Share
![cover art for ประสบการณ์เฉียดตาย [6919-1u]](https://open-images.acast.com/shows/63760ba9d8f20a00114f5b84/show-cover.jpg?height=750)
1 สมการชีวิต
ประสบการณ์เฉียดตาย [6919-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: ประสบการณ์เฉียดตาย
- คุณหญิง เคยประสบเหตุการณ์เฉียดตาย เกิดเจ็บป่วยเฉียบพลัน ในช่วงเวลานั้น ได้เกิดความเข้าใจว่าการฝึกสมาธิมาทั้งหมดก็เพื่อนำมาใช้เวลานี้ จึงน้อมระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย บิดามารดา ครูบาอาจารย์ กัลยาณมิตรทั้งหลาย เมื่อรอดตายจึงนำมาเล่าให้ฟัง
ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: ประสบการณ์เฉียดตาย
- ตาย, มรณะ, จุติ = การหมดไปของอินทรีย์ (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ)
- หากเราเข้าใจความตาย เราจะเห็นคุณค่าของการมีชีวิต
- หากเราไม่เข้าใจความตาย เราจะใช้ชีวิตด้วยความกลัว และจะหาสิ่งอื่นทำเพื่อชดเชยความกลัวนั้น ทำให้คุณค่าแห่งชีวิตลดลงไป
ทัศนคติที่เป็นประโยชน์ในเรื่องความตาย
(1) ความตายเป็นเรื่องธรรมดา มีอยู่ตลอดเวลา ทั้งกายและใจ = หากเข้าใจ ก็จะไม่กลัว
- ทางร่างกาย = เซลล์ต่าง ๆ เกิด-ตาย อยู่ตลอด เป็นความตายที่ซ่อนอยู่ในความมีชีวิต
- ทางใจ = ความคิด ความสุข ความทุกข์ ก็เกิด-ดับ อยู่ตลอดเวลา
(2) ตายแล้วไปไหน = ถ้ามีเหตุปัจจัยให้เกิด ก็จะไปเกิดอีก
- ทางร่างกาย = กลับคืนสู่ดิน น้ำ ไฟ ลม
- ทางใจ = สัญญา สังขาร จะทิ้งคราบไว้เป็นอาสวะฝังอยู่ในจิต
(3) จิตสุดท้าย = ต้องรักษาให้จิตเป็นกุศล
ตายแล้วเกิด VS ตายแล้วสูญ
- เป็นมุมมองที่สุดโต่งทั้งสองข้าง
- ถ้ามองว่าตายแล้วต้องเกิด = ก็จะไม่ทำความเพียร
- ถ้ามองว่าตายแล้วสูญ = จิตจะน้อมไปในทางทำความชั่ว ไม่เกรงกลัวบาป
- มุมมองในทางพระพุทธศาสนา = ความเกิดและความตาย เกิดขึ้นได้ด้วยเหตุปัจจัย ถ้าเหตุปัจจัยดับ ความเกิดและความตายก็ดับ
มรณานุสติ
- มรณานุสติ เป็น 1 ในกรรมฐาน 40 กอง และเป็น 1 ในอนุสติ 10
- การเจริญมรณานุสติ จะทำให้เราเห็นคุณค่าของชีวิตที่เหลืออยู่
- มรณานุสติ แบ่งเป็น 2 ส่วน
(1) เหตุปัจจัยแห่งความตายมีมาก = เราอยู่ใกล้ความตายนิดเดียว
(2) พิจารณาว่ามีบาปอกุศลธรรมใดที่ยังละไม่ได้ หากตายไปเดี๋ยวนี้จะทำให้ไปไม่ดี = ให้รีบละบาปอกุศลธรรมนั้น และให้จิตตั้งอยู่ในกุศลธรรมให้ได้ในตอนนี้ ให้เหมือนกับไฟไหม้ผมหรือเสื้อผ้า โดยการตั้งสติ ทำความเพียร ตั้งจิตไว้กับความสงบในภายในให้ได้ ไม่ใส่ใจในเรื่องไม่ดี ให้เพ่งระลึกถึงความดีของตน เช่น การให้ทาน การรักษาศีล การช่วยเหลือผู้อื่น การมีปิยวาจา เป็นต้น จิตก็จะตั้งอยู่ในกุศลธรรม จิตจะมีปีติปราโมทย์ด้วยธรรม ก็จะไม่กลัวความตาย ไม่ใช่เพราะประมาท แต่เพราะมีกุศลธรรมรักษาจิตไว้แล้ว
คำแนะนำสำหรับผู้ใกล้ถึงความตาย
- สิ่งที่ไม่ควรทำ = ร่ำไห้คร่ำครวญ พูดเรื่องกวนใจให้คิดไปในทางกามหรืออกุศล
