว ปฏิบัติธรรม- ยิ่งเวลาชีวิตเหลือน้อย ยิ่งต้องทำความดีให้มากQ6: สุขแท้จริงอยู่ที่ใจ ไม่ใช่สิ่งของA: ผู้ครองเรือน ถ้าไม่ทิ้งของเก่าแล้วซื้อของใหม่ สะสมของมากขึ้น ก็จะรก ติดถิ่นที่อยู่- ทุกเดือน ทุกปี ต้องมีการกำจัดออก
  • 41. คำชม-คำด่า สร้างเมตตา [6941-1u]

    58:19||Season 69, Ep. 41
    - คำพูดไม่ดีเหมือนฝีกลัดหนอง หนองที่ออกมาจากปาก เหม็นด้วย กระทบจิตผู้อื่นด้วย หากเราอยู่ใกล้คนประเภทนี้ เราก็จะโดนอยู่เรื่อยคำด่า-คำชม เป็นสุดโต่งทั้งสองข้าง- ทำให้ผู้ฟังเกิดความพอใจหรือไม่น่าพอใจ เกิดกิเลส (ลุ่มหลง ยินดี พอใจ ขัดเคือง ไม่พอใจ) - หากผู้ฟังเกิดความโกรธจากสิ่งที่ได้รับฟัง ได้ชื่อว่ารับบาป รับโทสะ รับความโกรธตอบ รับสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์นั้นต่อมาทันที - จิตใจที่ประกอบด้วยความโกรธจะมีความหยาบอยู่ในภายในพระพุทธเจ้าสอนว่า“จิตต้องไม่แปรปรวน ต้องไม่กล่าววาจาอันเป็นบาป ต้องมีจิตเอ็นดูเกื้อกูลประกอบด้วยเมตตา ไม่มีโทสะในภายใน อันเป็นจิตใหญ่หลวง ไม่มีประมาณ แผ่ไปถึงทุกคนโดยปรารภคนที่ด่าว่าเรา”วิธีวางจิตต่อคำพูดคนอื่น ขั้นตอนที่ 1 ทำจิตให้มีเมตตา ไม่โกรธ - อุปมา 5 อย่าง (1) ทำจิตให้เหมือนแผ่นดิน = ไม่ว่าจะพยายามขุดแผ่นดินทั้งหมดให้เป็นทะเลสาบก็ไม่มีทางเป็นไปได้ (2) ทำจิตให้เหมือนอากาศ = ไม่ว่าจะพยายามวาดรูปลงในอากาศอย่างไรก็ไม่มีทางเป็นไปได้ (3) ทำจิตให้เหมือนน้ำ = ไม่ว่าจะพยายามต้มน้ำในแม่น้ำให้เดือดอย่างไรก็ไม่มีทางเป็นไปได้ (4) ทำจิตให้เหมือนแผ่นหนังแมวป่าขนฟู = ซึ่งเกิดจากระบวนการทำที่ประณีต ไม่ว่าจะพยายามขึงแล้วตีให้มีเสียงดังกังวาลเหมือนกลองก็ไม่มีทางเป็นไปได้เพราะหนังมีความอ่อนนุ่มไปแล้ว (5) ทำจิตให้เหมือนโจรที่เลื่อยตนเองเหมือนต้นไม้ให้หมดไปด้วยเลื่อยที่มีด้ามจับสองข้าง = ย่อมไม่มีทางเป็นไปได้- ให้พิจารณาว่าตัวเราประกอบด้วยธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ อากาศ เช่นเดียวกันกับอุปมาข้างต้น คำชมคำด่าที่เกิดกับเราเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ แผ่นดิน ผืนน้ำ อากาศ กระบวนการเกิดของร่างกาย ต้นไม้ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นมีเยอะกว่ามาก - ดังนั้น เรื่องไม่จริง ไม่เป็นประโยชน์ คำหยาบคาย จิตที่มีโทสะ ไม่ถูกเวลา