- สิ่งที่ควรทำ = พูดเรื่องที่ทำให้เกิดกุศลธรรม ให้เกิดปีติสุข จะทำให้ไม่กลัวความตาย
More episodes
View all episodes

25. วิธีครองเรือนให้ราบรื่น อยู่เป็นสุข [6925-1u]
57:05||Season 69, Ep. 25ช่วงไต่ตามทาง: พ่อติดเหล้า ติดบุหรี่- พ่อชอบดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ ลูกก็คอยเตือนจนกลายเป็นการจับผิด ต่อมา ลูกไปสอบถามผู้รู้ว่าต้องทำอย่างไร พอได้คำตอบก็เอามาบอกพ่อ เมื่อพ่อรู้ ก็เกิดหิริโอตัปปะ (ความละอายและเกรงกลัวต่อบาป) จึงเลิกเหล้า เลิกบุหรี่ ทำให้บรรยากาศในครอบครัวดีขึ้น ไม่มีการจับผิด - พึงระวังพฤติกรรมไม่ดีกลับมา เพราะกิเลสอยู่ในใจอาจกลับมาได้ทุกเมื่อช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: “วิธีครองเรือนให้ราบรื่น อยู่เป็นสุข”ประการที่หนึ่ง ชำนาญในอารมณ์ความรู้สึกของตน- ถ้าโกรธ ก็ให้ใจเย็นมีเมตตา ถ้ากลัว ก็ให้มีความกล้า ถ้ามีความอยากในสิ่งใด ก็ให้เห็นตามความเป็นจริงว่าสิ่งนั้นไม่เที่ยงเป็นสิ่งปฏิกูล ถ้าถูกอิจฉา ก็ให้มีความกรุณา ถ้าถูกต่อว่า ก็ให้มีเมตตา ถ้าริษยาผู้อื่น ก็ให้มีมุทิตา- เมื่ออารมณ์เสีย ต้องรู้จักวิธีระบายอารมณ์ ถ้ายังปรับเปลี่ยนทำใจให้ดีในทันทีไม่ได้ ก็ต้องหาคนรับฟังที่รับอารมณ์ของตนได้ประการที่สอง เก่งในการงานและการเงิน- ทำงานอย่าหวังเอาเงิน แต่ให้หวังเอางาน เพราะถ้าหวังเอาเงิน เงินจะใช้เราทันที จะตกเป็นทาสของเงิน กิเลสจะทำให้เกิดปัญหาอื่นตามมา- ความสำเร็จเป็นเรื่องอารมณ์ความรู้สึก ไม่ใช่ตัวเลขของเงิน- เงินที่ได้มาต้องหามาอย่างถูกต้องตามธรรม- อย่าตกเป็นทาสของเงิน อย่าตระหนี่- ต้องละอบายมุข เพื่อไม่ให้เงินรั่วไหล- ให้แบ่งจ่ายทรัพย์ออกเป็น 4 หน้าที่(1) เพื่อใช้จ่ายในครอบครัว(2) เก็บรักษาหรือนำไปลงทุน(3) เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น บริจาค(4) เพื่อหวังเอาบุญ – ทำบุญในเนื้อนาบุญ- ในเรื่องการงาน ต้องทำการงานให้ดีที่สุด จนเขาเก็บเราไว้ในตำแหน่งนั้นไม่ได้ ต้องเลื่อนตำแหน่งให้ ถ้าเจ้านายหรือบริษัทนี้ไม่เห็น ก็ต้องมีคนเห็น ให้ย้ายไปได้- ความเพียรในงาน ไม่ใช่ความเครียดประการที่สาม เก่งในเรื่องคนรอบตัว- ให้ปฏิบัติตามทิศ 6 (1 บิดามารดา = ถ้ายังอยู่ ให้เลี้ยงท่านตอบ ช่วยกิจการงาน ปฏิบัติตัวให้ดี ดำรงวงศ์สกุลให้ดี(2) ครูอาจารย์ = เข้าไปปรนนิบัติ ศึกษาศิลปวิทยา โดยความเคารพ นอบน้อม แม้จะไม่เห็นครูอาจารย์ก็ตาม(3) สามี ภรรยา ลูก = หน้าที่สามีต่อภรรยา คือ พูดจาดี ยกย่อง ไม่ดูหมิ่น ไม่นอกใจ ให้เครื่องประดับหน้าที่ภรรยาต่อสามี คือ ปฏิบัติต่อคนรอบข้างของสามีให้ดี รักษาทรัพย์ ใช้จ่ายทรัพย์ให้ถูกต้อง ไม่เกียจคร้านหน้าที่ต่อลูก คือ ให้ตั้งอยู่ในความดี ห้ามเสียจากบาป ให้ศึกษาศิลปวิทยา ให้มีคู่ครองที่สมควร มอบมรดกให้ตามเวลา(4) เพื่อน = ไม่พูดให้แตกกัน ไม่พูดให้เสียใจ แบ่งปันกัน(5) เจ้านายลูกน้อง = หน้าที่ต่อเจ้านาย คือ ขยันทำงาน ร่ำลือความดีของเจ้านาย ไม่ขโมยหน้าที่ต่อลูกน้อง คือ ให้อิสระตามสมัย ให้ค่ารักษาพยาบาล ให้ค่าจ้างรางวัล(6) พระสงฆ์ = ฟังธรรม เข้าไปสอบถามปัญหา โดยสรุป: การมีธรรมะอยู่ในครอบครัว จะทำให้การครองเรือนราบรื่นอยู่เป็นสุข นำความผาสุกให้เกิดในชีวิตของเราได้
24. ความสุขง่าย ๆ ในทุกวัน [6924-1u]
53:38||Season 69, Ep. 24Q1: อุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์A: “ทำวันนี้ให้ดีที่สุด” ระดับในการตระหนักรู้ในเรื่องนี้ของแต่ละคนไม่เท่ากัน ท่านเปรียบกับม้าอาชาไนยที่ถูกฝึก 4 ระดับ (1) สังเกตปฏักแล้วทำตามคำสั่ง = ดูข่าวแล้วเห็นความไม่แน่นอน(2) ทำตามเมื่อถูกปฏักสะกิด = เห็นเหตุการณ์เกิดขึ้นตรงหน้า(3) ทำตามเมื่อถูกปฏักทิ่มหนัง = ผู้เสียชีวิตเป็นคนรู้จัก (4) ทำตามเมื่อถูกปฏักทิ่มลึกถึงกระตูก = เป็นผู้ประสบอุบัติเหตุนั้นเอง แต่บาดเจ็บรอดมาได้- ทำวันนี้ให้ดีที่สุด = ต้องฝึกสติให้มีกำลัง คิดถึงความดีของตน อย่าคิดถึงความไม่ดีQ2: ลำดับความสำคัญในชีวิตA: ถ้าเป็นพระ = ศีล- ถ้าเป็นฆราวาส = ศีล + ศรัทธา + ทิศ 6 + อิทธิบาท 4 + พรหมวิหาร 4Q3: วิธีทำใจกับความผิดหวังA: ต้องมีที่ยึดเหนี่ยวทางใจ คือ (1) พุทโธ = ทางออกของปัญหาต้องมี(2) ธัมโม = เส้นทางในการแก้ปัญหา(3) สังโฆ = ถ้าปฏิบัติตามเส้นทางนั้น ปัญหาจะถูกแก้ไข- ผลของความทุกข์มี 2 แบบ คือ จมอยู่ในกองทุกข์ หรือหาทางออกของความทุกข์นั้นQ4: การยุ่งเรื่องคนอื่นมากA: ความสุขทางกาย เช่น กินอิ่ม นอนหลับ เป็นเรื่องจำเป็น แต่อย่าเอาเป็นหลัก- ให้เอาความสุขทางใจ เป็นหลัก- การยุ่งเรื่องคนอื่นมาก รวมถึงการเล่นโซเซียล จะทำให้ความสุขทางใจลดลงQ5: ความสุขง่าย ๆ ในทุกวันA: ต้องมีสติ ไม่ให้จิตเพลินไปตามอารมณ์ที่เกิดขึ้น เช่น อารมณ์โกรธ ไม่พอใจ- โดยใช้เครื่องมือให้เกิดสติ เช่น ดูลมหายใจ ภาวนาพุทโธ พรหมวิหาร 4 Q6: สวดงานศพกี่วันA: พระพุทธเจ้าไม่ได้กำหนดจำนวนวันไว้- งานศพ จัดเพื่อคนเป็น ไม่ใช่คนตาย- จำนวนวัน กำหนดโดยคนที่อยู่ ตามความสบายใจ การได้เห็นสมณะ ฟังธรรม ให้ทาน เป็นบุญ ทำให้จิตใจสงบQ7: เวลาน้อยแต่ต้องการปฏิบัติธรรมA: ให้การปฏิบัติธรรมอยู่ในกิจวัตรประจำวันได้ ให้มีสติอยู่ในทุกอิริยาบท โดยไม่จำกัดเฉพาะรูปแบบการนั่งสมาธิQ8: กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์A: “ศรัทธา” ในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง = เอาสิ่งนั้นเป็นที่พึ่ง- “ที่พึ่งที่ช่วยให้พ้นทุกข์” = พระพุทธ (การตรัสรู้) พระธรรม (มรรค 8) พระสงฆ์ (ผู้ที่ทำได้แล้ว)
23. วิธีอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก [6923-1u]