ย่อมไม่เป็นสาระแต่เป็นเรื่องเล็กน้อย - เมื่อสนใจสิ่งหนึ่ง สิ่งอื่นที่ไม่สนใจจะอ่อนกำลังลง เรื่องเล็กก็จะไม่กลายเป็นเรื่องใหญ่ - จิตใจที่กว้างขวาง ไม่เห็นแก่สั้นไม่เห็นแก่ยาว ให้ได้ไม่มีประมาณ คือ “พรหมวิหาร” (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) ความโกรธก็จะระงับไปได้ และช่วยเพิ่มความอดทน ทำให้จิตไม่แปรปรวน ขั้นตอนที่ 2 แผ่เมตตา- ด้วยจิตที่เปรียบกับความรักที่แม่มีต่อลูกฉันใด ให้เรามีความรักความปรารถนาดีด้วยจิตที่กว้างขวางกับบุคคลนั้นฉันนั้น เอาบุคคลนั้นเป็นอารมณ์ แล้วแผ่ไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลายด้วย- อย่าไปกล่าวเรื่องที่จะต้องทุ่มเถียงกัน เพราะจะทำให้ต้องพูดมาก จิตฟุ้งซ่าน ไม่สำรวม จิตเหินห่างจากสมาธิ มารก็จะได้ช่องตรงนี้ - เปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร ต่อให้เขามองเราเป็นศัตรู ก็ให้เรามองเขาเป็นเพื่อนร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตาย มองด้วยสายตาแห่งคนที่รักใคร่ - ในชีวิตประจำวัน ก่อนออกจากบ้านให้แผ่เมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาด้วยจิตแบบนี้ ทุกทิศทุกทาง โดยไม่มีประมาณ จะเป็นทางออกที่ยั่งยืน เป็นทางสายกลาง ไม่สุดโต่งทั้งสองข้าง อยู่ในที่ใดกับใคร ที่แห่งนั้นก็จะมีความผาสุก ความผาสุกนี้จะเป็นที่พึ่งแก่เราได้ และจะทำให้เกิดปัญญา ไม่คิดเบียดเบียนใคร ได้ประโยชน์ทั้งตนเองและผู้อื่น - ควรตั้งจิตต่อคำพูดคนอื่น ด้วยจิตที่มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา รักษาจิตอย่างนี้ให้ได้ตลอดทั้งวันและในเวลาต่อ ๆ ไป ก็จะทำให้เกิดชัยชนะในชีวิตของเราได้
  • 40. วิธีคลายกังวลจากภัยธรรมชาติ [6940-1u]

    51:16||Season 69, Ep. 40
    Q1: วิธีรับมือคน ToxicA: คนพาล = คนโง่ที่แยกแยะกุศลกับอกุศลไม่ได้และทำในสิ่งที่เป็นอกุศล เบียดเบียนผู้อื่นวิธีรับมือคน Toxic(1) ต้องแยกแยะส่วนดี - ส่วนไม่ดีของคนนั้น - ถ้าเราเห็นแต่โทษของผู้อื่น เราก็เป็นคน Toxic เช่นกัน - ส่วนที่ไม่ดี ให้เราระมัดระวัง อย่าไปยุ่ง ใช้ความอดทน - แต่ถ้าเป็นคนที่รัก ก็ต้องพยายามทำให้เขากลับมาดีให้ได้ ดังนี้ (ก) ให้เห็นความลำบากของเราที่จะปรับเปลี่ยนเขาเป็นเรื่องเล็กน้อย (ข) แม้เขาจะขัดเคืองใจแต่ถ้าพอจะเปลี่ยนแปลงได้ เราก็ต้องบอกโดยให้เห็นว่าความขัดเคืองที่จะเกิดขึ้นในจิตของเขาเป็นเรื่องเล็กน้อย (ค) แต่ถ้าเขาจะขัดเคืองใจมากและเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ให้เราวางอุเบกขาในตอนนั้นแล้วค่อยหาจังหวะบอกกล่าวในภายหลัง(2) ไม่ตอบโต้คน Toxic ด้วยวิธีการเดียวกันกับเขา เช่น ด่าว่า นินทา - อย่าให้อกุศลของเขา คืบคลานมาถึงตัวเรา - เรื่องไม่ดีคนอื่น อย่าเอาไปพูด(3) มีสติ แยะแยะสิ่งดีสิ่งไม่ดี อดทน มีเมตตาและอุเบกขาQ2: เหตุที่มีคู่ดีA: ศีล ศรัทธา จาคะ ปัญญา ต้องเสมอกัน- ถ้ามีคู่ไม่ดี ไม่มีดีกว่าQ3: ขอพรให้เจอเนื้อคู่A: การจะได้สิ่งใด เพียงการอ้อนวอนขอร้องแล้วจะสำเร็จ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง โลกนี้จะไม่มีใครเสื่อมจากอะไร- ให้เราสร้างเหตุ โดยตั้งเจตนาในการทำความดี ให้ตั้งอยู่ในศีล ศรัทธา จาคะ ปัญญา ให้ดี ก็จะดึงดูดสิ่งเหล่านั้นเข้ามา- ให้มีกัลยาณมิตรที่ดี ดีกว่าไม่มี Q4: ทุกข์จากความผิดหวังA: เหตุของความทุกข์ คือ ความอยาก- ถ้าเราไม่มีความอยาก ก็จะไม่ทุกข์- ให้มีสติ ทำความดี มีความเพียร มีปัญญา มีความอดทน ก็จะพบความสุขได้ในปัจจุบันทันที- กุศลธรรมนำมาซึ่งสุข อกุศลธรรมนำมาซึ่งทุกข์ ถ้าเราตั้งกุศลธรรมไว้ เราจะมีความสุขทันที Q5: วิธีคลายกังวลจากภัยธรรมชาติA: คนฉลาดจะเตรียมการให้อยู่รอดไว้เสมอ ไม่ว่าจะเกิดภัยธรรมชาติหรือไม่ก็ตาม- การเตรียมการด้านสิ่งแวดล้อมภายนอก แต่ละคนมีไม่เท่ากัน ก็จัดการตามกำลังเท่าที่เตรียมการได้ ถ้าเตรียมการไว้มาก ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็จะน้อย- ส่วนการเตรียมการด้านจิตใจ ทุกคนสามารถทำได้เช่นเดียวกัน การจะรอดจากนรก กำเนิดเดรัจฉาน เปรตวิสัย ได้ ต้องตั้งอยู่ในกุศลธรรม รักษาศีล 5 ไม่ประมาท มีความอดทน เมตตา อุเบกขา ชาตินี้จะอยู่เป็นสุขและชาติหน้าก็จะไปดี เช่น สวรรค์- หากเรารักษาจิตใจไว้ดี ก็จะคลายกังวลได้แน่นอนQ6: เจ้าอาวาสปาราชิกA: การที่สังคมเห็นว่าการกระทำของเจ้าอาวาสไม่ดี ถือเป็นเรื่องที่ดีที่สังคมยังแยกแยะถูกผิดได้- ซากศพอยู่ร่วมกับทะเลไม่ได้ จะถูกซัดขึ้นฝั่งเสมอ- ไม่ควรตั้งศรัทธาไว้ที่ตัวบุคคล แต่ควรตั้งศรัทธาไว้ที่ระบบ คือ การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า (ไม่ใช่ตัวพระพุทธเจ้า) การปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แม้จะมีข่าวไม่ดีในตัวพระสงฆ์ ก็จะไม่ทำให้ศรัทธาเศร้าหมอง แต่จะทำให้ศรัทธายิ่งมีกำลังขึ้น