01:01:30||Season 69, Ep. 23ช่วงไต่ตามทาง: ผู้ชายเคยให้ผู้หญิงไปทำแท้ง- ชายท่านหนึ่งอายุ 39 ปี ในชีวิตประจำวัน มีความวุ่นวายใจ ทั้งงาน เพื่อน ครอบครัว อารมณ์ขึ้นลง ไม่มีความสงบ- ช่วงวัยรุ่นเคยทำผู้หญิงท้องแล้วให้ไปทำแท้ง ผิดศีลไปแล้ว ทำให้เกิดความร้อนใจ- จึงพยายามแก้ไขด้วยการตั้งจิตขึ้นใหม่ สมาทานศีล ตั้งใจว่าทุกวันจากนี้จะรักษาศีลให้ดี แผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่เคยเบียดเบียน ทั้งหญิงคนนั้น เด็กที่เสียไป ผู้เกี่ยวข้องกับการทำแท้ง และให้ทานทุกวัน พอครบวันเกิดก็เอาไปทำบุญในเนื้อนาบุญ- ชายคนนี้ทำทั้งทาน ศีล ภาวนา เป็นเวลาปีกว่า ชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ใจเย็นลง มีความผาสุกมากขึ้น ปัญหายังมีแต่อารมณ์ไม่แปรปรวนเหมือนก่อน- ดังนั้น ทุกปัญหาแก้ไขได้ ถ้าปฏิบัติตามมรรค 8 อย่างน้อยจิตใจจะมีความผาสุกได้อย่างแน่นอนช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: “วิธีอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก”- ตรงไหนไม่ผาสุก แสดงว่าตรงนั้นไม่มีธรรมะ ต้องใส่ธรรมะลงไปในจุดที่เป็นปัญหา จึงต้องรู้จักสังเกตเครื่องหมายหรือนิมิตในเรื่องนั้น ๆ- การอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก ไม่ว่าจะในวัด บริษัท องค์กรใด ๆ หรือครอบครัว ต้องปรับจิตปรับใจเข้าหากัน ตั้งทิฏฐิความเข้าใจไว้ให้ถูกต้อง- “ธรรมวินัย” เป็นเบ้าหลอมจิตใจที่มีความแตกต่างกัน ให้มารวมกันได้ “การให้ธรรมะ” ไม่จำเป็นต้องให้สิ่งของหรือคำพูด เพียงแค่ปฏิบัติตามธรรม ก็ชื่อว่าให้ธรรมะแล้ว(1) เมตตา = ให้มองด้วยสายตาของคนที่รักกัน มีเจตนาที่ดีต่อกัน (2) กรุณา(3) อุเบกขา(4) ถ้าทำ 3 ข้อข้างต้นไม่ได้จริง ๆ ก็อย่าไปคิดถึงเขา ให้คิดเรื่องอื่น มองให้เห็นข้อดีของผู้อื่นพระสารีบุตรบอกไว้ว่า เมื่อเห็นข้อไม่ดีของผู้อื่น ให้หาข้อดีของเขาให้เจอ ไม่ว่าจะเป็นทางกาย ทางวาจา หรือทางใจ เพื่อพัฒนาจิตของเรา อย่าไปอาฆาตพยาบาทหรือไม่พอใจเขา แต่ให้ตั้งไว้ด้วยความเมตตา ถ้าเขาไปมืดแล้ว เราอย่าไปมืดตามเขา ให้จิตใจเราไปในทางสว่าง “สาราณียธรรม 6” (1) เมตตาทางกาย(2) เมตตาทางวาจา(3) เมตตาทางใจ(4) แบ่งปันสิ่งของให้กันและกัน(5) มีศีลเสมอกัน(6) มีทิฏฐิเสมอกันชนะใจตนเอง- เอาชนะจิตใจตัวเอง อย่าโกรธ อย่าอาฆาตพยาบาท อย่ามีโมหะ - ความคิดมีความสำคัญ คิดผิด=สัตว์นรก คิดร้าย = สัตว์เดรัจฉานคิดเพ่งในของคนอื่นที่เราไม่มี = เปรต คิดกลัวความชั่วของตัวเอง = อสูรกาย คิดรับผิดชอบในการกระทำของตน = มนุษย์คิดดี = เทวดาคิดเมตตากรุณา = พรหมคิดรู้เท่าทันและปล่อยวางได้ เย็นเฉพาะตน = นิพพานชั่วขณะ ถ้าทำบ่อย ๆ ก็เป็นนิพพานจริง ๆ ได้ หลุดพ้นความทุกข์ได้
22. ตัดแม่ตัดลูก [6922-1u]