  • 38. "สลิ้งแตก" กับ "การระงับโทสะ" [6938-1u]

    56:09||Season 69, Ep. 38
    Q1: “สลิ้งแตก” กับ “การระงับโทสะ”A: เมื่อถูกกล่าวหา ไม่ว่าจะด้วยคำจริงหรือคำเท็จ ไม่ว่าคำนั้นจะมีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์ ไม่ว่าจะในเวลาที่สมควรหรือไม่สมควร ไม่ว่าจะด้วยวาจาสุภาพหรือคำหยาบ ไม่ว่าบุคคลที่กล่าวหาจะมีจิตเมตตาหรือไม่ ก็ตาม - เราไม่ควรโกรธหรือมีจิตใจหวั่นไหวไปตามคำกล่าวหานั้น - ต้องมี “ความอดทน” ดั่งช้างอาชาไนยเมื่ออยู่ในสนามรบต้องนิ่งเพื่อไม่ให้คนขี่ตกลงมา และต้อง “ละความโกรธ” เพื่อไม่ให้เก็บกด- ถ้าคำกล่าวหานั้นไม่เป็นธรรม ก็ไม่ต้องกังวลใจ- ถ้าคำกล่าวหานั้นเป็นธรรม ก็เปลี่ยนแปลงตามคำกล่าวหานั้น เพื่อให้ชีวิตดีขึ้นQ2: แชร์เรื่องไม่ดีของคนอื่นA: เมื่อต้องพูดถึงคนอื่น (1) เรื่องไม่ดี ถ้าไม่มีคนถาม ก็ไม่ต้องพูด (2) เรื่องไม่ดี ถ้ามีคนถามแบบเจาะจง ก็ให้พูดนิดเดียว (3) เรื่องดี ให้พูดเลยโดยไม่ต้องมีคนถาม(4) เรื่องดี ถ้าถูกถามจี้ ก็ให้อธิบายโดยรายละเอียดQ3: ธรรมชาติแปรปรวน A: ธรรมชาติ ก็เป็นอนัตตา เปลี่ยนแปลงได้เพราะมีเหตุปัจจัย- ทางรอดจากภัยธรรมชาติ คือ ให้ตั้งจิตอยู่ในกุศลธรรม จิตจะไปสวรรค์หรือนิพพานได้ Q4: AI ทำแทนมนุษย์A: มนุษย์เหนือกว่า AI ในเรื่องการมีความรู้สึก มีเมตตา เห็นอกเห็นใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่Q5: โรคซึมเศร้าA: การตริตรึกเรื่องใดมาก จิตจะน้อมไปในอาการอย่างนั้น จิตน้อมไปทางไหน จิตนั้นจะมีพลัง- เมื่ออารมณ์ผิดเพี้ยนอยู่บ่อย ๆ จะทำให้ชีวเคมีในร่างกายไม่ปกติ จนกลายเป็นโรคซึมเศร้า- จึงต้องมีสติ ไม่ให้คิดไปทางลบ - ให้จด 25 วิธี ที่จะทำให้เรามีความสุข ความสบายใจ ได้ทันที เพื่อออกจากความคิดลบนั้น ไว้ล่วงหน้าQ6: ทุจริตคอร์รัปชันA: เกิดจากกิเลสในใจของคน- ต้องกำจัดกิเลส ด้วยมรรค 8 - สนับสนุนความซื่อสัตย์สุจริต อย่าให้ค่านิยมกับวัตถุสิ่งของจนเกินไปQ7: อารมณ์ชั่ววูบA: ต้องมีสติ ไม่ให้จิตเพลินไปตามอารมณ์ ก็จะช่วยยับยั้งความคิดที่ไปในทางอกุศลได้ ให้มีแต่ความคิดที่เป็นกุศล- อาจทำตาม 25 วิธีที่จะทำให้เรามีความสุขได้ทันที ที่จดไว้ล่วงหน้า- ให้สร้างสิ่งแวดล้อมรอบตัว ด้วยคนที่เป็นบัณฑิต ถ้าเราไม่ดึงเขามาในทางที่ดี เขาก็จะดึงเราไปในทางไม่ดีQ8: การจากไปอย่างกะทันหันA: จะเกิดได้ทั้งความเศร้าและปัญญา(1) หากเห็นข่าวคนเสียชีวิต ที่เราไม่รู้จัก = ให้เตือนสติตัวเองว่าเราก็ต้องเป็นแบบนั้นเช่นกัน ล่วงพ้นไปไม่ได้ ให้ตั้งตนไว้ในความดี(2) หากพบเห็นคนเสียชีวิตต่อหน้า ที่เราไม่รู้จัก = ต้องคิดว่าความตายอยู่ไม่ไกล ต้องทำความดีไว้เสมอ (3) คนที่เรารู้จักเสียชีวิต = ต้องคิดว่าต้องเร่งทำความดี(4) ตัวเราเจ็บป่วยใกล้เสียชีวิต = ต้องคิดว่าจิตของเราจะตั้งอยู่ในกุศลธรรมได้หรือไม่
  • 37. โสด ชีวิตคู่ อยู่เป็นสุข [6937-1u]

    58:16||Season 69, Ep. 37
    โสด VS แต่งงาน- ถ้ายังไม่แต่งงาน = ให้อยู่เป็นโสด - ถ้าจะแต่งงาน = อย่าเลือกคู่ครองจากสิ่งภายนอก เช่น รูปร่างหน้าตา เพราะเปลี่ยนแปลงได้ แต่ให้เลือกที่คุณธรรมภายใน ได้แก่ ศีล ศรัทธา จาคะ ปัญญา- ถ้าแต่งงานแล้ว = ก็อย่าคิดเลิก ถ้าไม่เวิร์คก็ต้องอดทน ปรับตัวให้อยู่ด้วยกันต่อไปให้ได้- ตั้งแต่วันแต่งงาน ชีวิตไม่ได้เป็นของเราโดยสิ้นเชิงอีกต่อไป แต่เป็นของกันและกัน ต้องเกี่ยวเนื่องกับครอบครัวของอีกฝ่ายหรือลูก จึงต้องช่วยกันรักษา ถ้าฝ่ายหนึ่งรักษาแต่อีกฝ่ายไม่รักษา ก็จะเกิดความบกพร่องในด้านที่ไม่รักษานั้น แต่ถ้าเรารักษาให้ดี ความดีก็จะเกิดขึ้นแก่เรา- การอยู่ครองเรือน อย่าอยู่ด้วยความรักแบบชู้สาว ด้วยความพอใจหรือไม่พอใจ แต่ให้อยู่ด้วยคุณธรรม คือ ศีล ศรัทธา จาคะ ปัญญา อยู่ด้วยหน้าที่ของความเป็นสามีภรรยา อยู่ด้วยกิจที่ควรทำ อยู่ด้วยความเมตตา การครองเรือนของเราก็จะไปได้ หน้าที่ของสามีและภรรยาที่มีต่อกัน - สามีภรรยา เป็นทิศเบื้องหลังในเรื่องทิศ 6 หากรักษาทิศนี้ไม่ดี ทิศนี้ก็จะเป็นภัย- หน้าที่ของสามีต่อภรรยา = ยกย่อง ไม่ดูหมิ่น ไม่ประพฤตินอกใจ มอบความเป็นใหญ่ในหน้าที่ให้ และให้เครื่องประดับ- หน้าที่ของภรรยาต่อสามี = จัดแจงการงานอย่างดี สงเคราะห์คนข้างเคียงดี ไม่ประพฤตินอกใจ ตามรักษาทรัพย์ที่มีอยู่ ขยันขันแข็งในหน้าที่การงานทั้งปวงภรรยา 7 จำพวกไม่ดี = 1. เสมอด้วยเพชฌฆาต 2.เสมอด้วยโจร 3. เสมอด้วยนาย ดี = 4. เสมอด้วยมารดา 5. เสมอด้วยพี่สาวน้องสาว 6.เสมอด้วยเพื่อน 7.เสมอด้วยทาสี10 วิธีอยู่ร่วมกับพ่อแม่สามีอย่างเป็นสุข1.ไฟในอย่านำออก 2. ไฟนอกอย่านำเข้า 3. พึงให้กับคนที่ให้เท่านั้น 4.ไม่พึงให้กับคนที่ไม่ให้ 5.