51:44||Season 69, Ep. 22Q1: ชอบทำบุญ แต่ไม่ชอบเสียภาษีA: การแบ่งจ่ายเงินที่ถูกต้อง มีลำดับดังนี้ (1) ใช้จ่ายที่จำเป็นในการเลี้ยงชีพ(2) จ่ายภาษี(3) ช่วยเหลือคนอื่นทั่วไป(4) ให้ทาน- คนไม่จ่ายภาษีแต่มีเงินทำบุญ มี 2 สาเหตุ (1) รายได้น้อย (2) รายได้มาก มีเงินทำบุญ แต่ไม่จ่ายภาษี เพราะเป็นสายมูเตลู จ่ายเงินหวังผล คิดว่าการเสียภาษีไม่ได้อะไรกลับมา มีแต่เสียออกไป- ควรปรับความคิดเป็นว่า การจ่ายภาษีไม่ใช่การเสีย แต่เป็นการให้ การจ่ายภาษีของเราเป็นไปเพื่อการพัฒนาประเทศชาติ เพื่อส่วนรวม ในขณะที่คนอื่นไม่ให้ แต่เราเป็นผู้ให้ ก็จะเกิดความสุขในจิตใจในขณะที่จ่ายภาษีได้ เป็นการสั่งสมบารมี- ระบบราชการ ก็ต้องทำให้ประชาชนเห็นว่า นำเงินภาษีไปใช้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ จะทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจเห็นว่าได้รับประโยชน์จากเงินภาษีที่จ่ายไปQ2: พญานาคกับพระพุทธศาสนาA: หากนึกถึงพญานาค ให้นึกถึงศีล คุณงามความดี- ให้อธิษฐานสร้างเหตุที่จะขอ ไม่ใช่ขอผลที่อยากจะได้ โดยการขอให้ตั้งมั่นในการรักษาศีลให้บริสุทธิ์ ขอตั้งมั่นในการมีจิตเมตตาอยู่เสมอQ3: โอกาสเจอกันชาติหน้าA: ถ้าคนที่ตายไปเป็นอรหันต์ ก็จะไม่เจอกันอีก เพราะจะไม่เกิดอีกแล้ว- ไม่ต้องรอชาติหน้า เอาชาตินี้เลย ให้นึกถึงความดีของคนนั้น ก็จะได้เจอคนนั้นแล้วQ4: วิธีแก้แค้นที่ดีที่สุดA: การกระทำตอบด้วยความสะใจ ไม่ใช่การแก้แค้น แต่เป็นการเพิ่มความแค้น ผูกเวรกันมากขึ้น ถึงขั้นเปลี่ยนรูปแบบชีวิตได้- การแผ่เมตตาและการให้อภัย จะเป็นการคลายปม แก้ความแค้นในจิตใจของเราได้Q5: ทิ้งความเครียดไว้ที่ทำงานA: ต้องตั้งสติก่อนออกจากที่ทำงาน แยกแยะอันไหนทำเสร็จแล้ว อันไหนยังไม่เสร็จค่อยมาทำพรุ่งนี้ - สติ เป็นตัวช่วยในการปล่อยวางได้ดี ลดความเครียดได้Q6: ตัดแม่ตัดลูกA: พ่อแม่ลูกตัดกันไม่ขาด ยังไงก็ต้องคิดถึงกัน- ต้องมีสติมาก ๆ ไม่ให้จิตไหลไปตามกระแสที่เป็นอกุศล จนถูกบีบคั้น ทำในสิ่งที่ผิดพลาดไป- ถ้ายังไม่เป็นอนันตริยกรรม ก็สามารถแก้ไขได้ ให้เริ่มจากจิตที่ยังตัดกันไม่ขาดนั้น
21. ดูแลคนป่วยด้วยจิตเป็นสุข [6921-1u]
57:13||Season 69, Ep. 21ช่วงไต่ตามทาง: ดูแลคนป่วย- คุณศรี เป็นพยาบาล ออกจากงานมาดูแลคุณพ่อป่วยโรคไต มีความกังวลมาก ใจเป็นทุกข์ หลายปีต่อมา ได้ศึกษาธรรมะและปฏิบัติธรรม ต้องดูแลคุณแม่ที่ป่วยเป็นโรคตับ ด้วยจิตใจที่มีธรรมะจึงยอมรับและเข้าใจสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี ความกังวลใจลดลง ไม่ทุกข์ใจเหมือนช่วงดูแลคุณพ่อ หลังจากนั้น คุณศรีป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ช่วงรักษามีทุกขเวทนาทางกายมาก แต่ด้วยธรรมะ ทำให้จิตตั้งอยู่เหนือเวทนานั้นได้ จนหายจากโรคมะเร็งและฟื้นฟูร่างกายได้อย่างรวดเร็วช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: “ดูแลคนป่วยด้วยจิตเป็นสุข”- สภาวะจิตใจของคนป่วย ได้แก่ ตกใจ ปฏิเสธความจริง กังวลใจ สับสน ต่อรอง มีเงื่อนไข เสียใจ หมดหวัง ไม่มีกำลังใจ ยอมรับความจริง กลับไปกลับมา- การยอมรับความจริงได้เร็ว = การรอบรู้เรื่องทุกข์ = ต้องมีสติ จึงจะมีปัญญาเห็นตามความเป็นจริง นำไปสู่การยอมรับความจริงได้วิธีละความยึดถือ - รวบรวมสติสัมปชัญญะขึ้น หายใจลึกๆ สังเกตร่างกาย ระลึกว่าเหตุปัจจัยแห่งการตายมีมาก ให้รีบละอกุศลธรรม ละสิ่งที่ยึดถือต่าง ๆ ยึดถือตรงไหน ให้ใส่ความเข้าใจลงไปตรงนั้น ก็จะคลายความกังวลใจได้ และให้นึกถึงความดีของตน เช่น ศีล - ศีล สติ สมาธิ ปัญญา จะทำให้ยอมรับความจริงได้อย่างรวดเร็ว- ให้เจริญพรหมวิหาร 4 โดยเฉพาะข้อกรุณา ให้อภัยทั้งตนเองและผู้อื่นวิธีอยู่กับความเจ็บป่วย(1) สัปปายะ = ทำความสบายแก่โรคนั้น ๆ เช่น ออกกำลังกาย ทานอาหารที่ถูกกับโรค(2) รู้ประมาณในความสบายนั้น(3) กินยา (4) บอกอาการไข้ตามความเป็นจริง(5) อดทนในทุกขเวทนาทางกายพิจารณาระดับการรักษา(1) แนวทางของโรคนั้น(2) อายุของผู้ป่วย(3) สภาพสิ่งแวดล้อม = การเงิน สถานที่รักษา คนดูแลหน้าที่ของผู้ดูแลคนป่วย(1) จัดยาให้ถูกต้อง(2) รู้จักของแสลง-ไม่แสลง(3) ดูแลผู้ป่วยด้วยจิตเมตตา ไม่ใช่มุ่งแก่อามิส(4) ไม่รังเกียจสิ่งปฏิกูลของผู้ป่วย (5) พูดให้ผู้ป่วยตั้งอยู่ในธรรมะ รื่นเริง ยอมรับความจริง ตามเวลาที่เหมาะสมโดยสรุป:โรคภัยไข้เจ็บ เกิดขึ้นได้เป็นธรรมดา สิ่งที่เกิด-ดับ คือ ทุกข์ เมื่อเห็นทุกข์แล้ว ให้เห็นธรรมะด้วย
20. บทสวดมนต์ที่ทำให้หายป่วย [6920-1u]
54:32||Season 69, Ep. 20Q1: การฆ่าตัวตายในทางพระพุทธศาสนาA: การฆ่าโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นตัวเองหรือสัตว์อื่น ไม่ดีทั้งนั้น เพราะเป็นการทำชีวิตของบุคคลหรือสัตว์ให้ตกล่วงลงไป เว้นแต่จะได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ไม่ก่อนและไม่หลังจากการตาย - การฆ่าตัวตายเพราะโรคซึมเศร้า ซึ่งเกิดจากความบกพร่องทางสมองหรือทางจิต โดยไม่ได้มีเจตนาทำบาปทำกรรมนั้น ถ้ายังมีราคะ โทสะ โมหะ ยังไงก็เป็นเจตนา Q2: กิจของสงฆ์กับงานก่อสร้าง A: พระพุทธเจ้าตั้งชื่องานก่อสร้างของพระสงฆ์ไว้ว่า “นวกรรม” - งานก่อสร้างบางอย่างจำเป็น แต่ทรงเตือนว่าอย่าทำให้มาก อย่ายุ่งวุ่นวายกับมันเยอะ เพราะจะเป็น “เครื่องเนิ่นช้า” เป็นเหตุให้ 1. พระวินัยหย่อนยาน 2. ตั้งสติปัฏฐาน 4 ได้ยาก 3. เพื่อนไม่รัก Q3: บทสวดมนต์ที่ทำให้หายป่วยA: พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า “ถ้าคนจะสำเร็จอะไรได้ทุกอย่างเพียงการอ้อนวอนแล้ว จะไม่มีใครเสื่อมจากอะไร” ถ้าลำพังการสวดมนต์แล้วทำให้หายเจ็บป่วยได้ โลกนี้ก็จะไม่มีใครตาย - การสวดมนต์ในทางพระพุทธศาสนา คือ การพูดกล่าวตามที่พระพุทธเจ้าได้เคยสอนไว้หรือสัชฌายะ (Recitation) ไม่ใช่การสวดเพื่อขอพร (Pray) - การที่เรามีความเจ็บไข้ได้ป่วยได้ ก็เพราะมีกายนี้ เมื่อมีกายก็ย่อมมีเวทนาที่เกิดขึ้นในกาย พอมีเวทนาเกิดขึ้นในกาย ก็ย่อมมีแก่ มีเจ็บ มีตาย จะไม่ให้มีสิ่งเหล่านี้ ก็ต้องอย่าเกิด - การเข้าใจเรื่องโพชฌงค์ 7 สติปัฏฐาน 4 หรือสัญญา 10 ประการ จะทำให้เรากำจัดความเกิดได้ ถ้ากำจัดความเกิดได้ ก็จะกำจัดความเจ็บไข้ได้ป่วยได้ รวมถึงกำจัดความตายได้ นี่ต่างหากที่เป็นแก่นแท้ของบทสวดมนต์นั้น Q4: บาปกับการทานเนื้อสัตว์ A: การฆ่ามี 3 ระดับ 1. ฆ่าเอง (ผิดศีล) 2. ใช้ให้เขาไปฆ่า (ผิดศีล) 3. ชักชวนให้คนอื่นทำ (ไม่ผิดศีล แต่ได้รับบาป) - การทานเนื้อสัตว์ มีทั้งรูปแบบที่เป็นการส่งเสริมการฆ่าสัตว์และไม่เป็น - ถ้ายังต้องประกอบอาชีพค้าขายสัตว์เป็นหรือเนื้อสัตว์อยู่ ก็ให้ตั้งอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา และให้ตั้งจิตอธิษฐานที่จะเปลี่ยนอาชีพต่อไป Q5: การพูดซ้ำเติมผู้อื่นA: “ใครทำกรรมอย่างไรไว้ ก็ย่อมได้รับผลกรรมนั้น” - เราจะดีจะชั่ว ไม่ได้อยู่ที่ปากของคนอื่น แต่อยู่ที่การกระทำของเรา ให้ทำตามศีล สมาธิ ปัญญา มรรค 8 - เมื่อเราปฏิบัติตามมรรค 8 แล้ว เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดทั้งทุกขเวทนาและสุขเวทนา แต่ให้มั่นใจว่าทำดีต้องได้ดี แม้สุขเวทนาอาจจะยังไม่ให้ผลในตอนนั้นก็ตาม การได้ทำความดี นั่นคือดีแล้ว ให้มั่นใจว่า ความดีนั้นจะอยู่กับเรา ความดีนั้นจะรักษาผู้ที่ปฏิบัติดี ธรรมะจะคุ้มครองผู้ที่ปฏิบัติธรรมะ ไม่มีใครที่จะทำอันตรายผู้ที่มีธรรมะคุ้มครองได้เลย ให้มั่นใจในข้อนี้
18. ทำบุญกับพระ VS ทำบุญกับพ่อแม่ [6918-1u]
56:25||Season 69, Ep. 18Q1: สงครามในตะวันออกกลางA: บ่อเกิดแห่งสงคราม คือ ตัณหา ความยึดถือ ความหวงกั้น นำไปสู่การสร้างเรื่องราวต่างๆ- ผู้นำ ยิ่งอำนาจมาก มีความยึดถือมาก ความเบียดเบียนก็จะขยายวงกว้างมาก- ผู้นำ จึงต้องมีพรหมวิหาร 4 ให้มาก- ผลกระทบจากสงคราม (1) ภัยจากทุพภิกขภัย = ขาดแคลนอาหาร, พลังงาน (2) ความปลอดภัย = ในชีวิต, ทรัพย์สิน, เกิดจลาจล, โจร- ที่ใดปลอดภัย ที่ใดหาอาหารได้ง่าย ผู้คนก็จะแห่กันไปที่นั่น เมื่อคนอยู่คลุกคลีปะปนกันมาก ก็จะมีปัญหาใหม่เกิดขึ้น- เพื่อให้อยู่ผาสุกได้ แม้เมื่อภัยดังกล่าวเกิดขึ้น ต้องมีจิตเป็นสมาธิให้ได้ (หาความสุขทางใจให้ได้) แทนการมีความสุขจากเงื่อนไขจากภายนอก - ฝึกจิตให้เป็นสมาธิได้ตั้งแต่ตอนนี้ โดยระลึกถึงพระพุทธเจ้า (พุทธานุสติ) นึกถึงศีล (ศีลานุสติ) เป็นต้น - จิตที่มีความสงบ จะเห็นหนทางในการเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงของโลกได้Q2: จำนวนเงินกับปริมาณบุญA: บุญเกิดจาก ทาน ศีล และภาวนา(1) ทาน = ใช้สิ่งของภายนอกทำ เช่น เงิน, สิ่งของ(2) ศีล = ใช้ตัวของเราทำ(3) ภาวนา = ใช้ใจของเราทำ - การภาวนา ได้บุญมากที่สุด รองลงมาคือ การรักษาศีล และน้อยสุดคือ การให้ทาน- ดังนั้น แม้ไม่มีเงิน ก็สามารถสร้างบุญได้- การบรรลุธรรมแม้ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยาก เพราะวิธีการก็มีอยู่ พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้โดยละเอียด