พึงให้กับคนที่ทั้งให้และไม่ให้ 6.นั่งให้เป็นสุข 7.บริโภคให้เป็นสุข 8.พึงนอนให้เป็นสุข 9.บำเรอไฟ 10.นอบน้อมเทวดาภายในเมื่อเจอเรื่องไม่น่าพอใจ- ให้อดทน โดยทำจิตให้เหมือนแผ่นดิน ที่ใครจะมีคนมาขุดให้ไม่เป็นแผ่นดินย่อมเป็นไปไม่ได้ ทำจิตให้เหมือนแม่น้ำ ที่ใครจะมาจุดไฟเผาให้แม่น้ำเดือดย่อมเป็นไปไม่ได้ ทำจิตให้เหมือนอากาศ ที่ใครจะมาเขียนรูปให้ปรากฏบนอากาศย่อมเป็นไปไม่ได้ ทำจิตให้เหมือนแผ่นหนังแมวป่าขนฟู ที่ใครจะเอาไม้มาทุบตีให้มีเสียงย่อมเป็นไปไม่ได้- ให้เอาชนะความเท็จด้วยคำสัตย์ เอาชนะความไม่เข้าใจด้วยความเข้าใจ เอาชนะความเกลียดด้วยความรัก เอาชนะคำโกหกด้วยความจริงเมื่อคิดจะเลิกกัน- ให้อีกฝ่ายเป็นคนขอเลิก ส่วนเราให้ประคับประคองชีวิตคู่ให้ไปต่อด้วยกันได้และให้เราตั้งอยู่ในการรักษาศีล ศรัทธา จาคะ ปัญญา เมตตา กรุณา ไว้ให้ดี ถ้าอีกฝ่ายมีบุญสามารถปรับเปลี่ยนตัวเองมารักษาศีล ศรัทธา จาคะ ปัญญา ให้เสมอกับเราได้ ก็จะอยู่ด้วยกันต่อไปได้ แต่ถ้าเขาไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้เขาก็จะแยกจากเราไปเอง เช่น เรารักษาศีล แต่อีกฝ่ายไม่รักษาศีล เขาจะไม่พอใจเรา มีแนวโน้มที่เขาจะไปหาคนอื่นที่ไม่รักษาศีลเหมือนกัน โดยสรุป: การอยู่เป็นโสดประพฤติพรหมจรรย์นั้นดีกว่า แต่ค่านิยมของสังคมในปัจจุบัน นิยมการมีคู่ครอง เมื่อเลือกที่จะมีคู่ครองแล้ว ก็รักษาให้ดีด้วยวิธีการที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ ก็จะประคับประคองชีวิตคู่นั้นให้มีความราบรื่น มีกำลัง มีความมั่งคั่ง
  • 35. ถวายที่ดินให้วัด [6936-1u]

    58:35||Season 69, Ep. 35
    Q1: ถวายที่ดินให้วัดA: ในบรรดาทานทั้งหลาย การถวายเสนาสนะ (สถานที่) ให้ผลมากที่สุด แม้เมื่อตายไปแล้ว ถ้ายังมีผู้ใช้ประโยชน์จากที่ดินหรืออาคารนั้นอยู่ ก็ยังได้บุญต่อไป- การให้ เป็นไปเพื่อกำจัดความตระหนี่- เจตนาของผู้ให้ เมื่อได้ถวายแล้ว ได้บุญเต็มแล้ว ถ้าลูกหลานอนุโมทนา ก็ได้บุญส่วนนี้ต่อไป- กฎหมายไทย คุ้มครองการถวายที่ดินให้สงฆ์ ให้อยู่ต่อเนื่องไปเป็นของหมู่สงฆ์ - ควรจัดการเรื่องเอกสารการยกที่ดินให้วัดให้เรียบร้อยก่อนเสียชีวิต จะได้ไม่มีข้อพิพาทกับทายาทในภายหลังQ2: ทำบุญหวังผลA: การทำบุญต้องหวังผล โดยผลที่หวังต้องประณีตยิ่ง ๆ ขึ้นไป คือ เพื่อกำจัดความตระหนี่ ไปสวรรค์ ไปนิพพาน - เมื่อนึกถึงบุญที่เคยทำไว้ ก็ได้บุญอีกQ3: อานิสงส์ของบุญจากการให้A: อานิสงส์มากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับ 2 ส่วน1. ผู้ให้ = มีศรัทธาน้อยหรือมาก (ก่อน ระหว่าง และหลังให้) ของที่จะให้ได้มาโดยถูกต้องบริสุทธิ์น้อยหรือมาก2. ผู้รับ = มีราคะ โทสะ โมหะ น้อยหรือมาก- ศรัทธา จะปรากฏออกมาในรูปเสียงในหัว ความคิดริตรึกก็จะน้อมจิตไปในทางนั้น ถ้าขณะนั้นศรัทธาต่อบุคคลใดมาก ก็ให้ของกับบุคคลนั้น เพราะผู้ให้มีศรัทธามากในขณะนั้น- เสียงของมารในความคิด อาจออกมาขัดขวาง ก็ต้องระวังQ4: การแต่งรูป เป็นมุสาวาทหรือไม่A: มุสาวาท = จงใจทำให้ผิดต่อโลก (รูป เสียง กลิ่น รส ธัมมารมณ์)- การแต่งหน้าให้ดูดีขึ้น เป็นเรื่องของกาม ถ้าไม่ได้ถือศีล 8 ก็ทำได้- การแต่งรูปก็เหมือนการแต่งหน้า- แต่ถ้าแต่งรูปแบบตัดต่อให้เป็นคนละอย่าง อันนี้ผิด ถือเป็นมุสาวาทQ5: ชีวิตถูกชะตากรรมกำหนดแล้วA: ชีวิตถูกชะตากรรมกำหนดไว้แล้วโดยส่วนเดียว = เป็นความคิดไม่ถูกต้อง ทำให้จิตมีแนวโน้มในการไม่ทำอะไร ไม่สร้างความดี- เรื่องชะตากรรมถูกกำหนดหรือพรหมลิขิต มีส่วนอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่โดยส่วนเดียวทั้งหมด เพราะมีส่วนที่ชีวิตเรากำหนดได้ด้วยการกระทำของเรา- ความคิดที่ถูกต้อง คือ กรรมคือการกระทำ กระทำกรรมใดไว้ก็จะได้รับผลแห่งการกระทำนั้น เรามีกรรมเป็นที่พึ่ง ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว แนวโน้มจิตจะไปในทางที่ให้เกิดความขยันในการสร้างกรรมดีขึ้นมา เพื่อให้ได้รับผลที่ดีQ6: ทำความดีเห็นผลช้าA: การทำดี จะให้ผลในเวลาที่เหมาะสม ต้องอาศัยความอดทน ความเมตตา อุเบกขา ทำความดีนั้นไปเรื่อย ๆ Q7: เวลาและรูปแบบการตาย เกิดจากเวรกรรมหรือไม่A: มีทั้ง 2 กรณี1. เกิดจากเวรกรรม เช่น พระพุทธเจ้า กรรมจากการทำทุกรกิริยา พระมหาโมคคัลลานะ โดนรุมทำร้าย2. ไม่ได้เกิดจากเวรกรรม เช่น พระสารีบุตร เกิดจากโรคภัยที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น- กรรมที่เกิดขึ้นแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้ แต่สร้างกรรมใหม่ที่เป็นกรรมดีในปัจจุบันได้Q8: ความตายทำให้หลุดพ้นA: ให้มองความตายด้วยปัญญา ความตายเกิดขึ้นดับไป สุขทุกข์เกิดขึ้นดับไป ก็จะไม่กลัวตาย ไม่กลัวสุข ไม่กลัวทุกข์ จิตก็จะอยู่เหนือกว่าได้ ไปพรหมโลกหรือนิพพานได้