และมีผู้เคยทำได้แล้ว ต้องอาศัยความเพียร ความพยายามQ3: ทำบุญกับพระ VS ทำบุญกับพ่อแม่A: การให้ทาน = ได้บุญมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับศรัทธาของผู้ให้ และความเบาบางของราคะ โทสะ โมหะ ของผู้รับ- การปรนนิบัติ = พ่อแม่มีคู่เดียว พระสงฆ์มีมากกว่า จึงไม่ควรละเลยการปรนนิบัติพ่อแม่ ขณะเดียวกันก็ควรพิจารณาในการปรนนิบัติพระสงฆ์ตามความเหมาะสมQ4: ฝึกจิตไม่ให้เย็นชาเหมือน AI A: ต้องฝึกจิตให้มีความเมตตากรุณา เห็นอกเห็นใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และต้องมีอุเบกขาไม่ให้ถูกเอาเปรียบ- สามารถนำ AI มาใช้เป็นผู้ช่วยให้เกิดประโยชน์ เช่น หาข้อมูลคำสอนของพระพุทธเจ้า วางแผนการทำงาน ซึ่งเข้ากับหลักธรรมอิทธิบาท 4 คือ วิมังสาQ5: สุขจากความเหงา A: อยู่คนเดียว = บางคนบอกเหงา แต่บางคนบอกวิเวกดีอยู่หลายคน = บางคนบอกไม่เหงา ครื้นเครงดี แต่บางคนบอกวุ่นวาย - สัมมาทิฏฐิ = มุมมองที่ถูกต้อง โดยดูจากประโยชน์ที่เกิดขึ้น กิเลสลดลงหรือไม่
17. เด็กติดเกมส์ [6917-1u]
57:55||Season 69, Ep. 17สมการชีวิต “เด็กติดเกมส์”- จิตไม่มีเด็ก ไม่มีผู้ใหญ่- การติดเกมส์ เป็นเรื่องของผัสสะ เป็นเรื่องวัตถุกาม= ได้ยินเสียงผ่านทางหู เห็นรูปผ่านทางตา - กิเลสกามในจิตใจ ความคลั่งไคล้ หลงใหล เพลิดเพลินจนควบคุมตัวเองไม่ได้= ทำให้ติดเกมส์ ติดงาน ติดพนัน ฯลฯ วิธีแก้ปัญหาเด็กติดเกมส์(1) ติดในระดับที่ควบคุมได้ = เลือกเกมส์ที่เป็นประโยชน์ ฝึกทักษะสมองด้านที่ไม่ค่อยได้ใช้ ผ่อนคลายความเครียด (2) ติดในระดับที่เล่นเพลินจนเสียบุคลิก นิสัยที่ดีลดลง = ต้องหยุด ต้องจำกัดเวลา เพื่อให้นิสัยที่ดีกลับมา พ่อแม่ต้องเข้ามาควบคุมเพื่อให้ลูกตั้งอยู่ในความดี ให้มีสติมากขึ้น(3) ติดในระดับที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ สร้างปัญหาอื่น ทำร้ายผู้อื่น = นอกจากต้องแก้ปัญหาติดเกมส์แล้ว ก็ต้องตามแก้ปัญหาอื่นที่เกิดขึ้นมาด้วย ต้องห้ามลูกจากบาป ให้ลูกตั้งอยู่ในความดี โดยไม่ใช้เครื่องมือของมาร เช่น ต่อว่า ทุบตี แต่ให้ใช้วิธีตามข้อ (2) ด้วยความพยายามที่มากขึ้น การดูแลเอาใจใส่ยิ่งขึ้น ใช้วิธีที่แยบคาย และเลือกเวลาที่เหมาะสมห้ามเสียจากบาป ให้ตั้งอยู่ในความดี(1) เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ = เป็นผู้อุปการะให้ลูกตั้งอยู่ในความดี ห้ามเสียจากบาป(2) ใคร่ครวญหาช่องทาง = คนนะไม่ใช่ควาย ควายต้องลงโทษสั่งสอนทันทีเมื่อทำไม่ถูกต้อง แต่คนต้องดูเวลาที่เหมาะสมที่จะสั่งสอนเขาได้ ด้วยวิธีที่เหมาะสม ละเอียดรอบคอบ ด้วยความเมตตากรุณา ปรารถนาให้เข้าพ้นจากความทุกข์(3) ไม่ใช่ด้วยเครื่องมือของมาร เช่น อาชญา/ศาสตรา = การทุบตี การต่อว่า(4) ให้เพิ่มพูนสติ ใช้ความดีแทรกซึมเข้าไป ใส่กุศลธรรมมากขึ้น ความดีก็จะเสริมสร้างความดี ก็จะดีวันดีคืนได้